กลาง ๆ เดือนธันวาคมอย่างนี้ Google จะเผยแพร่ “Google Zeitgeist” ออกมาทุกปี เป็นเหมือนการสรุปว่า ทั้งปีที่ผ่านมามีเหตุการณ์อะไรที่ผู้คน search หามาก และเป็นเหตุการณ์สำคัญ ๆ ดิฉันกับลูกรอดูทุกปี เพราะรู้สึกว่า สวย การลำดับภาพและเสียงน่าติตตาม วิดีโอใช้เวลาไม่นานนักแต่ได้ความรู้สึกดี และสำหรับตัวเองยังรู้สึกว่า การเผยแพร่ “Google Zeitgeist” ของแต่ละปี เป็นการสรุปผลของการเป็น search engine ที่ใคร ๆ ก็ต้องใช้ และ Google ได้รายงานผลนั้นต่อผู้ใช้บริการทั้งปวง (ทั่วโลก)
ปี 2013 นี้ google นำเสนอภาพแรกเป็น New beginnings เป็นภาพที่ประเทศอังกฤษได้เจ้าชายพระองค์ใหม่จากเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงเคท
ภาพที่สองเป็น New Frontier เป็นภาพของยาน voyager 1 ออกสำรวจอวกาศเพื่อหาโลกใหม่ ภาพที่สามเป็นภาพของนักวิ่งมาราธอนที่กำลังยืนไว้อาลัยให้กับเหตุการระเบิดในการวิ่งมาราธอนที่บอสตัน
ภาพต่อมา เป็นเรื่องของความกล้าหาญ (Courage) เข้าใจว่าเป็นเรื่องของ Malala เด็กหญิงชาวปากีสถานที่ออกมาต่อสู้ให้ผู้หญิงมีสิทธิในการศึกษา โดยเธอพูดว่า ” We realize the importance of light when we see darkness”
จากการ search “goodbye” ก็เป็นภาพของนายกรัฐมนตรี มากาเร็ต แธทเขอร์, เนลสัน เมลเดลล่า ที่มีคำพูดที่ฟังแล้วสะท้อนถึงความไม่แน่นอนของระบบการเมืองของ ประเทศไทยตอนนี้ว่า ” Peace ,democracy and freedom for all” และ คนที่ตัวเองกับลูกไม่เคยพลาดดูหนังของเขาเลย คือ พอล วอคเกอร์ ผู้สวมบทเป็น ไบรอัน ใน ภาพยนตร์เรื่อง Fast & Furious
หรือการ search google โดยใช้เสียงพูด (เยี่ยมยอดมาก ใช้ทดลองออกเสียงภาษาอังกฤษได้เลยว่า เราออกเสียงไป google เข้าใจหรือเปล่า) มีวิดีโอ เหตุการณ์อุกาบาตตกที่รัสเซีย และมีประโยคสร้างกำลังใจคนอ่านด้วยว่า “When you finally get to that point of acceptance, there ‘s nothing more beautiful”
อีกภาพที่เห็นแล้วนึกไปได้ไกลถึงความวุ่นวายการเมืองของโลก และคนละขั้วกับภาพพจน์ของ เนลสัน เมนเดลลา คือ ภาพของ ประธานาธิบดี คิม จอง อึน แห่งเกาหลีเหนือ ซึ่งถ้าเราดูแต่ภาพ ก็คงไม่ได้คิดอะไร แต่ถ้าหากรู้ว่า เมื่อไม่นานมานี้ เขาเพิ่งสั่งประหารชีวิต อาเขยของตนเองในข้อหา ทรยศ ซึ่งอาเขยก็เป็นเหมือนกับผู้สำเร็จราชการแทนตัวเขาเองมาโดยตลอด เพราะต้องขึ้นเป็นประธานาธิบดีตั้งแต่อายุยังน้อยและไม่มีประสบการณ์ จนมีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งสรุปการกระทำของเขาว่า เป็นการ เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล (เผด็จการคอมมิวนิสต์น่ากลัวมาก)
ส่วนภาพสุดท้ายเป็นภาพที่เปลี่ยนความรู้สึกได้ไปอีกทางหนึ่งเลยคือ วิดีโอของ ด.ช. สก็อตต์ ซึ่งป่วยเป็นลูคีเมียตั้งแต่ขวบกว่า ๆ จนตอนนี้อายุ 5 ขวบ และมีความปรารถนาว่า ต้องการเป็น แบทแมน เพื่อปกป้องเมือง มูลนิธิ Make a wish จึงจัดฉากให้หนูน้อยเป็นแบทคิดส์ออกไปช่วยผู้หญิง ปลดชนวนระเบิดปลอม และจับผู้ร้ายได้ ขัดขวางการลักพาตัวของวายร้ายเพนกวิน ชาวเมืองก็ร่วมให้กำลังใจมากมาย สุดท้ายนายกเทศมนตรีเมืองซานฟรานซิสโก มอบกุญแจเมืองให้หลังเสร็จภาระกิจ เป็นความสุขของเด็ก และความสุขของคนทั้งเมือง
เพื่อน ๆ สนใจลองเข้าไปเปิดดูนะ พิมพ์ URL ของ Google นั่นแหละ แล้วคลิกที่ What a year. Watch and remember the biggest moment of 2013 อยู่ข้างใต้ search box แล้วลองตามกลับไปดูของปีก่อน ๆ ดูซิว่า ดีเหมือนกับที่ดิฉันบอกหรือเปล่า
One thought on “เหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในปี 2013 : จากสายตาของกูเกิล”
Leave a Reply
You must be logged in to post a comment.
เมืองไทย จะเป็นแบบเกาหลีเหนือไหม ท่านประธานาธิบดีก็คงเก็บๆๆๆไว้จนท่านเป็นใหญ่ ก็เอาซะเลย สำหรับgoogle อยากให้ทุกคนลองทำตามพัชรี