เมื่อลูกน้อยไปเข้าค่ายพุทธบุตร

ลูกๆ ของใครเคยผ่านประสบการณ์การเข้าค่ายพุทธบุตร ค่ายพุทธธรรม ค่ายธรรมะ หรืออะไรก็ตามแต่ที่โรงเรียนจะเรียกบ้าง สำหรับที่บ้านในช่วงสี่ห้าปีที่ผ่าน ลูกสองคนผ่านประสบการณ์การเข้าค่ายแบบนี้มาอย่างโชกโชน เริ่มจากลูกสาวคนโต (น้ำหอม) เข้าค่ายครั้งแรกตอนที่อยู่ประถมห้าและหก เข้าขั้นมัธยมก็ไปกับโรงเรียนใหม่ ส่วนลูกสาวคนเล็ก (แตงโม) เพิ่งจะเริ่มเข้าสู่วงการได้มาสองครั้งเท่านั้น จำได้ว่าครั้งแรกที่ให้ลูกไปเข้าค่าย สำหรับพ่อแม่และก็คงรวมถึงพ่อแม่คนอื่นๆ ด้วย คงค่อนข้างเป็นห่วงเรื่องความเป็นอยู่ การกิน การนอน ว่าเค้าจะอยู่ได้ไหม (แต่เดี๋ยวนี้ชินซะแล้ว แต่เอ๊ะบางคนอาจจะยังไม่ชินมั๊ง) แต่สำหรับเด็กๆ แล้วคงเป็นประสบการณ์อันยิ่งใหญ่ของพวกเขาเลยที่เดียว การเข้าค่ายที่โรงเรียนของลูกๆ มักไปเข้าค่ายที่วัดในต่างจังหวัด หรือวัดในต่างอำเภอ บางครั้งก็นั่งรถไฟไปกันเป็นที่สนุกสนาน โดยมากมักเป็นวัดแถบราชบุรี หรือกาญจนบุรี เช่น วัดถำ้พุหว้า วัดป่าอนทอง แดนมหามงคล และทุกครั้งลูกก็จะกลับมาเล่าเรื่องค่ายให้ฟัง กิจกรรมต่างในค่าย มีมากมาย เ่ช่น เริ่มด้วยการนั่งสมาธิ การฟังธรรม การปฏิบัติธรรม การเดินออกไปบิณฑบาตรตอนเช้ากับพระอาจารย์ การทำวัตรในตอนเย็น  การกินอาหาร 2 มื้อ ฯลฯ ตอนนอน บางแห่งก็นอนกันที่ศาลา นอนดูดาวกันสนุกสนาน มีครั้งหนึ่งไปช่วงหน้าหนาวเข้าค่ายบนเขาเด็กๆ บอกว่า หนาวแต่สนุก พูดมีควันออกมาจากปากด้วยน่ะแม่ (สงสัยจะหนาวจริงๆ แฮะ)

แต่ที่ฟังแล้วติดใจคือ การไปเข้าค่ายครั้งล่าสุด ที่เด็กๆ ต้องลุกมาทำกิจกรรมกันตั้งแต่ ตีสองตีสาม เริ่มด้วยการสวดมนต์ และอื่นๆ พอตีห้าก็ออกเดินไปบิณฑบาตรกับพระอาจารย์ ซึ่งก็ไกลพอสมควร ขาไปเิดินกันไปได้ ขากลับบางสายต้องให้รถไปรับกลับ(เนื่องจากบางคนเริ่มงอแงประสาเด็ก) หลังจากกลับมาจากบิณฑบาตรตอนเจ็ดโมงเช้า ก็มาลงมือกินข้าว จากที่เคยกินข้าวใส่จานที่บ้าน ต้องมาใส่ในชามสแตนเลส (เด็กแอบกระซิบว่า ถ้าใหญ่อีกหน่อยตายแน่ๆ ) หลังจากนั้นก็ต้องไปฟังธรรม ทำกิจกรรมกวาดลานวัด และบริเวณวัด (ประมาณว่า กวาดไปหลับไป เนื่องจากตอนดึก ตื่นเช้า) ตอนเย็นก็ไปฟังเทศน์ พิจารณาสังขาร (ดูภาพศพตั้งแต่ตายไล่ไปจนถึงเน่าเปื่อยเหลือแต่กระดูก) ลูกบอกว่า สุดๆๆ เลยแม่ เข้านอนตอนสี่หรือห้าทุ่ม ตีสองตีสามวันถัดไปก็ตื่นขึ้นมาทำแบบเิดิม ล้วนแ้แล้วแต่น่าอัศจรรย์ และสนุกปนลำบากสำหรับเด็ก
จำได้ว่า ตอนที่ไปรับลูกที่โรงเรียนทุกครั้ง ทั้งคุณครูและนักเรียนล้วนแต่มอมแมมกันถ้วนหน้า จนต้องถามลูกว่า วัดที่ไปเข้าค่าย มันไกลและทุรกันดานมากหรือ ลูกบอกว่า ไม่ใช่หรอกแต่ไม่มีเวลาอาบน้ำต่างหาก สรุปว่า ลำบากทั้งครูและนักเรียน แต่ถ้าให้ถามว่า อยากไปอีกไหม เด็กบางคนอาจสั่นหน้า เด็กบางคนอาจพยักหน้ารับ แต่ที่แน่ๆ ลูกบอกว่า รักบ้านขึ้นมากเลย (สงสัยไปแล้วคงลำบาก อยู่บ้านสบายกว่า) และที่เห็นความเปลี่ยนแปลงคือ ปีแรกๆ แม่ต้องจัดกระเป๋าเดินทางให้ เดี๋ยวนี้ไม่ต้อง ปีนี้ได้ข่าวว่าการเข้าค่ายเจอโรคเลื่อน เนื่องจากฝนตกบ่อยมาก คุณครูขอเลื่อนไปจนกว่าจะหมดหน้าฝน ถ้าไปครั้งหน้า็คงมีวีรกรรมเด็ดๆ มาเล่าสู่กันฟัง

One thought on “เมื่อลูกน้อยไปเข้าค่ายพุทธบุตร

  1. ชอบไปวัด ชอบใส่เสื้อขาว แต่ไม่ชอบนุ่งอะไรกางเกงขาวๆ ล้วนทั้งตัว ถึงเป็นสัญลักษณ์ก็เถอะ

Leave a Reply