ผู้นำยุคใหม่(3) ความเสี่ยง (Risk)


ตามที่ได้มีโอกาสไปเข้าฟังการอบรมเรื่อง ผู้นำยุคใหม่ ในระหว่างวันที่ 17-19 ธันวาคม 2555    ซึ่งในวันที่ 18 ธันวาคม 2556 เวลา 10.40 – 12.00 น. ได้ฟังหัวข้อการบรรยายเรื่อง “ความเสี่ยง (RISK)” โดยมีอาจารย์กฤติพงศ์ เดชส่งจรัส เป็นวิทยากรในการบรรยาย ซึ่งเป็นหัวข้อหนึ่งที่น่าสนใจพอสรุปได้ดังนี้
ขึ้นชื่อว่า “ความเสี่ยง” หรือเมื่อเราได้ยินคำว่า “ความเสี่ยง” ก็มักจะพบว่าเป็นเรื่อง “ไม่ดี”  ไม่ว่าจะเสี่ยงกับเหตุการณ์ใดๆ ก็ตาม  แม้แต่ในการทำงานเราก็มักจะพบว่าเป็นไปไม่ได้ว่าการทำงานจะ “ไม่มีความเสี่ยง” แต่เป็นไปได้ที่การทำงานจะ “ไม่มีปัญหา” เพราะความเสี่ยงเป็นสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น แต่ปัญหาเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วต่างหาก ซึ่งหากเรารู้ล่วงหน้า หรือคาดการณ์เหตุการณ์ล่วงหน้าไว้ก่อนก็เป็นสิ่งที่ดี เป็นการป้องกันที่ดี ซึ่งจะทำให้ปัญหาทุเลาเบาบางลง และที่สำคัญต้นทุนใน “การป้องกันปัญหา” ย่อมน้อยกว่าต้นทุนใน “การแก้ไขปัญหา” ที่เกิดขึ้นแล้วอย่างแน่นอน
อาจารย์กฤติพงศ์ได้ให้ความหมายของ “ความเสี่ยง” ไว้ว่า ความเสี่ยง หมายถึง การคิด/การมองเหตุการณ์/สถานการณ์ข้างหน้า ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น เราจะป้องกันเหตุการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างไร เพื่อลดความสูญเสีย แต่ไม่ใช่การ”กำจัด” หรือ การทำให้เหตุการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นไม่เกิดขึ้นหรือหมดไป แต่เป็นการลดความสูญเสีย/ลดระดับความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นให้น้อยลง ช่วยลดปัญหาในเบื้องต้นได้ ทุเลาความรุนแรงของเหตุการณ์นั้นๆ กล่าวโดยสรุปคือ ความเสี่ยง คือ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
“มีความเสี่ยง” ไม่ได้หมายความว่า เป็นปัญหาเสมอไป เพราะบางโครงการ “ความเสี่ยงไม่เกิดขึ้น” ก็ไม่เกิดปัญหา ดังนั้น ทุกโครงการมีความเสี่ยง จึงพยายามป้องกันความเสี่ยงเพื่อไม่ให้เป็นปัญหาเป็นอันขาด บางคนมองไม่เห็นความเสี่ยง จึงเอา “ปัญหา” เป็นตัวตั้ง เพื่อมองหาความเสี่ยง เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้น
ความเสี่ยง VS ปัจจัยเสี่ยง
ความเสี่ยง คือ โอกาสที่ก่อให้เกิดความผิดพลาดเสียหายต่อเป้าหมายความสำเร็จที่กำหนดไว้ ปัจจัยเสี่ยง คือ สาเหตุที่ก่อให้เกิดโอกาสแห่งความผิดพลาดเสียหาย, สาเหตุที่ทำให้เราพบกับโอกาสแห่งความผิดพลาด 
ความเสี่ยง VS ปัญหา
ความเสี่ยง คือ โอกาสที่ก่อให้เกิดความผิดพลาดเสียหายต่อเป้าหมายความสำเร็จที่กำหนดไว้ ที่คาดว่าอาจจะเกิดขึ้น
ปัญหา คือ เหตุการณ์/สถานการณ์ที่ดำรงอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อเป้าหมายการดำเนินการ
เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง

  1. ความเสี่ยง
  2. ปัจจัยเสี่ยง (ภายใน, ภายนอก)
  3. โอกาส  (การวิเคราะห์ว่าจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้มากน้อยแค่ไหน)
  4. ผลกระทบ
  5. ดัชนีความเสี่ยง (ดัชนีความเสี่ยง = โอกาส X ผลกระทบ)

โดยมีการตั้งระดับค่า ดังนี้ คือ
1. ยอมรับได้  (ดัชนีความเสี่ยง = 1.00-9.00)
2. เฝ้าระวัง  (ดัชนีความเสี่ยง = 9.01-14.00)
3. เร่งรัดจัดการ (ดัชนีความเสี่ยง = 14.01-19.00)
4. จัดการโดยเร็วที่สุด (ดัชนีความเสี่ยง = 19.01-25.00)
การจัดการความเสี่ยง คือ การตั้งสมมติฐานมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้ หากไม่เกิดขึ้น/สถานการณ์เปลี่ยนแปลง เวลาเปลี่ยนแปลง แล้วกลับมาดูและทบทวนกันใหม่
แนวทางในการจัดการความเสี่ยง

  1. หลีกเลี่ยง คือ การตัดสินใจลดหรือระงับกิจกรรมการดำเนินงาน
  2. ยอมรับ คือ การตัดสินใจดำเนินงานตามกิจกรรมนั้นโดยไม่กำหนดแนวทางการจัดการความเสี่ยงเนื่องจากมั่นใจว่า “ความเสี่ยงอยู่ในระดับที่รับได้”
  3. ควบคุม คือ การหามาตรการลดความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้
  4. ถ่ายโอน คือ การให้หน่วยงานกลุ่มบุคคลอื่นดำเนินกิจกรรมที่มีความเสี่ยงนั้นๆ แทน เนื่องจากเล็งเห็นแล้วว่า สามารถดำเนินการได้ดีกว่า/คล่องตัวกว่า และด้วยเหตุนี้ ดังนั้นจึงจะจัดการความเสี่ยงได้ดีกว่า

Key Success Factors

  1. มีการปฏิบัติอย่างจริงจังและสม่ำเสมอ
  2. มีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
  3. มีบุคลากรที่ซื่อสัตย์และรับผิดชอบ
  4. มีระบบการจัดการทรัพยากรบุคคลอย่างเหมาะสม
  5. มีการประเมินอย่างสม่ำเสมอ
  6. มีวัตถุประสงค์และเป้าหมายอย่างชัดเจน
  7. มีผู้บริหารระดับสูงริเริ่มและได้รับการยอมรับในระดับปฏิบัติ

              ซึ่งในปัจจุบันจะเห็นได้ว่า “ความเสี่่ยง, การจัดการความเสี่ยง” เป็นกระบวนการทำงานที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับทุกองค์กร ไม่เว้นแม้แต่งานบางประเภท/บางอาชีพที่ไม่สามารถผิดพลาดได้เลยหรือผิดพลาดได้น้อยที่สุด แต่ในงานนั้นๆ กลับมีความเสี่ยงมากที่สุด ดังเช่น กัปตันเครื่องบิน  แพทย์  การเงิน เป็นต้น  ดังนั้น  จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมี “การบริหารความเสีีี่ยง” เพื่อนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้

Leave a Reply