สถาบันทักษิณคดีศึกษานั้นมีบทบาทและหน้าที่สำคัญประการหนึ่ง คือ การศึกษา ค้นคว้าและวิจัยเรื่องราวที่เกี่ยวกับทักษิณศึกษา โดยเน้นเรื่องราวทางด้านศิลปะ และวัฒนธรรมภาคใต้ และเผยแพร่องค์ความรู้สู่ชุมชน องค์ความรู้ทางด้านศิลปะและวัฒนธรรมภาคใต้ที่สถาบันทักษิณคดีศึกษาได้รวบรวมมากกว่า 3 ทศวรรษ ได้ปรากฏชัดเจนในรูปแบบของการจัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์คติชนวิทยา ซึ่งรวบรวมองค์ความรู้ไว้หลากหลายเรื่องราว เช่น ห้องประวัติศาสตร์ และชาติพันธุ์ห้องลูกปัด และเครื่องประดับห้องมีด และศาสตราวุธ ห้องกระต่ายขูดมะพร้าว ห้องการละเล่นพื้นเมือง เป็นต้น
ห้องที่จะจัดแสดงเหล่านี้เป็น แหล่งรวบรวมองค์ความรู้ที่นักเรียน นิสิต และนักศึกษาประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปศึกษาหาความรู้ในแต่ละห้องได้เป็นอย่างดี แต่การจัดแสดงองค์ความรู้ในแต่ละห้องก็มีข้อจำกัด ไม่สามารถแสดงเรื่องราวได้ทั้งหมด จึงต้องคัดเลือกวัตถุของจริง และวัตถุที่จำลองขึ้นใหม่มาแสดง เพื่อถ่ายทอดสื่อความรู้สู่ผู้ชม เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น ดังนั้นเพื่อให้องค์ความรู้แต่ละเรื่องราวมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ทางสถาบันทักษิณคดีศึกษาได้รวบรวมโนราฉบับสถาบันทักษิณคดีศึกษา ในประเด็นประวัติความเป็นมาของโนรา มีองค์ประกอบของการแสดง ท่ารำ และกระบวนรำการแสดงเรื่อง ความเชื่อและพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับโนราความเป็นมาของประเพณีการรำโนราโรงครู รูปแบบเนื้อหาของโนราโรงครู เป็นต้น
โนรา หรือ มโนห์รา เป็นการละเล่นพื้นเมืองที่สืบทอดกันมานาน และนิยมกันอย่างแพร่หลาย ในภาคใต้ เป็นการละเล่นที่มีการร้อง และการรำ บางส่วนเล่นเป็นเรื่อง และบางโอกาสมีบางส่วนแสดงตามคติความเชื่อที่เป็นพิธีกรรม หรือการละเล่นพื้นบ้านภาคใต้ที่ได้รับความนิยมสูงสุด นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีเพียง 2 อย่าง คือ หนังตะลุงกับโนรา โดยเฉพาะโนรา นั้นยอมรับกันว่ามีความเก่าแก่มาก ปรากฏตำนานเล่าขานกันหลายกระแสมีประเพณีความเชื่อที่เกี่ยวข้องมากมายที่สำคัญคือ ประเพณี ความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับบูรพาจารย์โนราที่เรียกว่า “ครูต้น” และบรรพบุรุษที่เป็นโนรา หรือนักถือวิญญาณครูโนราในชั้นหลัง ซึ่งรวมเรียกว่า ครูหมอตายายโนรา
มองในแง่ศิลปะโนรามีองค์ประกอบ และวิธีการเล่นทั้งดนตรี กระบวนรำ กระบวนกลอนและการขับร้อง ตลอดจนการจับบท (แสดงเป็นเรื่อง) ที่มีขนบธรรมเนียมนิยมเป็นแบบแผนเฉพาะ และเป็นเอกลักษณ์ของทางภาคใต้ที่มีการสืบทอดมาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน กล่าวได้ว่าโนราเป็นมหรสพ หรือศิลปะการรำฟ้อนของชาวภาคใต้ โดยได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในจังหวัดต่างๆ ทั้งภาคใต้ตอนบน และภาคใต้ตอนกลาง นับตั้งแต่จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา กระบี่ ตรัง พัทลุง และสงขลา โดยเฉพาะจังหวัดพัทลุง และชุมชนบริเวณลุ่มทะเลสาบสงขลา มีส่วนเกี่ยวข้องกับประวัติความเป็นมา และตำนานโนรา รวมทั้ง มีจำนวนคณะโนราที่มีชื่อเสียงอยู่เป็นจำนวนมากในส่วนของการแสดงโนรานั้นกล่าวกันว่าก่อนที่โนราจะพัฒนามามีบทบาท เพื่อสร้างความบันเทิงแก่ชุมชนโนราคงจะเป็นการแสดงสำหรับประกอบพิธีกรรมสำคัญๆ มาก่อน เช่น พิธีกรรมของกษัตริย์ หรือเจ้าเมือง และชนชั้นสูงในแต่ละท้องถิ่น หลักฐานในข้อนี้ อาจจะมองเห็นได้จากเครื่องแต่งกาย ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีลักษณะคล้ายของกษัตริย์สมัยโบราณอยู่หลายส่วนนอกจากนี้พิธีกรรมและคตินิยมหลายอย่างที่โนรากระทำ หรือยึดถือ ทำให้คะเนได้ว่าจะต้องพัฒนามาจากการแสดงเพื่อประกอบพิธีกรรมสำคัญๆ ก่อนที่จะปรับมาแสดงเพื่อความบันเทิงแก่ชุมชนมากขึ้น พิธีกรรม และคตินิยมที่เคยยึดมั่นอยู่ก็นับว่าจะเปลี่ยนรูป หรือสูญหายไป ยิ่งภาวะเศรษฐกิจและอิทธิพลของศิลปะการแสดงรุ่นใหม่ เช่น เพลงลูกทุ่ง และดนตรีสากล เข้ามามีบทบาทในชุมชนมากขึ้น ก็ยิ่งทำให้โนราละทิ้งบทบาทเดิมไปแสดงบทบาทด้านสร้างความบันเทิงเพื่อความอยู่รอดมากขึ้น
อย่างไรก็ตามจากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าโนราที่ประกอบพิธีกรรมที่เรียกว่า “โนราโรงครู” กลับมีความเข้มข้นแพร่หลาย กระจาย อย่างหนาแน่นในชุมชน บริเวณรอบทะเลสาบสงขลามาจวบจนถึงปัจจุบันนี้ กล่าวได้ว่า โนรา ในฐานะมหรสพหรือสถาบันนันทนาการมีบทบาทหน้าที่ในการให้ความบันเทิง การแสดงโนราเพื่อความบันเทิง มีได้แทบทุกกิจกรรมของชีวิต ตั้งแต่งานบวชงานแต่งงาน งานขึ้นบ้านใหม่ ตลอดจนงานศพ สำหรับกิจกรรมเพื่อสังคมก็เช่นเดียวกัน งานประเพณีนักขัตฤกษ์ต่างๆ ตลอดจนงานฉลอง หรืองานรื่นเริงที่จัดขึ้นเป็นครั้งคราว ก็มักจะมีโนราแสดงให้ ความบันเทิงอยู่เสมอการแสดงอาจจะแสดงเพียงคณะเดียว หรือมากกว่า 1 คณะก็ได้ ถ้าจัดมากกว่า 1 คณะ มักจะอยู่ในรูปของการแข่งขันประชันโรงที่เรียกว่า โนราแข่ง และอาจกล่าวได้ว่าโนราได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่า เป็นนาฏศิลป์ที่เป็นตัวแทนของชาวภาคใต้ ซึ่งบอกถึงความ แข็งกร้าว บึกบึน ฉับไว และเด็ดขาด เป็นกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่เก่าแก่ เป็นการสื่อสารที่ใช้ร่างกายเป็นเครื่องมือ และใช้การเคลื่อนไหวเป็นอย่างมีจังหวะ และมีความสัมพันธ์ระหว่างความคิด และจิตวิญญาณของผู้แสดง
โนราจึงเป็นการแสดงที่มีความสำคัญต่อชีวิตของชาวบ้านเกือบทั้งชีวิต เพราะศิลปินใช้การ แสดงโนราเป็นเครื่องแสดงปฏิกิริยาตอบสนองต่อความต้องการของสังคม และต่อปัญหาสังคม และด้วย เหตุที่โนรามีการปรับเปลี่ยนทั้งรูปและเนื้อหาการแสดงให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของสังคม และความต้องการของผู้ชมที่ทันสมัย จึงทำให้โนราดำรงบทบาทหน้าที่ในด้านความบันเทิงมาตลอด ในขณะเดียวกับบทบาทหน้าที่ในการประกอบพิธีกรรมก็มีส่วนอย่างสำคัญ ต่อการดำรงอยู่และมีวิถีผูกพัน อย่างลึกซึ้งกับชีวิต และสังคมของชาวภาคใต้ โดยเฉพาะชุมชนบริเวณลุ่มทะเลสาบสงขลาที่สำคัญ คือประเพณีโนราโรงครู ที่เป็นพิธีกรรมในการนับถือบรรพบุรุษซึ่งยังมีการจัดกันอยู่ตลอด เป็นต้น ด้วยเหตุและปัจจัยดังกล่าวท่ามกลางกระแสการเคลื่อนเปลี่ยนทางสังคม และวัฒนธรรม โนราก็ยังคงดำรงอยู่ควบคู่กับสังคมชาวภาคใต้มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นับว่าทุกวันนี้โนราจะนับวันจะสูญหายไปทุกที คนรุ่นใหม่ ไม่นิยมเท่าไรนัก คิดว่าถ้าเรายังไม่อนุรักษ์กันไว้ทุกย่างก็จะสูญหายไปอย่างน่าเสียดาย
ผู้แต่ง พิทยา บุษรารัตน์
สำนักพิมพ์ สถาบันทักษิณคดีศึกษา มหาวิทยาลัยทักษิณ
หมวด GV 1796 N67พ63

Leave a Reply