มีโอกาสเว้นวรรคการทำงานไปเที่ยวเพื่อเติมพลัง เติมความสุขตาสุขใจเพราะทำแต่งานอย่างเดียวไม่ไหวนานไปก็เครียด ครั้งนี้ได้ไปเที่ยวประเทศพม่าด้วยการนำขบวนของน้องจิบ ซึ่งได้เป็นธุระให้ทุกอย่าง เช่น จองตั๋วโปรโมชั่นของสายการบิน Air Asia ตั้งแต่เืดือน ก.พ.2555 (กว่าจะได้ไปก็เกือบชนปี ของดีต้องมีรอ), การทำวีซ่า, การติดต่อที่พักและคนในพม่า, ติดต่อรถตู้นำเที่ยว ฯลฯ ซึ่งน้องเขาพูดภาษาอังกฤษได้ดีมาก

เริ่มเดินทางวันที่ 24 ม.ค.56 เช็คกระเป๋าขึ้นเครื่อง 14.00 น. เครื่องออก 16.30 น. ถึงพม่า 17.20 น. การเดินทางไปพม่าใช้เวลาบินชั่วโมงกับอีกประมาณสิบห้านาทีก็ถึง พอไปถึงก็มีหนุ่มพม่านำรถประจำโรงแรมที่พักมารับ เวลาที่พม่าช้ากว่าไทยครึ่งชั่วโมง
ก่อนไปพวกเราต้องนำเงินบาทมาแลกเงิน USD ก่อน ช่วงที่ไป 1 USD =30.13 บาท หากแลก 300 เหรียญ ต้องจ่ายเงินไทย =9,039 ซึ่งแต่ละคนต้องแลกเงิน USD ไปประมาณนี้ เวลาแลกเงินกับธนาคารหากบอกว่าไปพม่าเจ้าหน้าที่จะรู้ทันทีว่าต้องนำแบงก์ใหม่เอี่ยมที่ไม่มีรอยยับให้และเราต้องเก็บรักษาไว้อย่างดีห้ามพับหรือทำยับเด็ดขาดไม่งั้นจะนำไปใช้ไม่ได้  การไปเที่ยวพม่าตั้งแต่เปิดประเทศมานี้ค่าใช้จ่ายแพงขึ้นมาก ที่ไปครั้งนี้เจอกับพี่พละ ที่เคยอยู่งานอาคารฯ บอกว่ามากับกรุ๊ปทัวร์จ่ายคนละ 22,000 บาท  พวกเรารวมค่าใช้จ่ายแล้วน่าจะอยู่ที่คนละประมาณ 12,000-14,000 บาท แล้วแต่การใช้จ่ายของแต่ละคน
เมื่อไปถึงสนามบินพม่า ก็ต้องกรอกใบเข้าเมือง เสร็จแล้วนำเงิน USD ไปแลกเงินจ๊าด  1oo USD ได้ 75,500 จ๊าด ที่เหลือหากไม่พอก็แลกเปลี่ยนชดใช้กันเองในกลุ่ม
การเข้าเที่ยวชมไหว้พระตามวัดต่างๆ มักต้องเสียค่าเข้าแต่บางแห่งก็เข้าฟรี ที่ไม่ฟรีคือค่ากล้องถ่ายรูปจะเสียค่ากล้องที่เรานำไปถ่ายรูปแทบทุกที่ที่ละ 300 จ๊าด (ประมาณ 15 บาท) เขาจะนำบัตรที่มีรูปสถานที่นั้นๆ มาให้เราผูกไว้กับกล้องเพื่อจะได้รู้ว่าจ่ายค่ากล้องแล้ว
วัฒนธรรมชาวพม่าเขามีความเลื่อมใสศรัทธาการทำบุญไหว้พระกันมาก ทันทีที่เข้าเขตวัดต้องถอดรองเท้า แรกๆ พวกเราก็ต้องไปฝากกับทางวัดตอนหลังเริ่มรู้งานพอรถจอดก่อนลงจากรถพวกเราก็ถอดรองเท้าไว้ในรถตู้กันเลย ซื้อดอกไม้ไหว้พระกันกำละ 500 จ๊าด (ประมาณ 20-25 บาท) ดอกไม้สดสวยงามมากไม่มีการนำมาเวียนเทียนเหมือนบ้านเรา
การแต่งกายผู้ชายยังคงนุ่งโสร่งผู้หญิงก็นุ่งผ้าถุง มีส่วนน้อยที่รับวัฒนธรรมการแต่งกายแบบสมัยใหม่ และผู้ชายก็ชอบกินหมากถนนหนทางบ้วนน้ำหมากกันเปรอะไปหมด ตอนเช้าไปทำงานชาวพม่าจะหิ้วปิ่นโตใส่อาหารไปกินตอนกลางวันด้วยเสียดายที่รถวิ่งเร็วไม่สามารถจับภาพชัดๆได้เลย

รถรับส่งสนามบิน-โรงแรม
รถรับส่งสนามบิน-โรงแรม

ถึงสนามบินพม่า

อาหารเย็น
อาหารเย็น จานละ 2,500 จ๊าด กินของแพงรวยกันน่าดู

ชีพม่าทั้งเด็กและผู้ใหญ่ใส่ชุดสีชมพู
ชีพม่าทั้งเด็กและผู้ใหญ่ใส่ชุดสีชมพู

ความใหญ่โตของวัดพระนอนตาหวาน

ความใหญ่โตของวัดพระนอนตาหวาน

พระนอนตาหวาน
พระนอนตาหวาน

พระนอนตาหวาน

พระ1,000 กว่ารูปมารับบิณฑบาตร

ถังข้าวใหญ่ให้ตักใส่บาตร

อาหารกลางวันที่ห้องอาหารในเมือง กินอย่างราชามื้อนี้คนละ 3000 จ๊าด

พระธาตุมุเตา

ด้านหน้าพระธาตุมุเตา

คนพม่าจะเทินของไว้บนหัว

พระราชวังของบุเรงนอง

พระราชวังบุเรงนองด้านนอก

พระราชวังบุเรงนองด้านใน

วังพระสุพรรณกัลยา

สองข้างทางเต็มไปด้วยมันแกวและแตงโม

สะพานข้ามแม่น้ำสะโตงที่สมเด็จพระนเรศวรเคยยิงปืนข้ามแม่น้ำนี้

ป้ายสะพานข้ามแม่น้ำสะโตง

ทางไปพระธาตุอินทร์แขวนไกลมากแต่ถนนดีวิ่งไปประมาณชั่วโมงครึ่ง

ที่จอดรถสำหรับขึ้นไปพระธาตุอินทร์แขวน

ขึ้นรถแบบนี้เต็มคันถึงออก

ขึ้นรถไปแถวละ 6 คน ไม่เต็มไม่ออก

สาวมอญใจดีเคยอยู่เมืองไทยคอยช่วยเหลือพวกเราขึ้นดอย

พระธาตุอินทร์แขวนกำลังบูรณะอยู่

อาหารว่างบนพระธาตุอินทร์แขวน

แสงแรกที่พระธาตุอินทร์แขวน

ออกจากที่พักเชิงเขา Mountain Top เตรียมลงจากดอย

ผู้คนมากมายหลั่งไหลขึ้นมาไม่ขาดสาย

เอกลักษณ์อีกอย่างของชาวพม่าคือจะหิ้วปิ่นโตไปทำงานด้วย

สัมภาระที่มีผู้จ้างแบกกันขึ้นมา

เด็กน้อยชาวพม่าระหว่างทางลงจากเขา

เชื่อกันว่าพบฤาษีองค์แรกบนเขาให้รีบทำบุญ

อารีเอาตัวรอดทั้งขึ้นและลง ค่าจ้าง 800 บาทไทย =10,000 จ๊าด

เห็นทางรถขึ้นลงลิบๆ

ไหว้พระหยก

ช้างเผือก ดูดีๆมีของดีให้ดู

หน้าบ้านอองซาน ซูจี

ดอกไม้ไหว้พระ สด สวยมากไม่มีการนำมาเวียนเทียน

พระนอนตาหวานอีกแห่งหนึ่ง

ที่ทำการรัฐสภาของพม่า

ทางขึ้นไหว้พระสุเหร่

ไหว้ขอพรพระเจ้าทันใจ

แม่น้ำย่างกุ้ง

ถึงแล้ว เจดีย์ชเวดากอง ค่าเข้า 5 USD = 150 บาท

ฝีมือไกด์ชาวพม่าถ่ายภาพ

ฝีมือไกด์ชาวพม่าถ่ายภาพและนำชม

ไกด์ชาวพม่าเลือกวิวให้มองเห็นจันทรา

ระฆังยักษ์ ลองเอามือเข้าไปจับดูความหนาเกือบศอก

บริเวณที่พระเจ้าบุเรงนองมาขอพรต่อองค์เจดีย์ชเวดากองก่อนออกศึก

กินอาหารพื้นเมืองเหมือนดาราหนุ่ม คงกระพัน ไปทำรายการที่พม่า

ชาวพม่าใจดีนำข้าวแขวนไว้เลี้ยงนกเห็นหลายบ้าน

วัดอะไรจำไม่ได้แล้ว แวะไหว้พระเยอะมาก

พระเจดีย์กลางน้ำที่สิเรียม

คนขับรถนำเที่ยวเสื้อสีขาว เสื้อเหลืองไปรับที่สนามบิน

อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
เดินทางไปกลับโดยสวัสดิภาพด้วยสายการบินแอร์เอเชียนี้

3 thoughts on “เที่ยวพม่า…ชีวิตและวัฒนธรรม

  1. อารีขอแก้ตัวหน่อย เพราะ การที่เราจะขึ้นพระธาตุอินทร์แขวนน่ะ มันขึ้นบนยอดเขาน่ะ คิดว่าจะต้องเดินถึงให้ได้ ใจน่ะไปแล้ว แต่ร่างกาย และสังขาร มันไม่อำนวย เนื่องจากหัวเข่าไม่ดีจริงๆ จึงต้องตัดสินใจนั่งเสลียง เพราะรู้ๆ ว่ามันแพง แต่ก็คิดอีกทีควรจะนั่งดีกว่ามันสบายดีฮ่ะๆๆๆๆๆๆๆ

  2. อ้วนคิดถูกแล้วละที่ตัดสินใจนั่งเสลี่ยงไป เงินหาใหม่ได้แต่หากเป็นอะไรไปไม่คุ้มเลย อารีอีกคนหนึ่งตั้งใจจะเดินขึ้นเหมือนกันแต่เขาบอกเหนื่อยมาก เขากลัววูบไปเหมือนกำนันไก่ เขาจึงตัดสินใจเอาชีวิตรอดไว้ก่อน ส่วนลุงบูรณ์ขาไม่ดีจะหาเสลี่ยงให้นั่งไปก็ไม่มีแล้ว
    เธอว่าเดินขึ้นเขาคิชกูฎง่ายกว่าไหม

  3. ชอบไก่ตัวสีส้มในจานอาหารกลางวันจังเลย มันสวยดี ถ้ามีโอกาสอยากไปบ้างจัง

Leave a Reply