วันนีี้เป็นวันสำคัญทางศาสนาอีกวันหนึ่ง ซึงในสมัยเด็กๆจะจำสับกันระหว่างวันมาฆบูชากับวันอาสาฬหบูชาว่าสำคัญอย่างไร และคิดว่าพอเป็นผู้ใหญ่ทุกคนคงจะจำได้ไว้สอนลูกหลานของเรานะ

วันมาฆบูชา หมายถึง การบูชา ในวันเพ็ญเดือน ๓ เนื่องในโอกาสคล้าย วันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 (ปีนี้ตรงกับวันที่ 25 ก.พ.56)
ความสำคัญ
“วันมาฆบูชา” เป็นวันที่ระลึกถึงวันที่พระพุทธเจ้าทรงประทานโอวาทปาฏิโมกข์แก่มหาสังฆสันนิบาตในมณฑลวัดเวฬุวันมหาวิหาร ซึ่งในวันนั้นมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น 4 ประการคือ
- พระสงฆ์ 1,250 รูปที่พระพุทธองค์ได้ส่งไปเผยแพร่พระพุทธศานาตามแว่นแคว้นต่างๆ ได้กลับมาเฝ้าพระพุทธเจ้าอย่างพร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมาย
- พระสงฆ์ทั้งหมดล้วนเป็นเอหิภิกขุที่พระพุทธเจ้าทรงบวชให้ด้วยพระองค์เองทั้งสิ้น ซึ่งเรียกว่า เอหิภิกขุอุปสัมปทา
- พระสงฆ์ทั้งหมดล้วนเป็นพระอรหันต์ คือผู้ได้อภิญญา 6 ข้อ
- วันที่พระสงฆ์ทั้งหมดมาชุมนุมกันนี้ตรงกับวันเพ็ญเดือนมาฆะ (วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3)
ในวันนี้ มีกิจกรรมการร่วมรำลึกถึงความสำคัญของวันมาฆบูชา เช่น จัดนิทรรศการให้ความรู้ ประกวดเรียงความ ตอบปัญหาธรรมะ บรรยายธรรม หรือร่วมกันทำบุญ ตักบาตร เวียนเทียน ฟังธรรม และทำกิจกรรมทำความดีต่างๆ
วันมาฆบูชา ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง “โอวาทปาติโมกข์” แก่พระสงฆ์เป็นครั้งแรกนั้น หัวใจสำคัญของเนื้อหาคือ “ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์”
วันมาฆบูชา มีความสำคัญส่วนตัวกับพี่นกคือเป็นวันเกิดของคุณแม่ เคยถามว่าคุณแม่เกิดวัน เดือน ปีอะไร ก็บอกว่าไม่รู้ รู้แต่ว่าเป็นวันมาฆบูชา ปีที่แล้วพวกเราได้พาคุณแม่ไปทำบุญที่วัดพลับพลาชัย เลี้ยงพระตอนเช้าและถวายเครื่องสังฆทานชุดใหญ่พร้อมถวายผ้าไตร ซึ่งหลวงพ่อได้ครองผ้าที่ถวายให้เห็นว่าใช้จริง และยังได้มอบพระศักดิ์สิทธิ์ให้แก่พวกเราด้วย
ปีนี้ไม่มีคุณแม่แล้ว พวกเรารวมตัวกันจะไปเลี้ยงอาหารเพลพระที่วัดป้อม ในเมืองเพชรบุรี เมนูคือหอยทอด ข้าวผัดกุ้งตัวโตๆ ต้มจืด ไอติม โดยว่าจ้างคนทำหอยทอดเจ้าอร่อย (เคยไปทำเลี้ยงที่บ้านท่านบรรหาร ศิลปอาชา มาแล้ว) เสียดายที่ไม่ได้ไปร่วมด้วยเพราะไปเพชรบุรี วันศุกร์ กลับมาวันเสาร์ มาอยู่เวร O.T. วันอาทิตย์ (สมาชิกไปสำรวจเส้นทางสัมมนา) วันจันทร์เลยขี้เกียจลงไปอีกได้แต่ฝากเงินไว้ทำบุญด้วยและคอยอนุโมทนาในใจเมื่อถึงเวลาเลี้ยงพระเพล
พี่เก วันนี้เป็น “วันกตัญญูแห่งชาติ” ด้วยค่ะ รอพี่เขียนอยู่ ถูกใจ
สาระสำคัญ มีพระพุทธพจน์ ๓ คาถา คือ
๑. ทรงกล่าวถึงพระนิพพาน ว่าเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุด “นิพพาน ปรม วทนติ พุทธา” แปลว่า ท่านผู้รู้ทั้งหลายกล่าวพระนิพพานว่าเป็นธรรมอย่างยิ่ง
๒. ทรงกล่าวถึงวิธีการเข้าถึงจุดมุ่งหมายของพระพุทธศาสนา ได้แก่ สพฺพปาปสฺส อกรณํ แปลว่า การไม่ทำบาปทั้งปวง กุสลสฺสูปสมฺปทา แปลว่าการทำกุศลให้ถึงพร้อม สจิติตปริโยทปนํ แปลว่า การทำให้จิตใจผ่องใส
๓. ทรงกล่าวถึงหลักการปฏิบัติของพระสงฆ์ ผู้ทำหน้าที่เผยแพร่ศาสนา
นอกจากแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ในวันเพ็ญเดือน ๓ ในพรรษาแรกของพระพุทธเจ้าแล้ว ในวันเพ็ญเดือน ๓ แห่งพรรษาสุดท้าย เมื่อพระองค์พระชนมายุ ๘๐ พรรษา ได้ทรงทำนายว่า ในวันเพ็ญเดือน ๖ ที่จะมาถึง พระองค์จะเข้าสู่มหาปรินิพพาน หรือเรียกกันว่าเป็นวันที่ทรง “ปลงพระชนมายุสังขาร”
ฉะนั้น เราควรน้อมนำรำลึกถึงหลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คำสอนของพระพระพุทธองค์มีหลายข้อ เราก็เลือกเอามาใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน สาธุ