พระกฐินพระราชทาน มหาวิทยาลัยศิลปากร

DSC00925
พระกฐินพระราชทาน คือ พระกฐินที่ถือว่า ผ้าพระกฐิน บริขาร และบริวารกฐิน เป็นของหลวง โดยกรมการศาสนาจะจัดหาให้ แต่เปิดโอกาสให้ส่วนราชการ  รัฐวิสาหกิจ  องค์กรมหาชน สมาคม  บริษัทห้างร้าน และบุคคลทั่วไปที่สมควร ขอรับพระราชทานอัญเชิญไปถวายแด่พระสงฆ์จำพรรษา ณ พระอารามหลวงทั่วราชอาณาจักร (ปัจจุบันมีจำนวน 265 พระอารามหลวง) ในกฐินกาลทุกปี ทั้งนี้ จะต้องยื่นความจำนงขอพระราชทาน ผ่านไปยังกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม   และเมื่อใกล้ถึงกำหนดกฐินกาล  ก็ติดต่อขอรับผ้าพระกฐินและบริวารพระกฐินจากกองศาสนูปถัมภ์ กรมการศาสนา  เพื่อนำไปทอด  ณ พระอารามที่ขอรับพระราชทานไว้  เมื่อทอดถวายเรียบร้อยแล้วผู้ขอรับพระราชทาน จะต้องจัดทำบัญชีรายงานถวาย พระราชกุศลในการถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ส่งไปยังกรมการศาสนา เพื่อจะได้จัดทำบัญชีรายชื่อ ผู้ขอรับพระราชทานผ้าพระกฐินส่งไปยังสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อแจ้งให้สำนักราชเลขาธิการนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท เพื่อถวายพระราชกุศลในการที่หน่วยงาน  องค์กรหรือบุคคลทั่วไป อัญเชิญผ้าพระกฐินไปถวาย ณ อารามนั้น
ช่วงเวลาจัดการทอดพระกฐินพระราชทาน
การเริ่มเทศกาลกฐินจะเริ่มตั้งแต่วันออกพรรษาจนถึงหลังวันออกพรรษาแล้วหนึ่งเดือน (ตั้งแต่วันแรม
1 ค่ำ เดือน 11 ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12)
มหาวิทยาลัยศิลปากรกับการทอดพระกฐินพระราชทาน
มหาวิทยาลัยศิลปากรถือเอาภารกิจการทอดถวายพระกฐินพระราชทาน    เป็นกิจกรรมหนึ่งของมหาวิทยาลัย ในการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม การทอดกฐินเป็นประเพณีสืบต่อกันมาเป็นเวลานาน ควรที่จะอนุรักษ์และส่งเสริมให้คงอยู่ต่อไป มหาวิทยาลัยจึงได้มีการนำผ้าพระกฐินพระราชทานไป ถวายทุกปี
การทอดพระกฐินพระราชทานในปีที่ผ่านๆมา
มหาวิทยาลัยศิลปากรได้จัดให้มีการถวายผ้าพระกฐินพระราชทานเป็นประจำทุกปี   พร้อมกับมีกิจกรรมทัศนศึกษาพ่วงไปด้วยเพื่อเป็นการกระตุ้นในการเชิญชวนให้บุคลากรไปร่วมกิจกรรมดังกล่าวมากขึ้น บางปีไปทอดพระกฐินต่างจังหวัดที่ห่างไกลก็จะมีการพักค้างแรมด้วยเช่นการทอดผ้าพระกฐินพระราชทาน ณ พระอารามหลวง ดังนี้
ปี 2543 วัดมหาธาตุ จังหวัด เพชรบูรณ์
ปี 2545 วัดคลองวาฬ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ปี 2548 วัดศรีโคมคำ จังหวัดพะเยา
ปี 2549 วัดพระธาตุศรีจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่
ปี 2550 วัดมัชฌิมาวาส จังหวัดอุดรธานี
ปี 2551 วัดสำราญนิเวศ  จังหวัดอำนาจเจริญ
ปี 2552 วัดเกาะหลัก  จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ปี 2553 วัดตันตยาภิรม  จังหวัดตรัง
ปี 2554 วัดมงคลนิมิต จังหวัดภูเก็ต
ปี 2555 วัดแก้วพิจิตร จังหวัดสระแก้ว
ปี 2556 วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร จังหวัดน่าน
จำนวนเงินโดยเสด็จพระราชกุศลในปีที่ผ่านๆมาจะมีประมาณปีละ 500,000 – 600,000 บาท แต่สำหรับปี  พ.ศ. 2550   ยอดจำนวนเงินโดยเสด็จพระราชกุศล  ในการถวายผ้าพระกฐิน พระราชทาน  ณ  วัดมัชฌิมาวาส  เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน  1,105,137 บาท
และปี  พ.ศ. 2553  ยอดเงินโดยเสด็จพระราชกุศล   ในการถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ณ วัดตันตยาภิรม จังหวัดตรัง เป็นจำนวนเงิน  1,059,237 บาท
ปีนี้ (พ.ศ. 2556) มหาวิทยาลัยศิลปากร ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ณ พระอารามหลวง วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน  ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2556  ซึ่งการถวายผ้ากฐินพระราชทานครั้งนี้กระผมได้มีโอกาสไปร่วมด้วยหลังจากว่างเว้นมาหลายปี  ครั้งหลังสุดที่ไปคือปี พ.ศ. 2550 ตอนแรกก็ไม่กล้าสมัครไปเพราะรู้ว่าหอสมุดฯ รวมสำนักฯ ได้โควตาแค่ 3 คน จึงรีรออยู่จนกระทั่งวันสุดท้ายไม่เห็นมีใครยื่นเรื่องจึงชักชวนกันได้ 3 ราย มีมนตรี เรณู และคุณนก กระผมเลยไปในฐานะผู้ติดตามและใช้วันลาพักผ่อนแทน
พิธีถวายผ้าพระกฐินครั้งนี้เท่าที่กระผมได้ร่วมพิธีมาถือว่าแปลกมากคือมีการนำขบวนกฐินแห่รอบตัวเมืองน่านก่อน ดีที่ว่าในเมืองน่านเป็นเมืองเล็กๆ ไม่ไกลมากสามารถเดินแห่องค์พระกฐินรอบเมืองก่อนประกอบพิธีในพระอุโบสถวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหารได้อย่างสบายๆ  ผู้เดินร่วมขบวนพิธีประกอบด้วยแตรวงนำ นักเรียน ร.ด. นักเรียนของโรงเรียนวัดพระธาตุช้างค้ำและคุณครู  ผู้ใหญ่ของจังหวัด ชาวบ้านและผู้มีจิตศรัทธา รวมถึงชาวศิลปากรและผู้ติดตามก็ได้ร่วมขบวนด้วยอย่างพร้อมเพรียงกัน  และประกอบพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานโดยมีท่านอธิการบดี ผศ.ชัยชาญ ถาวรเวช เป็นประธานพิธีถวายพระกฐินพระราชทานนี้  ยอดเงินประมาณ 8 แสนเศษ (ท่านที่สนใจสามารถชมภาพพิธีถวายพระกฐินพระราชทานได้ที่ facebook ของ มศก.)
สิ่งที่น่าสนใจของวัดพระธาตุช้างคำวรวิหารคือ ลักษณะสถาปัตยกรรมของวัดสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของศิลปะสุโขทัย อาทิ เจดีย์ทรงลังกา(ทรงระฆัง) รอบฐานองค์พระเจดีย์ก่ออิฐถือปูนและปั้นเป็นรูปช้างครึ่งตัวด้านละ 5 เชือกและที่มุม 4 เชือก  ดูคล้ายจะเอาหลังหนุน หรือ “ค้ำ”องค์เจดีย์ไว้และภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธนันทบุรีศากยมุนี พระพุทธรูปสำริดปางประทานอภัยและมีส่วนผสมของทองคำ 65%
วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร เป็นวัดหลวงประจำเมืองแต่ในอดีต สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.1949 โดยพญาภูเข่งเจ้าผู้ครองเมืองน่าน โบราณสถานภายในวัดส่วนใหญ่มีเอกลักษณ์เฉพาะแบบพื้นเมืองน่าน พระธาตุเจดีย์ช้างค้ำ ก่อเป็นเจดีย์สวมพระบรมธาตุไว้ภายในชาวบ้าน เรียกว่า พระธาตุหลวง
ประมาณเวลา เกือบเที่ยงคือ 11.45 น. จะมีมัคคุเทศก์น้อยมาพาไปชมวัดโดยรอบ เช่น  วัดหัวข่วง   พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน  วัดน้อย  วัดภูมินทร์  วัดมิ่งเมือง
DSC00890
DSC00887
DSC00907
DSC00920
DSC00898
DSC00950
DSC00937
DSC00935
DSC00940
DSC00944
DSC00952
DSC00953
DSC00957
DSC00947
DSC00967
ขอขอบคุณข้อมูลจาก กองกลาง มหาวิทยาลัยศิลปากร (http://www.cd.su.ac.th/Activity)
 

Leave a Reply