😆 ฉันไปดูนิทรรศการของท่านเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ในส่วนของ ห้องต้นธารการศึกษาที่วัดบวรนิเวศวิหาร ภายในห้องนิทรรศการจัดเป็นลักษณะห้องเรียน และชั้นหนังสือเป็นแบบชั้นเปิด หยิบอ่านได้ตามใจชอบ มีกระดานดำ มีโต๊ะเรียนหนังสือ มีคอมพิวเตอร์ฯ
ภายในห้องนิทรรศการมีบรรยากาศของการเรียนรู้ในสมัยก่อน บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีเจ้าหน้าที่ประจำห้อง
นิทรรศกการ นอกจากนี้ยังมีหนังสือพระนิพนธ์ของท่านเจ้าพระคุณฯ เป็นจำนวนมาก ฉันหยิบหนังสืออ่านบางเล่ม (ที่ชอบ) คือหนังสือชิ่อ
พระอภิธรรม เป็นธรรมมะของพระพุทธองค์ ที่ดีจริงๆ เป็นธรรมมะขั้นสูง คำสอนของพระพุทธเจ้าดีจริงๆ สาธุ ก่อนอ่านต้องมีศรัทธานะ จึงเกิดกุศล จริงๆ แล้วดีทุกเล่มแต่
มันสมองของฉันเป็นมันทบุคคล (ผู้รู้น้อย) บางเล่มอ่านแล้วยังไม่เข้าใจในคำสอน แต่มีเสียงดังที่ที่สะดุดใจ ในห้องต้นธารการศึกษาคือ มีภาพและเสียงของพระ ๒ รูป โต้ตอบกันทำให้สงสัย ให้อยากรู้อยากเห็น จึงเปลี่ยนที่นั่ง จากการนั่งอ่านหนังสือ ไปฟังเสียงแทน ภายในห้องจะมี โต๊ะนั่งเรียนหนังสือ มีเสียงของ ธมฺมสาโรภิกขุ และ สุวฑฺฒโนภิกขุ ปฏิพากย์กัน อย่าง ออกรสและชวนยิ้ม และเป็นที่มาของ “สักรวาสุชีโว”
คำว่า “สุชีโว” แปลความว่า ผู้มีชีวิตที่ดี
ตอนเป็นเด็ก ฉันเคยอ่านหนังสือ ในหนังสือเขียนไว้ว่า เราต้องคบบัณฑิตก็สงสัยเหมือนกันทำไมต้องคบบัณฑิต (ผู้ทรงความรู้ ผู้มีปัญญา ผู้มีความสามารถเป็นพิเศษโดยกำเนิด) ตอนนี้เข้าใจแล้ว เสียงที่ได้ยินในห้องต้นธารการศึกษา ทำให้อยากฟัง มีคำสัมผัส คำคล้องจอง และสนุกสนาน
ฟังแล้วชวนหัวเราะ ชวนยิ้มจริงๆ คนสมัยก่อนจะใช้คำที่สละสลวย มีสัมผัส ไพเราะ เป็นธรรมชาติ มีอารมณ์ขัน และสุนทรีย เสียงที่ได้ยินมีดังนี้
เสียงของท่าน ธมฺสาโร ภิกขุ เริ่มก่อน มีดังนี้
สักรวา “สุชีโว” พุโธ่เอ๋ย
ไม่นึกเลยว่าจะลาสิกขาได้
เกียรติยศชื่อเสียง มีเพียงไร
ฝังดวงใจชาวพุทธสุดอาวรณ์
ตั้งแต่นี้มีใครที่ไหนเล่า?
พระคุณเจ้าจอมใจได้สั่งสอน
เผยพระธรรมนำสมัยได้ทุกตอน
นิมนต์ถอนใบลา สาธุเอย ฯ
สักวาตอบ
สักวาธมฺมสาโรโยเย (เบี้ยว?)
เพราะเที่ยวชักคนจะสึกอึกอักเหลือ
เกลือจะเค็มอย่าห้ามตามใจเกลือ
หรือไม่เชื่อโบราณว่านานนม
ฝนจะตก ลูกจะออก ขี้จะแตก
พระจะแหก กาสาย์ อย่าทับถม
เป็นสิ่งที่ห้ามยาก อย่าปรารมภ์
คราวนิยม ต้องเป็น เช่นนี้เอยฯ
สุชีโว คือ นามฉายาของพระภิกษุผู้ครองสมณเพศ อยู่เป็นเวลานานปี มีผู้ศรัทธาเลื่อมใสเป็นอันมากแต่แล้วก็ตัดใจลาสิกขา ท่ามกลางความเสียดาย อาลัยของบรรดาฆราวาส และเพื่อนสมณด้วยกันเป็นที่มาของ “สักรวาสุชีโว” ที่พิมพ์ขึ้นเป็นการภายใน เมื่อ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๕ แสดงปฏิพากย์กัน อยากออกรส และชวนยิ้ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้อ่านได้ทราบว่า ท่านสุชีโวนั้นคือ สุชีพ ปุญญานุภาพ และ
ท่านสุวัฒโน คือ สมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระญาณสังวร สกลมหาสังฆปริณายก ท่านที่สนใจเรื่องเกี่ยวกับท่านเจ้าพระคุณสมเด็จฯ
สามารถดูได้จากนิทรรศการ ศูนย์ข้อมูลภูมิภาคตะวันตก ชั้น๒ อาคารมล.ปิ่น มาลากุล
ท่านเจ้าพระคุณฯ สมเด็จฯ มีพระนามเดิมว่า เจริญ คชวัตร (คชวัตร แปลความว่า ช้างจำศีล)
พระองค์ได้รับฉายา จากสมเด็จพระสังฆราชว่า สุวฑฺฒโน (แปลความว่า ผู้เจริญดี)
สาธุ สาธุ สาธุ
One thought on “สักรวาสุชีโว”
Leave a Reply
You must be logged in to post a comment.
อ่านกลอนไป นึกถึงผู้เขียนช่างมีอารมณ์ขัน โต้ตอบทันกัน แต่อย่างว่าแหละ พระก็คือคน
แตกต่างจากคนธรรมดา เพียงแต่ได้รับการบวชในพิธีการบวช เปล่งวาจา ต่อหน้าผู้คนที่ร่วมในงานบวช ก่อนนุ่งห่มผ้าสีเหลืองหรือสี…ตามแต่พระสายอะไร (บ้าน/ป่า -ภาษาชาวบ้านค่ะ) สีกา/แม่ชี กับพระ พบกันบ่อยไม่ได้ไม่ว่าจะทางธรรมก็ตาม อย่างนายมิตสุโอะ นั่นปะไร พวกที่ยึดมั่นถือมั่น รับไม่ได้กับคำสอนที่ผ่านมา ซึ่งที่ผ่านมาก็น่าจะดีจริง ๆ คำสอนก็ดีมาก ๆ แต่ตอนนั้นแสดงว่า ยังไม่เคยพบเจออะไรที่มากกว่าการบวชไง ขอจบแค่นี้นะ