เนื่องจากตอนนี้กำลังฟิต กำลังฮิต เกี่ยวกับการใช้ภาษาอังกฤษ ดิฉันมีบทความเป็นภาษาอังกฤษอยู่เรื่องนึง ชื่อเรื่อง How to overcome common obstacles to publishing in English เขียนโดย Dr.Daphne van Weijen download มาจาก www.researchtrends.com/wp-content/uploads/2013/11/Research_Trend_Issue_35.pdf
อ่านแล้วคิดว่าเข้าใจได้ไม่ยากนัก พอสรุปได้ และเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อเพื่อน ๆ จึงได้สรุปและนำมาให้อ่านด้วยกัน ดังนี้
จากการศึกษาของ Dr.Daphne van Weijen โดยการค้นด้วย keyword หลายคำ จาก Scopus เช่น scholarly communication, publication language, multilingual scholars, developing countries, เป็นต้น จนสุดท้าย ได้ article ที่สอดคล้อง และตีพิมพ์ระหว่างปี 1996-2013 จำนวน 73 รายการ และได้สรุปเป็นบทความออนไลน์ เผยแพร่ใน วารสาร Research Trends Issue 35 (December 2013) ความโดยสรุปว่า
ปัญหาหลัก ๆ ที่ชัดเจนที่นักวิจัยที่อยู่ในประเทศกำลังพัฒนา หรือในประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาพูดจะต้องพบเมื่อต้องการตีพิมพ์ผลงาน คืออะไร และนักวิจัยเหล่านั้นจะสามารถข้ามผ่านปัญหาเหล่านั้นไปได้อย่างไร
ปัญหาที่ผู้นิพนธ์พบ
ปัญหาที่ผู้นิพนธ์ที่อยู่ในประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาพูดจะพบเมื่อพยายามจะส่งผลงานไปตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ หรือในวารสารที่เป็นภาษาอังกฤษ คือ
1. การเขียนภาษาอังกฤษ ซึ่งผู้นิพนธ์ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาพูดจะต้องใช้เวลาในขั้นตอนการเขียนมาก
2. การใช้หลักภาษาผิด (The presence of linguistic errors) ในผลงานต้นฉบับ หรือโวหารที่ใช้ไม่เหมาะสมกับภาษาที่ใช้ในวงการนักวิจัย
ปัญหาในข้อ 1 และ 2 นี้จะส่งผลด้านลบต่อกระบวนการพิจารณาคุณภาพ (peer review) แทนที่จะดูมีคุณภาพโดดเด่นอาจเหลือแค่ปานกลาง
3. ปัญหาในการแปลความ (difficulties of paraphrasing) ผลงานของนักวิจัยอื่น ๆ ซึ่งทำให้ผู้นิพนธ์ตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะตีความไม่ถูกต้อง และทำการลอกเลียน (plagiarism) โดยไม่ตั้งใจ
4. ไม่มีความคุ้นเคยกับโวหาร หรือรูปแบบในการใช้ภาษาที่วงการนักวิจัยที่ใช้ภาษาอังกฤษใช้กันอยู่
5. การขาดเครือข่าย (connections) ในชุมชนนักวิจัยในสาขาวิชานั้น ๆ
6. การมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อต้นฉบับที่มาจากนักวิจัยที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาพูด
7. การขาดการให้ทุนในการทำวิจัย
8. การที่สำนักพิมพ์มักจะให้ความสำคัญกับนักวิจัยที่อยู่ในประเทศตนเอง และประเทศใกล้เคียงก่อน
Dr.Daphne van Weijen บอกว่าจากการศึกษาเจาะไปที่ ประเทศแถบแอฟริกาใต้ พบว่า พบปัญหาที่หนักหนากว่าอีก คือ ยังมีปัญหาทางด้านเทคโนโลยี, ปัญหาทางการเมืองและเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการตีพิมพ์ทางวิชาการ, ไม่มีความร่วมมือในการประชุมทางวิชาการ, และการขาดแคลนการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตทำให้นักวิจัยในประเทศนั้นประสบปัญหาในการ submit ผลงานของตนเอง หรือการเข้าถึงบทความในวารสารออนไลน์ หรือการรับเป็นผู้ประเมินที่สามารถประเมินผลงานผ่านอินเทอร์เน็ต ดังนั้นจึงทำให้มีผลงานวิจัยน้อยมากที่ถูก submit มาจากประเทศในแถบแอฟริกาใต้
วิธีการแก้ปัญหา
Dr.Daphne van Weijen มีคำแนะนำเพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้นิพนธ์เหล่านี้ได้ประสบความสำเร็จในการตีพิมพ์ คือ
1. อดทนและหมั่นเพียร (Be patient and persistent) อย่ายอมแพ้ง่าย ๆ ถ้าผลงานถูก reject ก็ให้อ่านคำวิจารณ์ของบรรณาธิการ (Editorial) และผู้ประเมิน (reviewer) ให้ใส่ใจกับคำพูดที่จะส่งผลให้สามารถพัฒนาคุณภาพของผลงาน ถ้าครั้งแรกยังไม่ผ่าน ก็ต้องพยายามอีก
2. ร่วมมือกับนักวิจัยคนอื่น ๆ (Collaborate with other researchers) มีปฏิสัมพันธ์กับนักวิจัยคนอื่น ๆ อยู่เสมอ เท่าที่จะเป็นไปได้
3. เลียนแบบวิธีการจากคนอื่น (Imitate the styles of others) โดยการอ่านผลงานของนักวิจัยที่โดดเด่นคนอื่นที่อยู่ในศาสตร์เดียวกัน และพยายามศึกษารูปแบบ วิธีการเขียน อย่างไรก็ตามวิธีการนี้ต้องระมัดระวังเรื่องการลอกเลียน (plagiarism) ด้วย (นักวิจัยจะต้องศึกษาจรรยาบรรณของนักวิจัยด้วย)
4. ยึดมั่นในรูปแบบของวารสาร (Adhere to journal guidelines) จะต้องมั่นใจว่าได้อ่าน guideline ของวารสารที่ต้องการส่งผลงานไปตีพิมพ์แล้วอย่างละเอียดถี่ถ้วน และได้ปฏิบัติตามทุกอย่างก่อนส่งผลงานไปยังวารสารนั้น
5. ตรวจตราหลักภาษาอังกฤษ (Linguistic editing) ผู้นิพนธ์ไม่สามารถละเลยความสำคัญของการใช้ภาษาอังกฤษที่ดีได้ จึงควรจะตรวจสอบไวยากรณ์ วิธีการเขียนก่อนส่งผลงาน ถึงแม้ว่าจะต้องเสียเงินและเวลาก็ต้องทำ อาจให้ใครสักคนอ่านทบทวนให้ อาจเป็น บรรณาธิกรณ์ที่เชี่ยวชาญ (professional corrector), บรรณาธิกรณ์ท้องถิ่น (local corrector), หน่วยบริการทางภาษา, หรือจะเป็นเพียงผู้ที่พูดภาษาอังกฤษ (แต่อาจได้ความคิดเห็นที่แตกต่างกันบ้าง)
6. หาทางออกที่ดีให้กับผลงาน (Find the right outlet for your work) วารสารบางชื่อเปิดกว้างให้กับผลงานวิจัยที่มาจากนักวิจัยที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาพูด ผู้นิพนธ์ควรลองค้นหาวารสารเหล่านี้ ดูความเหมาะสมกับผลงานวิจัย ตรวจสอบจากเว็บไซต์ของวารสาร และลองศึกษาผลงานวิจัยเรื่องก่อน ๆ ที่เคยตีพิมพ์ในวารสารนั้นจะช่วยเพิ่มโอกาสในได้รับการตีพิมพ์มากขึ้น
7. เปิดโอกาสให้ผลงานวิจัยเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้เห็น (Increase the visibility of your work) โดยการเผยแพร่บนเว็บไซต์ , โดยการเขียน blog เกี่ยวกับผลการวิจัย, ใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์, และลองพิจารณาส่งผลงานลงไปตีพิมพ์ในวารสารประเภท Open Access ก็จะมีผู้เห็นงานวิจัยในวงกว้าง
——————————————————————
จะสังเกตได้ว่า ดิฉันใช้คำว่า “ผู้นิพนธ์” บ้าง “นักวิจัย” บ้าง โดยเจตนาว่า ต้องการให้ “ผู้นิพนธ์” หมายความถึงตัวผู้ที่ต้องการส่งผลงานไปตีพิมพ์ ส่วน “นักวิจัย” ต้องการให้หมายความถึง นักวิจัยทั่วไป ไม่ได้สับสนแต่ไม่แน่ใจว่า ใช้กลับกันไปมาบ้างหรือเปล่า ส่วนความถูกต้องของการแปลความ ก็ถ้าหากว่ามีผู้ได้อ่าน fulltext ของบทความนี้แล้วพบข้อบกพร่อง หรือมีความเห็นต่าง ก็ยินดีนะจ๊ะ