เรื่องที่ 1 : ไฟฟ้าของที่ทำงานดับ คำถามคือเราจะทำงานกันอยางไร ในฟากของการบริการจะยุ่งในส่วนของผู้ใช้ เนื่องจากเรามีประตูเข้าออกหลายทาง เรามีระบบห้องสมุดอัตโนมัติที่ใช้ในการทำงาน เวลาไฟดับแต่ละครั้ง คนในฝ่ายต้องลุกขึ้นอย่างขมีขมันคว้าไฟฉายเป็นอาวุธ หรือช่วยกันเดินดูตามจุดต่าง ฯลฯ ส่วนคนที่ทำงานเบื้องหลัง ที่มักใช้สายตากับระบบห้องสมุดอัตโนมัติในการทำงานก็จะปฏิบัติตนไปอีกแบบ สมัยสาวๆ สายตายังด๊มักไปหามุมๆ ที่แดดส่องเพื่ออ่านหนังสือก่อนการวิเคราะห์ฯ สมัยนี้สายตาเริ่มแย่มากขึ้น สิ่งที่ทำคือออกไปเลือกหนังสือตามร้านค้า
แต่ไฟดับล่าสุดพวกเราไม่ได้ไปไหน จะยู่ตามมุมต่างๆ ดิฉันเห็นน้องก้มๆ เงยๆ กับหนังสือและโทรศัพท์ นึกสงสัยว่าปรกติไม่เคยเป็นแบบนี้จึงถาม ได้ความว่าใช้โทรศัพท์เพื่อเปิดฐานข้อมูลหัวเรื่อง ดิฉันชะโงกหน้าเข้าไปดูพร้อมส่งเสริมกรี๊ดกร้าดว่า เทพ! สมควรยกย่อง น้องแยมบอกว่าหนูก็ไฟมันดับ หนูเลยใช้มือถือแทน !!! ป้าสุนีย์บอกว่าต้องแบบนี้สิ!

เรื่องที่ 2 เมื่อครั้งปิดค่ายเด็ก ตามประสาคือต้องให้เด็กทำแบบสอบถาม แล้วคนที่ให้ทำก็จะบอกให้ชาวค่ายบอกว่าประทับใจแค่ไหน 5 4 3 2 1 แต่ครั้งนี้ดิฉันได้ยินน้องแอนบอกเเด็กๆ ว่า ให้บอกว่าข้อนี้เรื่องนี้จะให้ป้าๆ กี่ดาว จำนวนดาวก็เท่ากับช่อง 5 4 3 2 1 ที่กำหนด ได้คุยกับเรื่องนี้กับคุณใหญ่ว่ากรณีนี้น่าสนใจในการปรับแบบสอบถามที่ทำให้กับเด็ก เพราะเด็กน่าจะเข้าใจคำว่าให้ “ดาว” ดิฉันถือว่าเรื่องนี้อเมซิ่งมากๆ 😆 😆 😆 😆 😆
เรื่องที่ 3 คือ ตั้งแต่คุณน้องสัมฤทธิ์ย้ายฝ่ายไปทำหน้าที่จัดชั้น พวกเราในฝ่ายวิเคราะห์ฯ จะเห็นน้องหยิบหนังสือมาให้แก้อย่างสม่ำเสมอ
ตอนแรกๆ ไม่ได้คิดอะไรๆ แถมคิดแบบใส่ร้ายว่าใหม่ๆ ก็เป็นแบบนี้แหละ
ตอนต่อไป ชักไม่ใช่แล้ว มีความรู้สึกว่าน้องเป็นเทพ จึงให้น้องปูช่วยจดว่าน้องเค้านำอะไรมาส่งคืนเป็นข้อมูลย้อนกลับ สำหรับพวกเราได้ศึกษาเรียนรู้กันต่อไป และพวกเราลงมติว่าเป็นขวัญใจปีใหม่ควรจะต้องมอบรางวัลพิเศษ (แต่ปีใหม่ที่ผ่านมาก็ยังไม่ได้ สถานภาพยังคงเป็น “จะ” )
ภาพที่เห็นคือน้องจะยกหนังสือไปตรงโต๊ะพี่ปู บรรดาพวกพี่ๆ ก้อจะแซว ช่วงไหนหายไปก็จะถามว่า “ไปไหนหว่า”
ตอนปัจจุบัน ด้วยอิทธิพลของเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลง การแบกหนังสือไปมา และการขึ้นลงระหว่างชั้นไม่ใช่เรื่องสนุก น้องเลยมีการสอบถามข้อมูลก่อนการแบกโดยใช้ “LINE ” น้องไม่ได้แจ้งก่อนว่าจะทำแบบนี้ เพราะคงคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาๆ เบๆ
บังเอิญดิฉันถามว่ามันนี้แบกอะไรมา น้องบอกว่า “หนังสือที่แก้ครับ ผมส่ง “LINE” ไปให้พี่หนึ่งดูแล้วครับ” อัยยะ!! มีแบบนี้ด้วย
ดิฉันไปขอดู “LINE” พี่หนึ่ง เพราะเห็นการทำงานของน้องหนึ่งที่ใช้สิ่งนี้ติดต่อกับภารกิจในโครงการไปสัมมนา พออ่านการโต้ตอบแล้วน่ารักดี อ่านแล้วอดยิ้มไม่ได้ บทสนทนาหารือที่ตรงไปตรงมาและสุภาพ
หากน้องแอนถามว่าให้กี่ดาว ขอตอบว่าให้ห้าดาว 😀 😀 😀 😀 😀



อุต๊ะ! อาเจ้ตื่นเต๊น ฮือฮา บอกว่าเรื่องนี้ต้องขยายความต่อด้วยความชื่นชม
แหม่! หน้าตาที่หล่อละม้าย หมาก ปริญญ์ ยิ่งหล่อเพิ่มขึ้น!!
ดิฉันเป็นคนนึงที่ทำงานผ่านสังคมออนไลน์ ช่วงทำงานบุ๊คแฟร์ จะมีแทบเล็ตเป็นอาวุธคอยอัพเดตสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา หรือในเวลาทำตามปรกติก็ใช้สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องมือช่วยในการทำงานเป็นประจำ สำหรับน้องเราไม่เคยบอก แต่เข้าใจว่าน้องนำสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวันเข้าไปใช้ในชีวิตการทำงาน
การรักษาระดับ การควบคุมและการใช้โลกของออนไลน์อยู่ที่การควบคุมตัวเอง หากไม่สามารถดูแลตนเองได้ หลงในวังวนของโลกสมมุตินั้นยากนักที่จะออก …. สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เตือนตัวเองอยู่เสมอ ๆ
ในฐานะที่ต้องทำงานในส่วนของการบริการหลังการขายด้วย การได้รับข้อมูลย้อนกลับเป็นสิ่งที่จำเป็นและขอบคุณทุกคนที่นำเข้ามาในรูปแบบที่ต่างกัน
ดิฉันนำทั้ง 3 เรื่องนี้เข้าในที่ประชุมหัวหน้าฝ่ายเพื่อเป็นกรณ๊ศึกษาและบอกย้ำว่าหากหน่วยงานของเรามีคนที่ทำงานแบบนี้ คิดแบบนี้ได้ นับเป็นโชคดีของหน่วยงานเราจริงๆ
ในที่ทำงานของเรามีเรื่องน่ารักมากมาย ตัวดิฉันอาจไม่รู้จึงไม่เขียน หรือบางทีรู้ก็ลืมเขียน หากนำมาเล่าสู่กันฟังความสุขจะได้กระจายไปทั้วทั้งองค์กร
คุณเอกอนงค์เธอบอกว่าเห็นทีจะต้องไปถอยสมาร์ทโฟนมาบ้าง แบบว่าอยากมีส่วนร่วม
ส่วนดิฉันโชคดีมักได้สิ่งเหล่านี้เป็นมรดกแบบไม่ต้องลงทุน 
One thought on “เป็น”
Leave a Reply
You must be logged in to post a comment.
ขอบคุณพี่ปองมากๆค่ะ ที่พี่มองเห็นในจุดเล็กที่หลายๆคนอาจมองไม่เห็น
ซึ่งจริงๆแล้วก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่น้องก็ดีใจที่พี่มองเห็น และนั่นทำหนูให้มีกำลังใจในการทำงานมากขึ้นค่ะ
เพิ่มเติมเรื่องพี่สัมฤทธิ์นะคะ ตั้งแต่พี่สัมฤทธิ์ย้ายไปจัดชั้น หนังสือส่งซ่อมในรถประจำของหนูเพิ่มขึ้นเท่าตัวเลยค่ะ จากที่ปกติต้องเดินไปดูตามชั้นเองบ้าง เจ้าหน้าที่ที่ตรวจชั้นหยิบมาให้บ้าง
แต่ตอนนี้พี่สัมฤทธิ์แบ่งเบาภาระตรงนั้นได้มากเลยค่ะ อาจจะมากกว่าที่เดินขึ้นไปหาเองด้วยซ้ำ ^^ ต้องฝากขอบคุณพี่สัมฤทธิ์ผ่านทางBlogนี้ด้วย