ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อสุขภาพ

“ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ” นั้นเป็นความจริงที่สุด เราควรให้ความสำคัญกับสุขภาพกันค่ะ การดูแลสุขภาพที่ดีที่สุด และทำได้ตรงจุดด้วยการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตนเอง พฤติกรรมสุขภาพ  (Health Behavior)  คือ การกระทำ การปฏิบัติ การแสดงออกและท่าทีที่จะกระทำ ซึ่งก่อให้เกิดผลดี หรือผลเสียต่อสุขภาพของตนเอง โดยอาศัยความรู้ ความเข้าใจ เจตคติ และการปฏิบัติตนทางสุขภาพที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันอย่างเหมาะสมในด้าน อาหาร ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค ให้ลดอาหาร รสหวานจัด มันจัด เค็มจัด หันมาบริโภคผัก ผลไม้ ให้พอเหมาะ
ส่วนคนที่ชื่นชอบอาหารจำพวกฟาสต์ฟูด เช่น แฮมเบอร์เกอร์ โดนัท ไก่ทอด อาหารพวกนี้ให้พลังงานมากกว่าชนิดอื่น มีไขมันอิ่มตัวสูง หากรับประทานต่อเนื่องนานๆจะนำมาซึ่งโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ซึ่งโรคเหล่านี้เป็นโรคไม่ติต่อ เราสามารถป้องกันได้โดยการควบคุมอาหาร ต้องดูแลสุขภาพด้วยตนเองอย่างเหมาะสม และต่อเนื่อง
ไม่สูบบุหรี่ บุหรี่มวนเล็กๆ แต่มีฤทธิ์ร้ายทำลายสุขภาพทั้งตัวเอง และคนรอบข้าง สารนิโคตินที่อยู่ในบุหรี่ทำให้เกิดการเสพติด บุหรี่จึงเป็นสิ่งเสพติดชนิดหนึ่ง แม้กฎหมายจะถือว่าบุหรี่เป็นสิ่งถูกกฎหมาย แต่ในแง่ของสุภาพแล้วสารเคมีสารพัดในบุหรี่ทำลายสุขภาพในทุกทาง ไม่ดื่มสุรา สำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งสุรา และเบียร์ เป็นเครื่องดื่มที่ให้พลังงานสูง   การออกกำลังกาย เราควรหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและถูกต้อง การออกกำลังกายเป็นสิ่งจำเป็น ถ้าเราไม่ออกกำลัง หรือออกกำลังไม่พอ ร่างกายก็ผิดปกติ หย่อนมรรถภาพ บางครั้งถึงกับเป็นโรค หากได้ออกกำลังกายก็หายได้ ดังนั้น จึงเปรียบการออกกำลังกายว่าเป็นอาหารก็ได้ เป็นยาก็ได้
การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพเป็นยุทธวิธีอย่างหนึ่งที่จะส่งเสริมสุขภาพป้องกัน รักษา และฟื้นฟูสภาพร่างกายที่ประหยัดและมีประสิทธิภาพ สามารถปฏิบัติได้ทุกคนและทุกสภาพร่างกาย ถ้าปฏิบัติไม่ถูกวิธีและไม่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย ก็อาจเป็นอันตายต่อสุขภาพและร่างกายได้เช่นกัน ฉะนั้นจึงควรคำนึงและเรียนรู้ว่าการออกกำลังกายนานและหนักเท่าไร จึงจะพอเพียงที่จะให้ผลดีต่อสุขภาพ การออกกำลังกายที่จะมีผลต่อสุขภาพนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงดำรัสว่า “การออกกำลังกายนั้น ทำน้อยเกินไปร่างกายและจิตใจก็จะเฉา และทำมากเกินไปร่างกายและจิตใจก็จะช้ำ” ดังนั้นการออกกำลังกายควรทำให้พอดี โดยยึดหลัก 3  ประการ  คือ ความบ่อย ควรออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน ๆ ละครั้ง  ความหนัก ควรออกกำลังกายให้มีอาการเหนื่อย หอบ แต่สามารถพูดคุยได้ ถือว่าหนักหรือเหนื่อยพอดี  ความนาน เพียงครั้งละอย่างน้อย 20-30 นาที ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบของการออกกำลังกาย เช่น เดินเร็ว ต้องใช้เวลานานกว่าวิ่งเหยาะ และวิ่งเหยาะใช้เวลานานกว่ากระโดดเชือก และยังขึ้นกับร่างกายของแต่ละคน ว่ามีความแข็งแรงที่จะออกกำลังกายได้นานเพียงใดอารมณ์และความเครียดทีมีผลต่อสุขภาพ  ตามปกติความเครียดภายในจิตใจจะส่งผลให้เกิดอาการทางร่างกาย ที่สังเกตเห็นได้ชัดเจน คือ ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ เหนื่อยง่าย หากมีอาการผิดปกติ ควรหาสาเหตุและรีบแก้ไขทันที หากปล่อยให้ตนเองมีความเครียดสะสมไว้เป็นเวลานาน โดยไม่ได้ผ่อนคลายจะส่งผลให้เกิดการเจ็บป่วยที่รุนแรงได้
การหัวเราะเป็นการออกกำลังกาย การหัวเราะเป็นยาอายุวัฒนะ เมื่อมีการยิ้มหรือหัวเราะ ร่างกายจะผลิตฮอร์โมน “ความสุข”ชื่อ “เอ็ดโดฟีน” ซึ่งช่วยให้สามารถต่อสู้กับความกลัว ความเครียด ระบบย่อยอาหารดีขึ้นกระตุ้นการเจริญอาหารและระบบต่าง ๆ ในร่างกาย มีการผ่อนคลาย การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น สามารถต่อต้านและช่วยบรรเทาอาการกังวล และเจ็บปวดต่อโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ได้ และช่วยในการปรับปรุงสมดุลของฮอร์โมนต่าง ๆ ในร่างกาย การเก็บกวาดสิ่งที่ไม่ต้องการในร่างกาย เช่น คอเลสเตอรอล ไขมันส่วนเกินและขยะต่าง ๆ จากจิตใจด้วยการหัวเราะให้ความตึงเครียดผ่อนคลายลง ให้ผลดีกว่าการออกกำลังกายทุกชนิด เป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด ถ้าหัวเราะ 1 นาที เท่ากับได้พักผ่อนนานถึง 45 นาที การหัวเราะ ถือเป็นการออกกำลังกายชนิดหนึ่ง
คนที่หัวเราะมาก ๆ จะมีชีวิตยืนยาว การหัวเราะขำขันจากความรู้สึกในใจลึกๆ เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่มีประโยชน์ ทั้งยังช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือดหัวใจ ลดระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยโรคเบาหวาน การหัวเราะทำให้เราหายใจเอาออกซิเจนเข้าไปเลี้ยงสมองได้มาก ส่งผลให้พัฒนาการทางสมองดี ที่สำคัญการหัวเราะยังทำให้อัตราการเต้นของหัวใจและความดันเลือดลดลง การหัวเราะมีประโยชน์มากมาย ทั้งกับร่างกายและจิตใจ แถมมีประโยชน์กับทุกคนตั้งแต่เด็กๆ จนถึงผู้ใหญ่อย่างเราๆ พูดถึงการหัวเราะมาขนาดนี้… วันนี้คุณหัวเราะแล้วหรือยัง 😆
 ข้อมูล : http://www.bkkparttime.com
 ข้อมูล : http://board.palungjit.com/
ข้อมูล : ข่าวสด 23, 8215  27 พ.ค.56   28

Leave a Reply