จิบน้ำชายามบ่าย

มีโอกาสไปใช้ชีวิตเก๋ๆ ด้วยการไปจิบน้ำชายามบ่าย
ในชีวิตรู้จักแต่ใบชาตราสามม้าที่ป๊ะป๋าใช้เวลาไหว้เจ้า กับเนสทีที่หย่อนๆ ในแก้วกาแฟ และชาลดความอ้วน ต่อมาไปเป็นสาวกชาเขียว ปัจจุบันใช้ชีวิตกับน้ำเปล่ายี่ห้อ “ศิลปากร” การันตีคุณภาพและเป็นเพื่อนคู่ยากในคราวที่บ้านเมืองเราถูกน้ำท่วม แต่ขณะนี้กำลังพรั่นพรึงกับสารพัด “ใบ” ที่ทำเป็นชาที่แก้โรคสารพัดโรคว่าเยอะจัง
หลายๆปีก่อนไปพลัดหลงไปสัมผัสมึนตึ๊บกับชีวิตไฮโซหรูหรา กับอาหารว่างที่คนเสริฟถามว่าท่านจะดื่มอะไรคะ อิฉันก้อตอบไปว่า “ชา” ค่ะ บัดเดี่๋ยวนั้นคุณน้องก็เปิดกะบะชามาให้เลือก แม่เจ้า! เกือบร้อยชนิด …… ความรู้สึกคงไม่ต่างจากกบออกนอกกะลา โฮ๊ะ! อิฉันก็สงวนท่าที ชี้ๆ ไป ได้มาหนึ่งชอง…
จากชาก็ไปถึงน้ำเปล่า น้องเค้าก็ดี๊ดีถามอีกว่าท่านจะใช้น้ำแข็งแบบไหนคะ โอยยย ยากจริงวุ๊ยส์ จึงบอกว่าขอแบบก้อนๆ อะไรก็ได้ หิวแล้ว คุณน้องก็บอกว่าเอาน้ำแข็งแบบเกล็ดแล้วกัน ชะโงกไปดูพบว่ามีน้ำเปล่า 4 แบบคือ น้ำเปล่าอุ่นๆ น้ำแช่เย็น น้ำเปล่าแบบใส่น้ำแข็งยูนิต และน้ำเปล่าแบบใส่น้ำแข็งแบบเกล็ด
จำได้ว่ากลับมาเล่าให้คนที่บ้านฟังว่าตล๊กตลก เรื่องนี้เกิดก่อนที่ทอร์คโชว์ของโน๊ตเดี่ยวจะพูดถึง ภายหลังได้เห็นและอ่านมากมายเกี่ยวกับเรื่องที่มีคนเจออะไรแบบนี้ ตลกร้ายทีเดียว
เราชอบเล่าเรื่องอะไรแบบนี้ให้คนรอบข้างฟัง เพราะไม่แน่ว่าวันใดวันหนึ่งคนนั้นอาจไปพบเหตุการณ์เหมือนเรา และเรื่องไหนฮิตอิฉันจะไม่พลาดเด็ดขาด ปีก่อนบ้านเราฮิตรับทาน “มากาฮอง” ทำให้เห็นขนมสวยๆ เก๋ๆ คู่กับน้ำชา กัดฟันซื้อมาหนึ่งกล่อง ใครบางคนขอบอกว่าขอชิมนิดหน่อย แล้วบอกว่าอ๋อแบบนี้เอง เราว่าเป็นเรื่องทีสนุกดี ขนมที่ว่าหน้าตาแบบรูปช้างล่าง คนชอบหวานๆ จะชอบมากกกก แต่เราเฉย ขอรักเดียวใจเดียวกับฝอยทองต่อไป

และเริ่มเห็นคำว่า Afternoon Tea,High Tea หรือ Low tea บ่อยขึ้น วัฒนธรรมการกินเป็นเรื่องใหญ่ของทุกชาติ เขียนถึงตรงนี้ทำให้นึกถึงหนึงสือของอาจารย์ทวีทอง หงษ์วิวัฒน์ เรื่อง ครัวไทย:วัฒนธรรมอาหาร ครัวภูมิภาค ครัวท้องถิ่นและอาหารพื้นบ้านของไทย …เห็นทีคงต้องกลับไปอ่านอีกครั้ง
ในบล๊อกของ Tea Gastronomy (http://www.twiningsmoment.com/thailand/knowledge/tea-gastronomy/afternoon.php) สรุปเล่าว่า
Afternoon Tea และ High Tea คือ ชื่อเรียกแทนช่วงเวลาของการดื่มชา
– High Tea หรือ Meat Tea หมายถึง ชาที่เสิร์ฟในมื้ออาหารหลัก ซึ่งในสมัยก่อน อาหารมื้อหลักของคนอังกฤษมีอยู่ 2 มื้อ คือ เช้าและเย็น และปกติมื้อเย็น จะประกอบไปด้วย เนื้อสัตว์ เนย ขนมปัง มันฝรั่ง ผักดอง ชีส และ สิ่งที่ขาดไม่ได้เลย ก็คือ ชา ซึ่งอาหารมื้อเย็นทั้งหมดนี้จะถูกจัดเตรียมอยู่บนโต๊ะอาหารที่มีลักษณะทรงสูง จึงเป็นที่มาของการเรียกชาสำหรับอาหารมื้อเย็นนี้ว่า High Tea นั่นเอง แต่หลายคนเข้าใจผิดว่า High Tea คือ ชาชั้นดีสำหรับบรรดาราชวงศ์หรือ ชนชั้นสูง
– Afternoon Tea หมายถึง ช่วงเวลาของการดื่มชายามบ่ายที่ถูกจัดขึ้นบนโต๊ะทรงเตี้ยขนาดเล็ก ที่นอกจากจะใช้เตรียมชาแล้ว ยังใช้จัดวางอาหารว่าง สำหรับทานควบคู่กับชายามบ่ายด้วย อาทิ แซนด์วิช ขนมปังสโคน หรือ ขนมปังอบ นอกจากนั้น ชายามบ่าย ยังเป็นช่วงเวลาแห่งการสังสรรค์ พูดคุย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในกลุ่มเพื่อนอีกด้วย
ดังนั้น ชายามบ่าย จึงเต็มไปด้วยความรู้สึกผ่อนคลายเป็นกันเอง และเต็มเปี่ยมไปด้วยสุนทรียรสแห่งการดื่มชา อย่างไรก็ดีด้วยการจัดเตรียมชาบนโต๊ะทรงเตี้ยขนาดเล็กนี้เองทำให้สมัยก่อน ชายามบ่าย ถูกเรียกว่า Low Tea
แต่เพื่อให้เข้ากับช่วงเวลาที่ดื่ม ปัจจุบันจึงนิยมเรียกช่วงเวลาของการดื่มชายามบ่ายว่า Afternoon Tea
ร้านที่ไปชื่อ เวียงจุมออน … จุมออน แปลว่า สีชมพู ภายในร้านจึงตกแต่งค่อนหข้างหนักไปในโทนสีชมพู

ร้านอยู่ติดกับริมปิง ไปนั่งชิวๆ รับลมกันได้ เห็นพวกเราไปปรับปรุงภูมิทัศน์ตามโครงการช่วยป้าทำสวน (ไม่รุ้ว่าใช่หรือปล่าว) ที่ทำแบบต่อเนื่องไม่รู้กี่ปีแล้ว ส่วนตัวแล้วไม่กล้านับ เพราะหลายๆ กิจกรรมพอครบสิบปี เรี่ยวแรงก็จะหายไปๆ ลุงๆ ป้าๆ ขอรามือมอบหมายให้เด็กๆ ลุกขึ้นมาทำงานหยิบจับแทน หากคูน้ำข้่างห้องสมุดที่น้องๆ เคยลงไปขุดลอกใสแจ๋ว มีต้นลีลาวดีขึ้นเยอะๆ ที่เราเคยบอกป้าจันทร์ว่าอีกไม่กี่ปีบริเวณนี้จะต้องเป็นพื้นที่ที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในทับแก้ว ไม่แน่นะ แรงขับเคลื่อนหลายๆ อย่างอาจมีภาพนี้ให้เห็น

การนั่งจิบน้ำชายามบ่ายแบบนิ่งๆ คิดแบบเนิบนาบ ความสวยงามทำให้อยากหยุดเวลา และสูดลมหายใจเข้าปอดไปเฮือกใหญ่ๆ

Leave a Reply