The Moment in Luang Prabang บนเครื่องบินสายการบินบางกอกแอร์เวย์ ที่กำลังจะพาคุณสู่สนามบินหลวงพระบาง ตอนนี้ใต้ปีกของเราเป็นเมืองหลวงพระบาง ที่ปกคลุมไปด้วยภูเขาสูง และต้นไม้มากมายจนแอบอิจฉาคนลาวไม่ได้ที่มีต้นไม้มากกว่าเมืองไทย
การมาเที่ยวหลวงพระบางครั้งนี้ เป็นการเดินทางมาเมืองลาวครั้งแรกของคุณ จากการพูดคุยของนักเดินทางหลายคน บอกเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า หลวงพระบางเริ่มเจริญแล้วนะ ภาพต่างๆ ที่ปรากฎอยู่ในหนังสือท่องเที่ยวอาจจะไม่ตรงก็ได้ แต่ถึงอย่างไรฉันก็ยังอยากจะไปสัมผัสกับเมืองมรดกโลกแห่งนี้อยู่ดี
เมื่อมาถึงสนามบินหลวงพระบาง สนามบินเล็กๆ ที่โอบล้อมไปด้วยขุนเขา จากสนามบิน เราเหมารถตู้ให้ไปส่งที่พัก อ้อ! ลืมบอกไปค่ะ เมื่อมาถึงที่นี่หลังจากผ่านด่านตม. แล้ว ความสนุกอีกอย่างหนึ่งคือ การได้มาแลกเงินซึ่งฉันตื่นเต้นมากกับจำนวนเงินที่ชีวิตนี้ไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ถือเป็นล้าน การจับจ่ายที่นี่จึงสนุกไม่น้อย เพราะจ่ายแต่ละที จ่ายกันเป็นพัน เป็นหมื่น เป็นแสน
คนลาวฉันว่าเป็นที่น่ารัก และซื่อตรง ดังนั้นค่อนข้างเชื่อใจกับราคาค่ารถที่ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนโกงได้เลยรถตู้พาเรามาถึงที่พัก ซึ่งเป็นเกสท์เฮ้าส์เล็กๆ ที่น่ารักมาก มีห้องน้ำในตัวราคาตกเป็นเงินไทยแล้วไม่กี่ร้อยบาทเท่านั้น การเดินทางในหลวงพระบาง คุณสามารถใช้จักรยานปั่นไปรอบๆ เมืองได้ เพราะเมืองหลวงพระบางเป็นเมืองเล็กๆ การปั่นจักรยานจะทำให้คุณสัมผัสกับหลวงพระบางได้ดีที่สุด
ฉันเริ่มต้นสัมผัสเมืองหลวงพระบางอย่างไม่รีบเร่ง แผนที่ที่เราซื้อมาจากร้านขายของที่ระลึกค่อนข้างช่วยเราได้มาก สถานที่สำคัญที่เราเริ่มต้นปั่นจักรยานของเราไปสัมผัสเริ่มจาก วัดเชียงทอง ซึ่งได้รับการกล่าวขานว่าเป็นอัญมณีแห่งสถาปัตยกรรมช่างสกุลล้านช้าง วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของตัวเมืองหลวงพระบาง ใกล้บริเวณที่แม่น้ำคานไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง ความงดงามของวัดนี้ คือ รายละเอียดของภาพจิตรกรรม ประติมากรรมที่ดูแล้วรู้สึกอึ้ง และนับถือช่า่งชาวลาวที่สร้างสรรค์ พุทธสถานแห่งนี้ด้วยแรงศรัทธา และออกมางดงามยิ่งนัก
และสิ่งที่จะพานักเดินทางอย่างเราไปสัมผัสหลวงพระบางได้มากยิ่งขึ้นนั่นก็คือ การเดินตลาด เพราะที่นี่เป็นที่ให้คุณได้มองวิถีชีวิตของผู้คน ผ่านอาหารการกิน ผ่านการใช้ชีวิต อาหารหลักของทีนี่ก็แน่นอนคือข้าวเหนียว ที่สามารถจิ้มกับแจ๋วได้มากมาย ที่อัดแน่นไปด้วยไส้ ทั้งไข่ มะเขือเทศ ผักต่างๆ และทาด้วยแจ๋ว แค่อันเดียวก็จุกไปถึงเย็น
ยามเย็นเราเดินทางไปชมพระอาทิตย์ตกบน (พระธาตุพูสี) ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาที่สูงประมาณ 150 เมตร ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองหลวงพระบาง ใครมีปัญหาเรื่องไขข้อเราไม่แนะนำ เพราะเหนื่อยเอาการ แต่ขึ้นไปแล้วคุณก็จะพบกับวิวหลวงพระบางในมุมสูง ซึ่งคุณสามารถมองเห็นได้ทั้งเมืองงดงามยิ่งนัก
ในตอนเย็นเรามาสัมผัสสีสันบนถนนคนเดิน ซึ่งของก็คล้ายๆ กับถนนคนเดินของเชียงใหม่ สินค้าๆ ราคาค่อนข้างสูง เพราะลูกค้าเป็นชาวต่างชาติ ส่วนเราก็ได้เพียงเดินชม และหาของกินอร่อยๆ กินก็พอแล้ว
ค่ำคืนนี้หลวงพระบางแตกต่างจากเวลากลางวัน เพราะที่นี่ครึกครื้นไปด้วยเสียงเพลงสากล ที่ดังจากร้านอาหารที่เปิดรับรองแขกชาวต่างชาติ ซึ่งต้องยอมรับว่าหลวงพระบางแตกต่างจากภาพเมื่อก่อน เป็นหลวงพระบางที่สมัยใหม่ขึ้นมากตึกอาคารบ้านเรือน และสถาปัตยกรรมเก่าถูกแปลงเป็นบูติคโฮเต็ล ร้านอาหาร และร้านเบเกอรี่มากมายเลยทีเดียว แต่ทว่ากิจการเหล่านี้ส่วนมากจะมีเจ้าของเป็นชาวต่างชาติ
เรื่องราวและความแตกต่าง ความเจริญที่เกิดขึ้นในหลวงพระบางนี่แหละ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้หลวงพระบางเปลี่ยนไป ดังนั้นถ้าคุณรักหลวงพระบาง ก็จงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้หลวงพระบางเปลี่ยนแปลงไปอย่างช้าๆ นะจ๊ะ
แหล่งที่มาและข้อมูลได้มาจาก หนังสือแม่บ้าน ปี 37 ฉบับที่ 515 เดือน เมษายน 2555