ตอนนี้ที่หน้า blog ของเราพอเข้ามาแล้วจะเห็นมีชั้นหนังสือกับหนังสือวางเรียงราย ชั้นหนังสือนี้ได้มาจากเว็บไซต์ที่ชื่อว่า Shelfari เป็นชั้นหนังสือออนไลน์
ชั้นหนังสือออนไลน์ สรุปความให้ง่ายคือในโลกปัจจุบันจะเป็นโลกของการแบ่งปัน จะเป็นโลกของความเป็นส่วนตัว แล้วก็เป็นโลกของออนไลน์ ดังนั้น จึงมีคนคิด คนสร้างและคนพัฒนาอะไรต่างๆ ให้เรามากมาย อย่างกรณีนี้ Shelfari ซึ่งคำนี้เมื่อเห็นครั้งแรกก็เข้าใจว่าฝรั่งคงจะสมาสระหว่างคำว่า Shelf ที่แปลว่า ชั้นหนังสือ กับ Safari ที่หมายถึงการไล่ล่าสัตว์ป่า แต่ในที่นี้คงเป็นการไล่ล่าหนังสือ ส่วนโลโก้ที่สร้างมานั้นชอบมาก แม้จะเป็นรูปหนังสือแต่ลีลาการวางและสี ที่มองครั้งใดนึกถึงม้าลายทุกที
เข้าไปสมัครสมาชิกที่ http://www.shelfari.com ก็เข้าไปสร้างชั้นหนังสือของเรา ซึ่งสามารถบอกว่าเล่มไหนที่เราอยากอ่าน เล่มไหนที่เรากำลังอ่าน เล่มไหนที่เราอ่านไปแล้ว พอเราอ่านเราก็อาจแสดงความคิดห็น เล่าให้เพื่อนๆ ฟัง หากมีคนอื่นๆๆๆๆ สนใจหนังสือเล่มที่เราอ่านก็จะหยิบไปที่ชั้นหนังสือของเราได้ และก็ยังสามารถมีเพื่อนที่อ่านหนังสือแบบ “คอ” เดียวกับเรา ในโลกของออนไลน์มีเว็บไซต์แบบนี้หลายแห่ง ที่ดังมากที่สุดคือ LibraryThings แม้จะมีฟังก์ชั่นงานที่มากกว่าแต่ชอบวิธีการนำเสนอของที่นี่เลยเลือกมาใช้กับ blog ของเรา และเคยอ่านวิจารณ์้พบว่าต่อไปคงมีพัฒนาการที่ดีขึ้น
ย้อนไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ลองใส่ข้อมูลหนังสือที่เป็นภาษาไทยลงไป ปรากฏว่าสามารถใส่รูปหน้าปกหนังสือลงไปได้ ชื่อหนังสือภาษาไทยไม่ออก จึงพับฐานไว้ตั้งแต่นั้น พอโครงการอะไรๆ ที่นำเสนอสำนักหอสมุดกลาง ได้รับการอนุมัติ งานเลยเข้าเริ่มหาวิธีนำเสนอข้อมูลแนะนำการใช้หนังสือบนเว็บ พร้อมกับที่ให้การบ้านน้องหยีในการนำเสนอหนังสือที่เป็นตัวเล่มจริงๆ ในห้องสมุด ส่วนเอกสารประชาสัมพันธ์คาดว่าคงเร่ไปที่พี่เก แล้วพี่พัชกับพี่เกก็ยังมีคลังปกหนังสือเพียบ พวกเราจึงต้องผนึกกำลังในการใช้ประโยชน์ดังกล่าวให้มากที่สุด
กับ Shelfari ตอนแรกกะว่าอยากจะไปสร้างป็นคอลเล็คชั่นพิเศษ ตามสาขาต่างๆ แล้วดึงปกของอีบุ๊คส์ทั้งหลายที่เราซื้อไว้ แต่ไม่ค่อยมีคนเข้ามาอ่าน แล้วจากปกใน Shelfari ก็จะให้ link ไปยังฐานข้อมูล ซึ่งเสนอแนวคิดไปทุกคนต่างพยักหน้างึกงัก เลยยักคิ้วบอกว่า… เป็นไงหนูคิดได้ลึกล้ำไหม หลังจากฟังแล้วทุกคนก็สรรเสริญพร้อมกับมีเสียงบางอย่างตามมาเช่นเคย….
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา จึงเข้าไปใหม่ พบว่าสามารถใช้กับ WordPress ได้ ซึ่ง blog ของพวกเราก็ใช้เจ้านี่แหละเข้ามาดำเนินการ แต่หาซอร์สโค้ดไม่เจอ (อะไรหว่า โปรดไปถามลูกหลานที่เล่น hi5) สะมะเกียรติ เลยจัดให้โดยส่งมาทางแชท บอกว่า ให้ She มาคุยกับเรา เลยต้องถามว่า Who is she? ตอบมาว่า  A+ อ่านว่า เอ แล้วก็ไม้จัตวา เท่ากับ เอ๋ ให้จัดการวางเจ้าโค้ดที่ว่าในระบบ ผลก็ออกมาอย่างที่เราเห็นด้วยประการละฉะนี้แล แต่เนื่องจากชั้นหนังสือที่ทดลองเป็นของสะมะเลยมีหนังสือที่เราเห็นแล้วไม่อาจเอื้อม จึงต้องเปลี่ยนชั้นหนังสือใหม่โดยจะใช้ชั้นหนังสือของตัวเองแทน
วันนี้อ่านเรื่องภาษาไทยที่ทำไม่ได้ พบว่ามีคนส่งเข้าไปใน discussion ก่อนหน้านั้นเราก็ส่งไปเช่นกันแต่ลงไปทาง mail เลยไม่มีใครตอบ คนพัฒนาตอบว่าจะเก็บข้อมูลเพื่อดำเนินต่อไป
สำหรับตัวเองนอกจากเข้าไปปัดฝุ่นที่ชั้น แล้วยังต้องเคาะสนิมให้กับตัวเอง แถมด้วยการะลึกชาติว่าครั้งนั้นทำไปได้อย่างไร อันนี้ไว้เป็นอุทาหรณ์ว่าต้องทำอะไรบ่อยๆ แล้วจะเกิดความชำนาญ การหาหนังสือเพื่อเก็บเข้าชั้น หากเป็นหนัวสือภาษาอังกฤษระบบจะเข้าไปตรวจสอบที่ amazon.com แล้วก็ดึงหน้าปกมาให้อัตโนมัติ เรื่องนี้น่าสนใจดีไปสร้างงานได้อีกมากมาย แต่ไม่รู้งานจะเข้าใคร หากเป็นหนังสือที่เราต้องการใส่เองในระบบ เช่น หนังสือภาษาไทย ต้องใช้อิทธิฤทธิ์เล็กน้อยกว่าจะทำได้สำเร็จ ส่วนดึงปกและ link ไปฐานข้อมูลอีบุ๊คส์รอก่อน เพราะคิดว่าน่าจะทำได้ คงต้องทดลองทำกันต่อไป ถ้าทำได้ล่ะ ปลื้มค่ะปลื้ม ฝันหวานถึงเว็บไซต์ information literacy เนอะพี่พัช
งานต่างๆ ที่คิดขึ้นมาได้คงต้อง “อวย” พี่แมว เพราะเป็นเบื้องหลังที่ให้โอกาสด้วยการเข้ามาจัดการบางเรื่องให้กับตัวเอง ทำให้มีเวลาที่สร้าง ทดลองและคิดอะไรได้ ตามด้วยกัลยาณมิตรทั้งในและนอกห้องสมุด แถมด้วยบรรดาสหายที่อยู่เย็นๆ เป็นเพื่อนกันจนถึงค่ำมืดระหว่างปิดภาคเรียนนี้รวมทั้งวันหยุด มีคนถามว่าทำไมขยันจัง อันนี้เข้าใจผิดมากเพราะเรื่องจริงแล้วไม่มีที่จะไป (ประโยคนี้โปรดใช้เสียงกับท่าทางพี่เกกำกับ)
ส่วนอันนี้แถมเพราะไม่รู้ว่าจะเขียนตรงไหน ว่าพี่เก ลุงมานิตย์และป้าจันทร์ทอนน่ะขยันตัวจริงเสียงจริง เพราะเข้ามาแบบตั้งใจทำงาน ถึงพี่เกจะมาเลี้ยงลูกๆ สี่ขา แต่ก็ยังไม่ลืมหยิบกุญแจมาไขหนังสือพิมพ์ไปจัดการ ส่วนลุงกับป้ามาช่วยกันทำสวน ตัดต้นไม้ ตกแต่ง ขี่รถมอเตอร์ไซค์วิ่งรอกเพื่อขนต้นไม้จากบ้านมาประดับสวน จนหลายคนคิดว่าเป็นนักจัดสวนหย่อมไปแล้ว แม้จะทำอย่างพวกพี่ๆ ไม่เป็นและไม่ดีเท่า แต่เมื่อสัมผัสวิธีการทำงานและวิธีคิดของพวกพี่ๆ แล้ว ก็ขอแอบหยิบมาเป็นกำลังใจให้กับตัวเองคิดและทำในสิ่งที่เราถนัดต่อไป
รักนะพี่…พี่… ไม่รักหรอก จุ๊บจุ๊บ… เพราะไม่ใช่พี่หนู

One thought on “Shelfari

  1. เก่งมากๆๆ สมใจคนเป็นหัวหน้าอย่างป้าแมว ไม่ผิดหวังเลย สำหรับการปล่อยให้ทำอะไรๆสุดแต่ใจจะไขว่คว้า โดยที่งานประจำในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายไม่เสีย ทำแล้วได้งานหลวง งานราษฎร์(ความรู้ที่เพิ่มพูนของตนเองไง) อยากให้ทุกคนเป็นอยางนี้ ป้าแมวมั่นใจว่า ได้ให้โอกาสทุกคนเหมือนๆกัน ทำไปเถอะ บุญรออยู่ข้างหน้า ไม่เชื่อหรือไง ทำดีได้ดี มีจริงๆ บางคนเร็ว บางคนช้า (ก็ไม่เป็นไร) นะ

Leave a Reply