พิพิธภัณฑ์คณะฟุตบอลแห่งสยาม

ความจริงมีอยู่ว่า เรื่องนี้ตั้งใจจะเขียนพร้อมๆ กับ เรื่องของ”งานพระราชวังสวย กล้วยไม้งาม” เพราะว่าตอนที่ไปเที่ยวงานนั้น ระหว่าทางสายตาก็แลเห็นป้าย “พิพิธภัณฑ์คณะฟุตบอลแห่งสยาม” ที่หน้าตำหนักทับแก้ว เลยรีบเบรคตัวโก่ง หยิบกล้องเตรียมพร้อมแล้วเลี้ยวเข้าไปดู ปรากฎว่าเค้ามีป้ายห้ามถ่ายรูปข้างในพิพิธภัณฑ์ ก็เลยได้แต่ถ่ายรูปแต่ข้างนอกมาได้ไม่กี่รูป สอบถามทางเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ว่ามีรายละเอียด หรือเอกสารแจกหรือไม่ คุณเจ้าหน้าที่ก็ให้แผ่นพับมาหนึ่งแผ่น พร้อกับบอกว่าหากสนใจข้อมูลหรือรูปให้เข้าไปดูที่เว็บไซต์ www.siamfootball.com หลังจากกลับออกมา ก็เลยทิ้งช่วงไว้นานจึงได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ว่านี้ จึงสรุปความมาเล่าสู่กันฟัง เหตุผลหนึ่งก็คือว่า หอสมุดพระราชวังสนามจันทร์ของเรานั้นมีบุคลากรที่สนใจกีฬาประเภทนี้กันมาก แถมเป็นนักกีฬาฟุตบอลของมหาวิทยาลัยศิลปากรอีกด้วย เอาละค่ะเรามาล้วงลึกพิพิธภัณฑ์คณะฟุตบอลแห่งสยามกันดีกว่า

ป้ายเชิญชมพิพิธภัณฑ์
ป้ายเชิญชมพิพิธภัณฑ์

อันว่า พิพิธภัณฑ์นี้ตั้งอยู่ที่ พระตำหนักทับแก้ว ภายในบริเวณพระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม โดยได้รับอนุญาตจากสำนักพระราชวัง ให้สมาคมประวัติศาสตร์ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ดำเนินการจัดตั้งเป็น “พิพิธภัณฑ์คณะฟุตบอลแห่งสยาม” เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ในวาระครบรอบ 100 ปี ทีมชาติไทย (พ.ศ. 2558) ซึ่งก็นับจากนี้ไปอีก 6 ปี คณะฟุตบอลสำหรับชาติสยาม หรือ “ทีมชาติไทย” ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และของคนไทยจะมีอายุครบรอบ 100 ปี
และนอกจากนี้ทีมชาติไทย ยังได้เคยเข้าร่วมการแข่งขันระดับโลกครั้งแรกในกีฬาโอลิมปิก ในวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2499 ในฐานะทีมตัวแทนทวีปเอเชียลงเล่นฟุตบอลโอลิมปิก รอบสุดท้าย ณ เมืองเมลเบิร์น ซึ่งเป็น”เกมแห่งเกียรติยศ” ระดับโลกครั้งแรกของทีมชาติไทย และที่สำคัญก็คือว่า ณ ที่ พระราชวังสนามจันทร์แห่งนี้ โดยเฉพาะพื้นที่สนามหญ้าหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาล ที่ 6 ในปัจจุบัน เคยเป็น สนามแข่งขันฟุตบอลรายการถ้วยทองของหลวง หรือ “ถ้วยทองนักรบ” ตลอดรัชสมัยในรัชกาลที่ 6 โดยพระองค์ดำรงตำแหน่งสภานายกฟุตบอลถ้วยทองหลวง (พ.ศ. 2458 – 2468) อันถือได้ว่าเป็นสนามมาตรฐานเก่าแก่แห่งหนึ่งของวงการลูกหนัง ซึ่งยังคงสภาพสมบูรณ์แบบที่สุดในประเทศไทย สำหรับถัดขึ้นไป จะเป็นสนามฟุตบอลพระราชวังสนามจันทร์ สโมสรนครปฐม (สโมสรฟุตบอล) เคยใช้เป็นสนามเหย้าเพื่อแข่งขันรายการไทยแลนด์ พรีเมียร์ลีก
นอดีตนั้น สโมสรนครชัยศรี (ก่อนเปลี่ยนจาก “มลฑณ” เป็น “จังหวัด”) คือ สโมสรที่อยู่นอกพระนคร แต่สามารถเข้ามาชนะเลิศฟุตบอลถ้วยพระราชทานถึงเมืองหลวงเป็นทีมแรกของสยาม ประเทศ เมื่อ พ.ศ. 2463 โดยนักฟุตบอลส่วนใหญ่เป็นสมาชิกเสือป่า หรืออาจเรียกได้ว่า “ทีมเสือป่าจากสนามจันทร์”
พิพิธภัณฑ์คณะฟุตบอลแห่งสยาม ตั้งขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ ในพระราชกรณียกิจด้านการสนับสนุนและส่งเสริมกีฬาลูกหนังของชาติ พิพิธภัณฑ์ ซึ่งนำเสนอประวัติศาสตร์วิวัฒนาการกีฬาฟุตบอลประเทศไทย ตั้งแต่การแข่งขันนัดแรก ณ สนามหลวง เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2443 ปลายรัชการที่ 5 จนทำให้ “หมากเตะ” เป็นที่นิยมเล่นกันอย่างแพร่หลาย ก่อนรัชกาลที่ 6 ทรงโปรดเกล้าฯ ก่อตั้ง “ทีมชาติสยาม” และ “สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์”
สำหรับภาพรวมใน “พิพิธภัณฑ์คณะฟุตบอลแห่งสยาม” ณ พระตำหนักทับแก้ว (ระยะที่ 1 มกราคม – ธันวาคม 2550) ชั้นบนของพระตำหนัก จะมีสิ่งอันทรงคุณค่ากว่า 200 รายการ จัดแสดงไว้ในตู้ไม้สักโบราณ 10 ตู้ ประกอบด้วยข้อมูล รูปภาพ สิ่งพิมพ์ เอกสาร ชุดแข่งขัน เหรียญรางวัล ฯลฯ แบ่งเป็นหมวดหมู่ รวม 3 ห้อง
ห้อง โถงกลาง (ห้องว่าราชการ) จัดแสดงเรื่อง “ยุคทองของฟุตบอลเมืองสยาม” (พ.ศ. 2443 – 2475)  สำหรับสิ่งสำคัญในส่วนนี้ จะมีภาพวิวัฒนาการกีฬาหมากเตะตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5, รัชกาลที่ 6, รัชกาลที่ 7 รวมกว่า 100 รูป และภาพประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลไทยมากมาย
ห้อง โถงด้านหลังพระรูป (ห้องเลี้ยงรับรอง) จัดแสดงเรื่อง “พระผู้พระราชทานกำเนิดฟุตบอลสยาม” มีสิ่งควรค่าเพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 6 กับฟุตบอลไทย
ห้องโถงด้านซ้าย พระรูป (ห้องบรรทม) จัดแสดงเรื่อง “ยุครุ่งเรืองของฟุตบอลไทย” (พ.ศ. 2500 – 2520) รวบรวมสิ่งอันทรงคุณค่าประวัติศาสตร์ของทีมชาติไทย อาทิ กระเป๋าเสื้อเบลเซอร์และบัตรประจำตัวนักฟุตบอลโอลิมปิค เมลเบิร์น ค.ศ. 1958, บันทึกเรื่อง ต้นฉบับพิมพ์ดีดของวิวัฒน์ มิลินทจินดา หัวหน้าทีมชาติไทยชุดเมลเบิร์น, ธงตราสัญลักษณ์โอลิมปิคพร้อมลายมือชื่อนักฟุตบอลทีมชาติไทยชุดเม็กซิโก ค.ศ.1968, เสื้อทีมชาติไทยชุดโอลิมปิค เม็กซิโก, เสื้อเบลเซอร์เยาวชนทีมชาติไทยชุดชนะเลิศแห่งเอเชีย ครั้งที่ 4 (พ.ศ. 2505), เสื้อแข่งขันดาราเอเชียทีมชาติไทย ฯลฯ
“พิพิธภัณฑ์คณะฟุตบอลแห่งสยาม” อนุสรณ์สถานอนุรักษ์วัฒนธรรมการกีฬาของชาติ ปฐมบทแห่งเกียรติภูมิและก่อเกิดความภาคภูมิใจ แหล่งความรู้เชิงวิชาการอย่างเป็นทางการของกีฬาฟุตบอลสยามประเทศ เพื่อกรณีศึกษาค้นคว้า ต่อไปในอนาคต อีกหนึ่งแรงกระตุ้น จากรุ่นสู่รุ่น ต่อการร่วมก้าว สู่บันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการฟุตบอลไทย  ตำนานที่ยิ่งใหญ่ของนักเลงลูกหนังชาวสยาม เมื่อ 100 ปีที่ผ่านมา ณ แผ่นดินฟุตบอลถ้วยทองนักรบในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังคงรอต้อนรับการมาเยี่ยมชมของคนที่รักกลิ่นสาปลูกหนังและเป็นกำลังใจให้ ทีมชาติไทย
สำหรับคอบอลของหอสมุดหากสนใจข่าวสารข้อมูลมากกว่านี้หาอ่านได้จากเว็บไซต์ค่ะ และหากสนใจสิ่งของที่จัดแสดง อยากสัมผัสของจริงก็ต้องที่ “พิพิธภัณฑ์คณะฟุตบอลแห่งสยาม” เพราะตัวอ้อเองได้ดูมาแล้วกับตาต้องบอกว่าคอบอลห้ามพลาด

และสุดท้ายขอยืมคำคมที่ลงไว้ในเว็บไซต์มาใช้หน่อยน่ะคะ เพราะอ่านแล้วรู้สึกกินใจมากๆๆ ขนาดเราเป็นผู้หญิงนะเนี้ย
…ไม่ว่าจะแพ้ หรือชนะ  ผิดหวัง หรือสมหวัง แต่นี้คือทีมชาติของพวกเรา…คนไทยสายเลือดสยาม.

ข้อมูลและสรุปความจาก : www.siamfootball.com

One thought on “พิพิธภัณฑ์คณะฟุตบอลแห่งสยาม

  1. หารูปให้ยังไม่เจอ เดี่ยวหาใหม่นะ

Leave a Reply