ถึงมาทำงานสาย…แต่ก็ได้บุญ!

เหตุเกิดเช้าวันหนึ่งในขณะเดินทางมาทำงาน (พฤศจิกายน 2556) ในวันนี้ดิฉันเดินทางมารอรถมหาวิทยาลัยฯ สายกว่าปกติ จึงทำให้ตกรถ ดิฉันจึงต้องหาทางโดยสารรถประจำทางมาเอง ซึ่งในตอนแรกคิดว่าหากเลยเวลา 7.50 น. แล้ว ยังไม่มีรถเมล์หรือรถตู้ผ่านมา ดิฉันก็คงจะต้องนั่ง taxi มาทำงานแล้ว เพราะไม่มีทางเลือกแล้ว แต่ทันใดนั้น ก็มีรถเมล์สายสุพรรณบุรี (สาย 88) ผ่านมา และคาดว่าน่าจะมาถึงทันเวลา 8.30 น.  ดิฉันจึงตัดสินใจขึ้นรถสายสุพรรณมา เมื่อขึ้นมาแล้วก็หาที่นั่ง ซักพักก็มีพนักงานเก็บสตางค์มาเก็บค่าโดยสาร ซึ่งในระหว่างที่พนักงานกำลังเก็บเงินผู้โดยสารท่านอื่นๆ อยู่ ดิฉันได้ยินเสียงการสนทนาระหว่างพนักงานเก็บเงินกับผู้โดยสารท่านหนึ่ง เป็นเพศชายอายุประมาณ 50 กว่าๆ กำลังเคี้ยวหมาก จากการฟังการสนทนาของทั้งสองได้ความว่า  พนักงานเก็บค่าโดยสารได้สอบถามว่าจะไปลงที่ไหน แต่ผู้โดยสารท่านนี้ พูดไม่รู้เรื่อง ฟังไม่รู้เรื่อง ตอบเป็นภาษาแปลกๆ ที่ไม่ใช่ “ภาษาไทย”  ดิฉันฟังทั้ง 2 ท่านนี้ สนทนากันอยู่พักหนึ่ง จนกระทั่งพนักงานฯ อารมณ์เสีย ส่งผลให้คนขับรถอารมณ์เสียตามไปด้วย เพราะคนขับแจ้งว่ารถต้องทำเวลา ฟังไม่เข้าใจสักที  เก็บค่าโดยสารไม่ถูก คนขับบ่นว่าจะเอาอย่างไร จะไปไหนกันแน่ ดิฉันสังเกตสายตาของชายผู้โดยสารท่านนี้มองเหมือนจะขอความช่วยเหลือจากใคร สายตาดูเศร้าๆ ดิฉันจึงตัดสินใจเข้าไปร่วมการสนทนาด้วย
การสนทนาเริ่มจากการบอกพนักงานฯ ให้เข้าใจว่า เขาไม่ใช่คนไทย คาดว่าน่าจะเป็นชาวพม่า น่าจะขึ้นรถผิดเพราะอ่านหนังสือไม่ออก คาดว่าน่าจะเดินทางไปสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี หรือไม่ก็จังหวัดกาญจนบุรี มากกว่า ไม่น่าจะไปสุพรรณบุรี  ดิฉันจึงเริ่มสอบถามชายผู้นี้อีกครั้งและพยายามฟังการออกเสียง ในตอนแรกๆ ก็ไม่เข้าใจ แต่หลายๆ ครั้งๆ เริ่มจะมีคำที่คล้ายๆ ภาษาไทย คือ คำว่า “ระนอง” แต่ก็คิดว่าไม่น่าจะใช่ จะไปทำไมที่ระนอง ดิฉันจึงขอดูบัตรในกระเป๋าสตางค์ เขาเอาออกมาให้ดู ดิฉันเห็นบัตรเป็นภาษาไทย และแจ้งว่าให้ติดต่อกลับ คุณ………  โทร. xxxxxxxx  ดิฉันจึงโทรศัพท์ไปสอบถามตามเบอร์นี้  มีผู้รับสายแล้วถามกลับดิฉันว่าเอาเบอร์นี้มาจากไหน โทรมาจากไหน ดิฉันจึงตอบกลับไปตามความเป็นจริง ว่าต้องการช่วยเหลือชายท่านนี้ แต่พูดไม่ได้ เขาจึงบอกว่าเขาเป็น office จัดส่งคนงานที่จังหวัด… ทางภาคใต้  เขาบอกว่าเขาเป็นคนไทย ก็ไม่สามารถพูดเป็นล่ามให้ได้ ดิฉันจึงสอบถามว่าที่ office มีใครเป็นชาวพม่าบ้างไหม ช่วยมาพูดโทรศัพท์กับชายผู้นี้ให้หน่อย  เขาตอบว่ายังไม่ 8.30 น. พนักงานยังไม่มา ต้องรอให้ 8.30 น. ก่อน เดี๋ยวมีคนงานมาจะโทรกลับ ดิฉันจึงกล่าวขอบคุณ พร้อมรอการแจ้งกลับ  หลังจากวางสายดิฉันจึงขอให้ชายพม่าท่านนี้ช่วยเปิดกระเป๋าแล้วเอาบัตรอะไรมาให้ดูอีกไปพลางก่อน เขาก็หยิบกระดาษใบเสร็จออกมา 1 ใบ ดิฉันจึงขอเปิดอ่าน จึงพบว่า เป็นใบเสร็จเกี่ยวกับการทำงาน/การจ้าง ที่จังหวัดระนอง ดิฉันจึงมั่นใจว่าใช่จังหวัดระนองจริงๆ จึงสอบถามเขาอีกครั้งว่าต้องการไปจังหวัดระนองใช่ไหม เขาก็พยักหน้า แต่ก็ยังไม่มั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์  เมื่อถึงหน้ามหาวิทยาลัยศิลปากร ดิฉันบอกกระเป๋ารถเมล์ว่า ให้ชายผู้นี้ลงกับดิฉันเดี๋ยวส่งต่อให้เอง คนขับและกระเป๋าก็ยินดี
เมื่อลงจากรถเมล์ดิฉันจึงโทรศัพท์ไปแจ้งพี่บุญตาเป็นอันดับแรกว่า  ตอนนี้อยู่หน้ามหาวิทยาลัยแล้ว แต่ขอช่วยชาวพม่าหลงทางก่อน ให้รอซักครู่ หลังจากนี้จึงโทรศัพท์ไปหาชายท่านที่ได้โทรศัพท์ไปติดต่อก่อนหน้านี้อีกครั้ง  เขารับสายพร้อมบอกว่าเพิ่งจะมีพนักงานชาวพม่ามาทำงานที่ office กำลังว่าจะโทรกลับพอดี แล้วเขาจึงส่งสายล่ามชาวพม่าให้คุยกับชาวพม่าที่อยู่กับดิฉัน เมื่อคุยเสร็จแล้ว พม่าที่เป็นล่ามท่านนั้นก็อธิบายให้เจ้านายชาวไทยของเขาฟัง หลังจากนั้นเจ้านายชาวไทยผู้นั้นก็โทรศัพท์มาอธิบายให้ดิฉันฟังความว่า  ชาวพม่าท่านนี้ต้องการเดินทางไปจังหวัดระนอง ดิฉันจึงมั่นใจว่าเขาต้องการเดินทางไปที่จังหวัดระนองอย่างที่ดิฉันตั้งข้อสันนิษฐานไว้จริงๆ
เมื่อทราบจุดหมายที่แน่นอนแล้ว ดิฉันจึงคิดว่าชายพม่าท่านนี้คงต้องการที่จะเดินทางไปขึ้นรถที่สายใต้ใหม่ แต่ด้วยความที่อ่านหนังสือไม่ออก พูดภาษาไทยไม่ได้ จึงขึ้นรถผิด ที่สำคัญขึ้นผิดฝั่ง แต่ดิฉันจะส่งกลับไปขึ้นสายใต้ก็คงจะหลงอีกเป็นแน่ ดิฉันจึงตัดสินใจสอบถามคนขับรถตู้หน้ามหาวิทยาลัยฯ  คนขับบอกว่ารถไปประจวบฯ แต่สามารถไปได้ แล้วไปต่อรถที่ตัวเมืองประจวบฯ มีรถตู้ไประนอง  ดิฉันจึงฝากฝังชาวพม่าท่านนี้กับคนขับรถตู้ ว่ารบกวนฝากด้วยนะคะ หากไปถึงจังหวัดประจวบฯ แล้วช่วยส่งต่อให้เขาไปรถตู้ที่ไปจังหวัดระนองให้ด้วย คนขับรับปากเป็นอย่างดี  และดิฉันได้เขียนหนังสือใส่กระดาษแล้วพับใส่กระเป๋าให้ชาวพม่าท่านนี้ เนื้อความว่า “ต้องการเดินทางไปจังหวัดระนอง”  แล้วอธิบายด้วย “ภาษาไบ้” ให้ชายพม่าท่านนี้ฟังว่า หากบังเอิญหลงทางอีก ให้นำกระดาษนี้ออกมาให้คนไทยอ่าน เพื่อการส่งต่อการเดินทางให้ถึงจุดหมายปลายทาง และดิฉันแอบได้ยินคนขับรถตู้บ่นว่าไปไม่ถูกแล้วมาทำไมวะ ทำให้คนอื่นเขาเดือนร้อนไปหมด ดิฉันบอกว่าไม่เป็นไรค่ะ น่าเห็นใจ น่าสงสาร ยินดีช่วย เผื่อเราไปหลงประเทศเขาบ้าง คนขับหัวเราะ ขำ ขำ

One thought on “ถึงมาทำงานสาย…แต่ก็ได้บุญ!

  1. ผลบุญอย่างใหญ่หลวงที่ทำกับคนของหนูหนิง ทำให้ 1)คุณหมอหาสาเหตุของโรคเข่าอันเกิดจากตกร่องสวนได้ แม้จะช้าหน่อย(555) แสดงว่ามีกรรมเพราะโรค ให้เจ็บปวด ต้องเดินทางเทียวไปเทียวมาหาหมอ เป็นเวลาหลายปี 2)สามารถต่อสู้ด้วยเหตุผลกับบริษัทประกัน จนได้ค่าเคลมเกินคุ้ม แล้วยังนำข้อมูลแบ่งปันเพื่อนๆอีก ทำดีไปเถอะค่ะ และตลอดไปนะ

Leave a Reply