ปัจจุบัน เราได้ยินคำว่า เศรษฐกิจพอพียงกันอยู่เสมอๆ
เราจะเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงได้
ถ้าหากเรามีพื้นฐานความรู้ความเข้าใจในทางธรรม
แต่ถ้าเราไหลไปตามกระแสโลก และทุนนิยมไปอย่างเต็มตัวแล้ว
ก็ย่อมจะเป็นการยากที่จะเข้าใจหรือยอมรับในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ความพอเพียง มีคุณลักษณะ ๓ ประการและอยู่บนเงื่อนไข ๒ ประการ
คุณลักษณะ ๓ ประการ ได้แก่
๑. ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป
โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิตและการบริโภคที่อยู่
ในระดับพอประมาณ
๒. ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น
จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ๆ อย่างรอบคอบ
๓. การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบ
และการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้
ของสถานการณ์ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล
ส่วนเงื่อนไข ๒ ประการนั้น ได้แก่
๑. เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ
ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน
ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน
เพื่อประกอบการวางแผน และความระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ
๒. เงื่อนไขคุณธรรม ประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรม
มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความอดทน มีความเพียร
และใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต
เศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้สอนว่าเราต้องยากจน และไม่ได้สอนว่า
อะไรเราก็ยอมรับได้ แต่สอนให้เราขยัน และสร้างชีวิตตนเอง
ให้พร้อมอย่างพอเพียง
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ประกอบด้วยธรรมะในพุทธศาสนาข้อหนึ่งที่ชื่อว่า สมชีวิตา
ซึ่งหมายถึง มีความเป็นอยู่พอเหมาะพอดี กล่าวคือ
เลี้ยงชีวิตตามสมควรแก่กำลังทรัพย์ที่หาได้ ไม่ฝืดเคืองนัก ไม่ฟูมฟายนัก
สมชีวิตา เป็นธรรมข้อที่สี่ใน ทิฏฐธัมมิกัตถสังวัตตนิกธรรม ๔
ซึ่ง ทิฏฐธัมมิกัตถะ หมายถึง ประโยชน์ในปัจจุบัน
ประโยชน์สุขสามัญที่มองเห็นกันในชาตินี้
ที่คนทั่วไปปรารถนา มีทรัพย์ ยศ เกียรติ ไมตรี เป็นต้น
อันจะสำเร็จด้วยธรรม ๔ ประการ คือ
๑. อุฏฐานสัมปทา ๒. อารักขสัมปทา ๓. กัลยาณมิตตตา และ ๔. สมชีวิตา
เรียกย่อ ๆ ว่า อุ อา กะ สะ คือเป็น หัวใจเศรษฐี
อุฏฐานสัมปทา เลี้ยงชีพด้วยการหมั่นประกอบการงาน
อารักขสัมปทา รักษาคุ้มครองโภคทรัพย์เหล่านั้นไว้ได้
กัลยาณมิตตตา ย่อมดำรงตน ด้วยความมีมิตรดี
สมชีวิตา รู้ทางเจริญแห่งทรัพย์และทางเสื่อมแห่งโภคทรัพย์
แล้วเลี้ยงชีพพอเหมาะ ไม่ให้ฟูมฟายนัก ไม่ให้ฝืดเคืองนัก
มีรายได้มากกว่ารายจ่าย
สมชีวิตา เป็นการที่เราใช้ชีวิตอย่างสมดุล เลี้ยงชีพพอเหมาะ
ถ้าเรามีความเข้าใจในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างถูกต้อง
และสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตเราได้แล้ว
ผลที่ได้รับก็คือ เราจะมีการพัฒนาชีวิตที่สมดุลและยั่งยืน
พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน
(เก็บความจากนิตยสารธรรมะใกล้ตัว)
images
“ความทุกข์ของคนประการหนึ่ง คือต้องการให้คนอื่นเป็นอย่างที่ตนเองคิด
ขณะที่ตนก็เป็นอย่างที่คนอื่นอยากให้เป็นไม่ได้” หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป

Leave a Reply