วันนี้ได้มีโอกาสได้อ่านข่าวมหาวิทยาลัยศิลปากร ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ อิฉันชอบอ่านแบบเอาจริงเอาจัง เพราะมีความเห็นว่าเป็นเอกสารที่บรรจุมวลของความเป็นศิลปากร แบบไม่ต้องวิ่งไปหาที่ไหน
อ่านข่าวเห็น Kyaw Kyaw Winn นักถ่ายภาพชาวพม่าได้รับรางวัลอีกแล้วครั้งท่าน รู้สึกยินดีไปกับเค้า เพราะได้เคยเขียนชื่นชมไว้ที่ https://snc.lib.su.ac.th/snclibblog/?p=32002 ปีนี้ (2557) งานวันนริศ ได้ประกวดภาพถ่ายในหัวข้อ “ถิ่นกำเนิด” รูปที่ได้ชื่อ “When Finished the Daylight”

ข่าวต่อมาที่ชอบคือเป็นเรื่องของการสร้างนวัตกรรมนำร่องการผลิตแท่นพิมพ์ภาพพิมพ์ศิลปะ ที่เป็นความบูรณาการของภาควิชาภาพพิมพ์ คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ กับภาควิชาวิศวเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ที่ได้สร้าง “แท่นพิมพ์ภาพพิมพ์ศิลปะ” อ่านแล้วรู้สึกตื่นเต้นและยินดีกับมหาวิทยาลัยเหมือนกับครั้งที่มีโครงการ “สีศิลปากรประดิษฐ์” เมื่อหลายปีก่อนโน้น
“แท่นพิมพ์ภาพพิมพ์ศิลปะ” ในข่าวบอกว่าผลิตภายใต้สโลแกน “แท่นพิมพ์ภาพพิมพ์ที่ออกแบบและพัฒนาขึ้นมานั้นจะต้องเปรียบเหสมือนเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ตกแต่งบ้าน” ในฐานะที่อยู่ในประชาคมศิลปากรรู้สึกชื่นชม ประทับใจในแนวคิดของผู้จุดประกายความคิดคือผู้ช่วยศาสตราจารย์ถาวร โกอุดมวิทย์ รองอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรม และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สาโรช พูลเทพ ผู้ช่วยอธิการบดีพระราชวังสนามจันทร์ …. รายละเอียดโปรดอ่านจากฉบับพิมพ์ค่ะ เล่าไว้ค่อนข้างละเอียดและนึกภาพตามได้
ในข่าวบอกว่าเป็นการทำงานแบบ “การบูรณาการข้ามศาสตร์ หรือ Interdisciplinary” แต่ในวงการห้องสมุดมีอีกคำหนึ่งที่น่าสนใจคือ collaboration ที่พี่นก หัวหน้าฝ่ายบริการ ได้ทำวิทยานิพนธ์ไว้ ซึ่งเป็นเอกสารอ้างอิงหลักใน part หนึ่งของงานที่ดิฉันกำลังเพียรพยายามทำวิจัย ยังเล่าให้พี่ๆ น้องๆ หลายคนว่าเราขาดในส่วนนี้ ซึ่งตกลงกันว่าขอให้เป็นหัวข้อที่เราจะไปเติมเต็มในการสัมมนาประจำปี
การสร้างสรรค์งานหรือการทำงานสักชิ้น หากเราทำงานด้วยมุมมองของเราก็ได้แค่เรา หากมีมุมมองของเพื่อนเข้ามาแต่งเติมด้วยจะดีไม่น้อย และจะดีมากขึ้นหากเรามีมุมมองของคนที่อยู่นอกศาสตร์มาช่วยเรามอง จากประสบการณ์แล้วจะทำให้เรา “คม” และ “ลึก” มากขึ้น
เมื่อสองปีก่อนดิฉันนำเสนอผลงานร่วมกับคุณสมเกียรติ ฉัตรชื่นยศ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ เรื่อง The power of resources collaboration : software development of library services หรือชื่อภาษาไทยว่า พลังอำนาจของการผสานทรัพยากร : โครงการพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับงานบริการห้องสมุด ที่บอกเล่าการทำงานของพี่จุ๋ม (บรรจง รุ่งแผน) ที่เป็นคนธรรมดาๆ ที่ลุกขึ้นมาอดทน เรียนรู้สิ่งที่ยากๆ กระทั่งสามารถพัฒนาระบบการทำบัตรห้องสมุดได้ด้วยตนเอง และระบบนี้ยังใช้งานอยู่จนถึงปัจจุบัน ซึ่งดิฉันถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดีและชัดเจนของการทำงานข้ามสายงาน
ส่วนเมื่อเช้าได้มีโอกาสคุยกับอาจารย์ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่มาติดต่อที่ฝ่ายฯ เรื่องการสั่งซื้อหนังสือ สนทนาปราศัยเรื่องหนังสือ จำนวนการใช้ และพฤติการการใช้ห้องสมุด และถามอาจารย์ว่าสอนวิชาอะไรบ้าง ท่านบอกว่าสอนวิชา Inter-cultural พอได้ฟังดิฉันดีใจเป็นนักหนาเพราะเรื่องนี้ คำนี้ได้กำหนดอยู่ในหลักสูตรการอบรมภาษาอังกฤษที่จะเกิดขึ้น Inter-cultural skills จึงกราบงามๆ ขอเรียนเชิญท่านมาเป็นวิทยกรให้กับหลักสูตรการอบรมในครั้งนี้ …. ขอบอกว่าดีใจมากๆ
ที่น่าสนใจของข่าวนี้คือดิฉันพบคำว่า “Artineering” ในข่าวบอกว่าคือ ศิลปะวิศวกรรม คนรอบๆ ข้างดิฉันเคยพูดเรื่องนี้ให้ฟังเมือหลายปีก่อนและเคยเขียนใน blog แต่จำไม่ได้ว่าเรื่องอะไร เพียงแต่ไม่ได้ใช้คำนี้ แต่ไอเดียคล้ายๆกัน ตามนิสัยคือไปค้นหาอ่านพบว่ามีเว็บไซต์ชื่อ http://www.artineering.com ไปหาความหมายบอกไว้ว่า Artineering is about “design-build’. แล้วขยายความต่อว่า
It is about art, engineering, mechanics, botany, ornithology, ideology, physiology, sculpturology, colorology, and visionology. Conceptual ideas are re-thought, reworked, fine tuned, and molded into a functional and aesthetic product. The components can be metal (polished, scuffed, scored, dented, scraped, bent); wood (dried, engraved, chipped, shaved, grainy, knotty, petrified); rubber (worn, dry, dirty, stamped, transparent); flesh (muscle, organs, bones, breath); plastic (molded, colored, shaped, wet); glass (broken, mirrored, smoked, sunlit); or whatever else, animate or inanimate. The similitude of the universe.
ในเว็บมีการแสดงผลงาน ดูแล้วสวยงามดี ออกจะทึ่งๆ ในผลงานที่สะท้อนถึงความแข็งแรงในโลกของวิศวกรรมศาสตร์ และอ่อนโยนในโลกของศิลปะ อดเปรียบเทียบกับงานของ MUJI (http://www.muji.eu) ที่ออกแบบของใช้ออกมาได้น่ารักถูกจริต ซึ่งแนวความคิดหลักน่าจะต่างกัน
นอกจากจะเป็นประเด็นของความชื่นชมแล้ว อีกประเด็นหนึ่งสำหรับการทำงานคือโลกเราเปลี่ยนไปทุกวัน มีถ้อยคำ ศัพท์แสงมากมายเกิดขึ้นในทุกวินาทีของลมหายใจ คนทำงานจำเป็นต้องเก็บงำเรื่องราวระหว่างทางอย่างน้อย Artineering หรือ ศิลปะวิศวกรรม อาจเป็นหัวเรื่องใหม่ หรือรายการโยงที่เกิดขึ้นในห้องสมุดก็อาจเป็นได้
ปีก่อนพวกเราคุยกันยังพูดกันว่าเรื่องที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวกับเรา ทำไมจึงเกี่ยวกับเรา เช่น ชื่อหน่วยงาน ผลิตภัณฑ์อะไร เผลอหน่อยเดียวเข้าไปอยู่ในฐานข้อมูลซะแล้ว
เอวังแปลว่าจบเรื่องที่จะเขียน แต่ชีวิตการทำงานต้อ’มี…. สู้ต่อไปทาเคชิ!