เรื่องที่จะเล่านี้เป็นภาพยนตร์ ที่ดิฉันได้มาเมื่อตอนไปอินเดีย เมื่อเห็นชื่อเรื่องแล้ว ก็หยิบอ่านคำบรรยายด้านหลังกล่อง แล้วก็ตัดสินใจซื้อมา ไม่รู้หรอกว่าห้องสมุดเราก็มีแผ่น มีตัวเล่มหนังสือที่เป็นภาษาอังกฤษ ส่วนฉบับภาษาไทยยัง in process อยู่ ดูครั้งแรก ยังจับความได้สักครึ่ง พอดูครั้งที่สองมีบางช่วงบางตอนที่ตัวละครพูดภาษาเยอรมัน ก็เลยอยากรู้ว่าพูดว่าอะไร ก็บ่นขึ้นมาว่า แหม! ถ้ามี Subtitle ก็ดีน่ะซิ เป็นภาษาอังกฤษก็ยังดี ลูกชายได้ยินเข้าก็บอกว่า ก็ทำได้นี่แม่ แล้วก็มากดปุ่มโน้นปุ่มนี้ฉับ ๆ จน Subtitle ขึ้นมา ดิฉันบอกว่า ให้ทำให้ดูใหม่ช้า ๆ แล้วการดูหนังของดิฉันก็ดูรู้เรื่องขึ้นเยอะเลย

ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้คนในประเทศเยอรมันต่างอพยพกันไปในที่ต่าง ๆ ลีเซล (Liesel) กับครอบครัว มีแม่และน้องชายที่ไม่สบายกำลังเดินทางไปที่ไหนสักแห่งโดยรถไฟ ระหว่างทางน้องชายเสียชีวิต และต้องฝังไว้ เมื่อฝังเสร็จ สัปเหร่อทำหนังสือตก Liesel เห็นจึงเก็บไว้ ต่อมา Liesel ต้องมาอยู่กับครอบครัวชาวเยอรมันที่รับเธอมาเลี้ยง (ทีแรกฉันก็สงสัยว่าแม่ของ Liesel หายไปไหน เรื่องมาเปิดทีหลังว่า แม่ของเธอถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ และถูกทหารเยอรมันจับไป)
ครอบครัวอุปถัมภ์ที่เธอมาอยู่ด้วยนั้น แม่หน้าตาดุ ส่วนพ่อใจดีตั้งแต่ต้นจนจบ วันแรก ๆ ที่ Liesel มาอยู่ได้พบกับเด็กชายข้างบ้าน ชื่อ Rudy และมารับเธอไปโรงเรียนด้วยกัน ที่โรงเรียน Liesel ไม่สามารถเขียนชื่อตัวเองได้ อ่านไม่ออก เพื่อน ๆ นอกจาก Rudy ต่างรุมล้อเลียนเธอว่า เป็นยัยโง่ เธอกลับมาบ้านนอนร้องไห้กอดหนังสือเล่มที่เก็บมาได้ตอนฝังศพน้อง พ่อมาพบเข้าก็ถามว่า เป็นหนังสือของเธอหรือเปล่า เธอตอบว่า ใช่ พ่อจึงทราบว่า Liesel อ่านหนังสือไม่ออก เพราะหนังสือเป็นหนังสือเรื่อง The gravedigger’s handbook หรือ คู่มือสัปเหร่อ ต่อจากนั้นพ่อก็เพียรพยายามสอน Liesel อ่านและเขียน โดย Dictionary ของ Liesel อยู่ในห้องใตัดิน ที่ฝาผนังเต็มไปด้วยคำศัพท์ที่แบ่งเป็นหมวดอักษร Liesel เมื่ออ่านหนังสือพบคำศัพท์ใหม่ที่เพิ่งเห็น ได้หัดอ่าน แล้วไปเขียนไว้บนฝาผนัง Liesel อ่านคู่มือสัปเหร่อจบไปแล้ว ก็ไม่มีหนังสืออ่านอีก ในช่วงสงครามนั้น กองทัพเยอรมันนอกจากจะตามล่าจับตัวชาวยิวแล้ว ยังต้องพยายามชักจูงผู้คนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ให้ภักดีต่อผู้นำ ทำลายความรู้ต่าง ๆ ที่มีอยู่เพื่อจะได้ชักจูงได้ง่ายขึ้น วันหนึ่งมีการเผาหนังสือ ทุกคนในเมืองต้องไปรวมตัวกัน ช่วยกันเผาหนังสือ เมื่อกองไฟมอดลง Liesel ยืนมอง เห็นหนังสือเล่มหนึ่งยังไหม้ไฟไม่หมดจึงหยิบขึ้นมาซ่อนไว้ในเสื้อโค้ท (เป็นการขโมยครั้งแรก) โดยไม่ทราบว่าภรรยาของทหารที่เป็นผู้นำการเผาเห็นเหตุการณ์ จนวันหนึ่ง แม่ใช้ให้ Liesel เอาผ้าที่ซักรีดไปให้ที่บ้านนายพล ได้พบกับภรรยาทหารคนนั้น เธอจึงพา Liesel เข้าไปในห้องหนังสือที่มีหนังสือมากมาย Liesel ตื่นเต้นกับหนังสือที่ได้เห็นมาก ได้นั่งอ่านอยู่ในห้องนั้นเป็นเวลานาน ดังนั้นเมื่อ Liesel มาส่งผ้าทีไร ก็จะได้อ่านหนังสือ
ก่อนหน้านี้ระหว่างที่ทหารเยอรมันล่าชาวยิว พ่อของ Liesel ได้ช่วยชายหนุ่มชาวยิวไว้คนหนึ่ง ซึ่งเป็นลูกของคนที่เคยช่วยชีวิตพ่อและเป็นเจ้าของหีบเพลงที่พ่อเล่น Max หลบซ่อนตัวอยู่ในห้องใต้ดิน บอกให้ Liesel เล่าให้ฟังว่าข้างนอกเป็นอย่างไรบ้าง ทีแรก Liesel บอกแค่เพียงว่า แดดออก มืด แต่ Max บอกว่า ให้บรรยายเหมือนกับสิ่งที่ตาเห็น และรู้สึก ต่อมา Max ไม่สบายมาก Liesel ไม่รู้จะช่วยอย่างไร จึงอ่านหนังสือเรื่อง The Invisible Man ของ H G Wells ให้ฟังจนจบ Max ก็ยังไม่หาย Liesel นึกถึงห้องหนังสือของนายพล จึงไปขโมยหนังสือมาอ่านให้ Max ฟังหลายครั้ง Rudy ซึ่งเข้าข้างและช่วย Liesel เสมอ บอกว่าเธอเป็น The Book Thief แต่เธอบอกว่าไม่ได้ขโมย แค่ขอยืมเท่านั้น จน Max หายป่วย และรู้สึกว่าตัวเองจะทำให้ครอบครัวนี้เดือดร้อน จึงจากไป ซึ่ง Liesel เสียใจมาก
ต่อมาเยอรมันถูกโจมตีจากเครื่องบินทิ้งระเบิด บ้านของ Liesel และ Rudy โดนระเบิด พ่อ แม่ Rudy ตาย แต่ Liesel ซึ่งเขียน Diary ถึงแม่อยู่ในห้องใต้ดินจึงไม่เป็นอะไร เป็นตอนที่เศร้ามาก อีกทั้งคำพูดของ The Death ที่บรรยายในช่วงนี้ก็ได้ feeling มากทีเดียว (ลองฟังดูเอาเถอะ!)
จนตอนที่สงครามสงบแล้ว Liesel ได้อยู่ในร้านของพ่อของ Rudy แล้ว Max ก็โผล่มา (หล่อกว่าตอนแรก ๆ อีก!) แล้วก็มาถึงตอนท้ายเรื่อง ที่ The Death เป็นผู้บรรยายสรุป Liesel มีครอบครัว และยังเก็บทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในความทรงจำของเธอ ตั้งแต่รูปของน้องชาย, รูปของพ่อกับแม่, Rudy ,Max , ภรรยาของทหารเยอรมัน, หีบเพลงที่พ่อเล่น, หนังสือเล่มแรก, สมุดจดที่ Max ทำให้ และรูปของครอบครัวปัจจุบัน (ดิฉันเข้าใจว่า Liesel คงไม่ได้แต่งงานกัน Max ว่าแล้วเดี๋ยวคงไปเปิดเล่มดูอีกที) The Death สรุปตอนสุดท้ายว่า ‘Is that I am haunted by humans’ (ซึ่งดิฉันก็ยังไม่รู้ว่าจะแปลเป็นไทยว่าอะไรดี น่าจะเป็นประโยคที่อธิบายสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับชีวิตแต่ละชีวิตในเรื่อง และน่าจะเป็นปรัชญานิด ๆ นะ–จะไปเปิดเล่มไทยดูอีกเหมือนกันว่าเขาแปลว่าอะไร)
เรื่องนี้ เป็นตัวอย่างของ ‘Book Therapy” ได้ดีทีเดียว ตั้งแต่ Liesel อ่านหนังสือให้ Max ฟังระหว่างที่ไม่สบายมาก, Liesel เล่าเรื่องให้ผู้คนที่กำลังตึงเครียดอยู่ภายในหลุมหลบภัยฟัง ทุกคนก็ลืมความทุกข์ ความเครียดที่กำลังเผชิญอยู่, Liesel เขียนจดหมายถึงแม่เพื่อระบายความคิดถึง, และ Max บอกกับ Liesel ก่อนที่จะจากไปว่า ฉันจะอยู่ในทุก ๆ word ของเธอ
ดาราเด็กที่เล่นเป็น Liesel สวยมาก Rudy ก็น่ารัก ส่วน Max ก็หล่อและทุกคนสื่อสารทางแววตา กิริยาท่าทางได้แบบ…ต้องไปลองดูกันนะ