การเผยแผ่พุทธธรรมเพื่อสร้างสรรค์คนดีให้มีมากขึ้นในสังคม เป็นสิ่งที่พระสงฆ์ไทยได้ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาตั้งแต่สมัยโบราณ ทำให้วัดเป็นศูนย์กลางแห่งการสร้างสรรค์สรรพวิชาการทั้งปวงของไทย งานการศึกษาของชาติไทยจึงอยู่ที่วัดตลอดมา ต่อมาเมื่อมีการปฏิรูปการศึกษาในสมันรัชกาลที่ 5  การศึกษาจึงแยกออกมาจากวัด โดยเปิดเป็นโรงเรียนขึ้น ความห่างเหินจากพุทธธรรมของนักเรียนก็เพิ่มมากขึ้น จากความคุ้นเคยกับขนบธรรมเนียม ประเพณีอันเป็นวัฒนธรรมของชาติผ่านวัด ก็กลายเป็นวิชาหน้าที่ศีลธรรมในหลักสูตรการศึกษา และวิชานี้ก็เกือบจะสูญหายไปจากระบบการศึกษาของชาติ
แต่ปัจจุบันงานเผยแผ่พุทธธรรมเพื่อสร้างสรรค์คนดี อยู่ในรูปแบบการสอน ธรรมศึกษา ซึ่งมีจุดเริ่มต้นดังนี้
ปีพ.ศ. ๒๔๗๑ การศึกษานักธรรม เป็นที่นิยมและเป็นที่ยกย่องทั้งในวงการคณะสงฆ์และในทางราชการ ผู้ที่สอบได้ประโยคนักธรรม เมื่อลาสิกขาออกไป ได้รับสิทธิพิเศษเช่น รับราชการเป็นครู สอนตามโรงเรียนต่างๆ ต่อมาได้มีการอนุญาตให้ฆราวาสได้สอบธรรมสนามหลวงตามหลักสูตรนักธรรม โดยตั้งหลักสูตรประโยคนักธรรมสำหรับฆราวาส เรียกว่า “ธรรมศึกษาตรี” ประกอบ ด้วยวิชาที่ต้องสอบเช่นเดียวกันกับหลักสูตรนักธรรมชั้นตรีสำหรับภิกษุสามเณร ยกเว้นวิชาวินัยบัญญัติ ใช้เบญจศีล เบญจธรรม และอุโบสถศีลแทน และอนุญาตให้ครูทั้งหญิงและชายสอบธรรมสนามหลวง ตามหลักสูตรนี้ได้ โดยเปิดสอบครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๒

ปีพ.ศ. ๒๔๗๓ เปิดหลักสูตรธรรมศึกษาโท เพื่อเป็นการขยายการศึกษาธรรมสำหรับฆราวาสให้กว้างขวางยิ่งขึ้น หลักสูตรธรรมศึกษาโทประกอบด้วยวิชาธรรมวิภาค อนุพุทธประวัติ และเรียงความแก้กระทู้ธรรม เช่นเดียวกับหลักสูตรนักธรรมชั้นโทสำหรับภิกษุสามเณร ยกเว้นวินัย
ปีพ.ศ. ๒๔๗๘ เปิดหลักสูตรธรรมศึกษาเอก ประกอบด้วยวิชา ธรรมวิภาค พุทธานุพุทธประวัติ และเรียงความแก้กระทู้ธรรม เช่นเดียวกับหลักสูตรนักธรรมชั้นเอกสำหรับภิกษุสามเณร ยกเว้นวินัยบัญญัติ
ปีพ.ศ. ๒๕๔๖ มหาเถรสมาคมมีมติปรับปรุงหลักสูตรธรรมศึกษาให้มีเนื้อหาที่เหมาะสม แก่ผู้เรียน ทำให้หลักสูตรธรรมศึกษามีเนื้อหาวิชาที่แตกต่างจากหลักสูตรนักธรรมอย่างชัดเจน
การเรียนธรรมศึกษา ประกอบด้วยวิชาดังนี้
ธรรมศึกษาชั้น ตรี ๔ วิชา คือ        ๑. วิชา เรียงความแก้กระทู้ธรรม (๑) ๒. วิชา ธรรมวิภาค (๑)
๓. วิชา พุทธประวัติ – ศาสนพิธี ๔. วิชา เบญจศีล – เบญจธรรม

ธรรมศึกษาชั้น โท ๔ วิชา คือ       ๑. วิชา เรียงความแก้กระทู้ธรรม (๒) ๒. วิชา ธรรมวิภาค (๒) ๓. วิชา อนุพุทธประวัติ – ศาสนพิธี ๔. วิชา อุโบสถศีล
ธรรมศึกษาชั้น เอก ๔ วิชา คือ ๑. วิชา เรียงความแก้กระทู้ธรรม (๓) ๒. วิชา ธรรมวิจารณ์
๓. วิชา พุทธานุพุทธประวัติ ๔. วิชา กรรมบถ
เมื่อนักเรียนเรียนจบหลักสูตรแล้ว วัดต้นสังกัดจะทำบัญชีรายชื่อนักเรียนส่งสมัครสอบ ธรรมสนามหลวงประจำปี ตามกำหนดการที่สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวงกำหนด
จากสถิติสนามสอบธรรมศึกษา เมื่อพ.ศ. ๒๕๔๙ พบว่า มีสนามสอบธรรมศึกษาทั่วประเทศ ๒,๖๙๑ สนาม จำแนกเป็น สนามสอบในวัด ๑,๐๒๔ สนาม สนามสอบที่เป็นโรงเรียน ๑,๕๑๒ สนาม สนามสอบในสังกัดกรมราชทัณฑ์ ๑๒๒ สนาม สนามสอบในสถาบันอุดมศึกษา ๒๓ สนาม สนามสอบอื่นๆ ๑๐ สนาม เช่น ชุมชน ศูนย์ฝึกอบรม เป็นต้น (สนามสอบธรรมศึกษา จะต้องมีนักเรียนสอบตั้งแต่ ๒๐๐ คนขึ้นไป)
นักเรียนธรรมศึกษา สามารถจำแนกได้ ดังนี้
๑. นักเรียนจากกระทรวงศึกษาธิการ คณะสงฆ์ได้จัดสอนนักเรียนในโรงเรียน เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้หลักพุทธธรรมที่เป็นรากฐาน ของวัฒนธรรมประเพณี และมีความเข้าใจในหลักธรรมที่จะนำพาตนไปสู่ความสำเร็จในชีวิตที่ประสงค์ สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ได้มีหนังสือลงวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๐ แจ้งสถานศึกษา ให้บันทึกผลการสอบธรรมศึกษาชั้นตรี-โท-เอก ของนักเรียน นักศึกษาที่สอบได้ ลงในเอกสารระเบียนแสดงผลการเรียนหลักสูตรขั้นพื้นฐาน (ป.พ. ๑) เพื่อเป็นการทำให้ผู้เรียนเห็น ความสำคัญและเป็นการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และเป็นการนำนโยบายคุณธรรมนำความรู้ สู่การปฏิบัติของสถานศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม
๒. นักเรียนจากกรมราชทัณฑ์ คณะสงฆ์จัดพระสงฆ์ไปสอนธรรมศึกษาแก่นักโทษ ตามที่ผู้บังคับบัญชาเรือนจำได้อนุมัติให้จัดการเรียนธรรมศึกษา ซึ่งกรมราชทัณฑ์มีนโยบายการสอนธรรมศึกษา เพื่อแก้ไขปรับปรุงผู้ต้องขังมีความรู้สึกสำนึกผิดชอบ มีสติสัมปชัญญะเหนี่ยวรั้งจิตใจ และกลับประพฤติชอบตามหลักศีลธรรม ไม่เป็นภัยต่อสังคม ควบคู่กันไปกับการศึกษาวิชาสามัญและวิชาชีพ

๓. นักเรียนทั่วไป คณะสงฆ์ในแต่ละวัดที่มีความสามารถในการสอนธรรมศึกษา จะจัดการสอนธรรมศึกษา ในรูปแบบ ศูนย์พระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ศูนย์ธรรมศึกษา ซึ่งมีนักเรียนในโรงเรียนที่ไม่มีการสอนธรรมศึกษา แม่ชี อุบาสก อุบาสิกา ที่สนใจสามารถสมัครเข้าเรียนได้
นักเรียนธรรมศึกษา ได้ชื่อว่าเป็นผู้รับมรดกที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ เพราะได้เรียนรู้ถึงธรรมที่ทำให้เกิดความสามัคคีและเป็นบ่อเกิดแห่งวัฒนธรรมไทย การสอบธรรมศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของสุจริตธรรม อันเป็นความดีที่สามารถ แสดงถึงพุทธจริยธรรมในจิตใจของบุคคล อันเป็นเครื่องหมายของคนดี

สรุปความจาก : ผู้จัดการออนไลน์ ธรรมศึกษา‘ งานดีที่พระทำ 2 พฤศจิกายน 2550 15:28 น.
และ http://www.cmprice.com/board/?action=show&board_id=541&topic_id=3389

3 thoughts on “ธรรมศึกษา

  1. นักเรียนในจังหวัดนครปฐมมักได้เีัรียนวิชานี้จากพระอาจารย์เมื่อสอบผ่าน พอขึ้นมัธยมศึกษา จึงไม่ต้องไปเรียนแล้วก็ไปสอบกับรุ่นน้องๆ ประสบการณ์ของตนเองคือยอดตองเรียนประถมแบบ Home School จึงไม่ได้เรียนวิชานี้จึงต้องเรียนแล้วก็ไปสอบระดับเดียวกับน้ำหอม วิชานี้ทำให้เด็กเขียนหนังสือและเรียบเรียงได้ดี เพราะต้องเขียนกระทู้ธรรม

  2. ลูกๆ ของพวกเราเป็นประเภทนักเรียนข้อที่1 ค่ะคือนักเรียนจากกระทรวงศึกษาธิการ เห็นด้วยกับพี่ปองที่ว่า การเรียนวิชานี้ทำให้นักรียนเขียนหนังสือและรู้จักเรียบเรียงคำและความคิดได้ดี การเขียนกระทู้ธรรมเค้ามีหลักการเขียนและรูปแบบและข้อกำหนดของเค้า สังเกตุจากที่เจ้าน้ำหอมหัดเขียนที่บ้าน ก่อนไปสอบคล้ายกับวิชาเรียงความของเราในสมัยก่อนเพียงแต่ว่าเป็นการเรียงความในแนวพุทธศาสนา เจ้าน้ำหอมเริ่มเรียนธรรมศึกษาตรีตอนประถม 5 ประถม 6 ก็ธรรมศึกษาโท พอมัธยมหนึ่งก็จบธรรมศึกษาเอก ปีนี้เจ้าแตงโมจะลงสนามเป็นปีแรกเพราะเข้าประถม5 แล้ว ไม่รู้จะผ่านหรือเปล่า แต่ไม่เป็นไรรู้สึกว่า เค้าจะให้โอกาสจนถึงชั้นมัธยม ส่วนการเรียนธรรมศึกษาแบบที่เป็นศูนย์พระพุทธศาสนาวันอาทิตย์นั้น ได้ความรู้มาจากน้องเอ๋ว่า ที่วัดพระปฐมเจดีย์เค้ามีเรียนทุกปี ค่าสมัครเรียนคนละ 100 บาท ได้เครื่องแบบ อุปกรณ์การเรียนฟรีทุกอย่าง หากใครสนใจก็ให้ลูกไปเรียนได้ แถมเรียนดีมีทุนการศึกษาให้ด้วยค่ะ

  3. รวมถึงมีอาหารดีแบบฟรีๆ ด้วย วันนั้นเด็กจะเม้าท์กันว่าคุณแม่ครัวใจดี้ดีเป็นพิเศษ

Leave a Reply