วันนี้เป็นวันครู ขอน้อมระลึกถึงบุญคุณของครู (๑๖ มกราคม ๒๕๕๖ )
ขอเล่า ประวัติวันครูสักนิด วันครูได้จัดให้มีขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๕๐๐ หลังจาก พ.ร.บ. ครู ประกาศใช้ ๑๒ ปี สถานที่จัดงานวันครูครั้งแรกของจังหวัดพระนครและธนบุรี คือ กรีฑาสถานแห่งชาติ
จุดเริ่มต้นของการมีวันครู มาจากการปรารภและการเรียกร้องของครูจำนวนมาก ซึ่งมีทั้งปรากฏในหนังสือพิมพ์และสื่อมวลชน ความเห็นของครูที่แสดงออกมานั้นพยายามที่จะชี้ให้เห็นความสำคัญของครูและอาชีพครูในฐานะที่เป็นผู้ที่เสียสละประกอบคุณงามความดีเพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นอันมาก จึงควรที่จะมีวันแห่งการรำลึกถึงความสำคัญของครู เปิดโอกาสให้ครูทั้งหลายได้พักผ่อน ได้บำเพ็ญกุศลตลอดจนกระทำกิจกรรมอื่นๆ เพื่อประโยชน์ของครูและการศึกษาของชาติ
จากการเรียกร้องต้องการดังกล่าวแล้ว จอมพล ป.พิบูลย์สงคราม นายากรัฐมนตรี ได้กล่าวในคำปราศรัยในที่ประชุมผู้แทนคณะครูทั่วประเทศ เมื่อเดือน พฤษภาคม ๒๔๙๙ มีความว่า “ที่อยากเสนอในตอนนี้ก็คือว่า เนื่องจากผู้เป็นครูมีบุญคุณเป็นผู้ให้แสงสว่างในชีวติของเราทั้งหลาย …. ข้าพเจ้าคิดว่าวันครูควรจะมีสักวันหนึ่ง สำหรับให้บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลาย ได้แสดงความเคารพสักการะต่อบรรดาครูผู้มีพระคุณทั้งหลายเพราะเหตุว่า สำหรับคนโดยทั่วไป ถ้าถึงวันตรุษ วันสงกรานต์เราก็นำเอาอัฐิของผู้มีพระคุณบังเกิดเกล้ามาทำบุญทำทาน คนที่สองรองลงไปก็คือ ครูผู้เสียสละทั้งหลาย เราก็อยากมีครูสักวันหนึ่ง วันนั้นเป็นวันที่ลูกศิษย์จะได้ทำความเคารพสักการะแก่บรรดาผู้เป็นครูทั้งหลาย ข้าพเจ้าคิดว่าในโอกาสนี้ จะขอฝากที่ประชุมนี้ไว้ด้วย ลองปรึกษาหารือกันในหลักการทุกคนคงจะไม่ขัดข้อง….”
การประชุมสามัญคุรุสภาประจำปี พ.ศ. ๒๔๙๙ ได้นำเรื่องนี้ขึ้นพิจารณาด้วย และมีมติเห็นควรให้มีวันครูเพื่อเสนอคณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาต่อไป โดยมีหลักการดังนี้
ความมุ่งหมาย
- เพื่อประกอบพิธีระลึกถึงครูบูรพาจารย์
- เพื่อให้เห็นความสำคัญของครู และระลึกถึงพระคุณของครู
- เพื่อให้ครูได้ตระหนักในความสำคัญของความเป็นครู และให้ครูประพฤติตนให้สมกับที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นปูชนียบุคคล
- เพื่อเผยแพร่เกียติคุณของครูและส่งเสริมความเข้าใจอันดีให้แก่ประชาชน
- ธำรงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ
ส่วนกำหนดวันเห็นควรกำหนด วันที่ ๑๖ มกราคม ซึ่งเป็นวันประกาศพระราชบัญญัติครูพุทธศักราช ๒๔๘๘ ในราชกิจจานุเบกษาเป็น “วันครู”
คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาในการประชุมเมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ. ๒๔๙๙ ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้วได้มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นเพื่อศึกษารายละเอียด คณะอนุกรรมการฯ พิจารณาเห็นว่ากิจกรรมในงานวันครูควรมีการทำบุญตักบาตรในตอนเช้า ในตอนบ่ายเป็นพิธีระลึกพระคุณบูรพาจารย์และปฏิญาณตนนอกนั้นให้มีกิจกรรมพิเศษเพื่อเสริมสร้างความสามัคคีระหว่างผู้ประกอบวิชาชีพครูด้วยกันและระหว่างครูกับประชาชน
สำหรับคำปฏิญาณตนนั้น ให้ใช้ถ้อยคำดังต่อไปนี้
“ข้าขอปฏิญาณตนว่า
๑. ข้าจะบำเพ็ญตนให้สมกับได้ชื่อว่าเป็นครู
๒. ข้าจะตั้งใจฝึกสอนศิษย์ให้เป็นพลเมืองดีของชาติ
๓. ข้าจะรักษาชื่อเสียงของคณะครูและบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่สังคม”
ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๙ คณะกรรมการฯ ได้มีการประชุม และมีมติรับข้อเสนอของคณะอนุกรรมการ และให้กระทรวงศึกษาธิการนำเสนอรัฐบาลเพื่อให้กำหนดวันที่ ๑๖ มกราคม เป็นวันครู ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๙ ให้วันที่ ๑๖ มกราคม ของทุกปีเป็นวันครู และให้กระทรวงศึกษาธิการสั่งการให้เด็กและครูหยุดในวันดังกล่าวได้
การจัดงานวันครู ได้กำหนดเป็นหลักการให้มีอนุสรณ์วันครูไว้ให้แก่อนุชนรุ่นหลังทุกปี อนุกสรณ์สำคัญที่ได้กระทำมาแต่ต้น คือ หนังสือประวัติครู หนังสือที่ระลึกวันครู และสิ่งก่อสร้างที่เป็นถาวรวัตถุ
ในปีนี้คุรุสภาจัดงานวันครู “เฉลิมพระเกียรติพระแม่แห่งแผ่นดินผู้ทรงเป็นครู” พ.ศ. ๒๕๕๖ ครั้งที่ ๕๗ มีคำขวัญดังนีั
คำขวัญวันครู ปี ๒๕๕๖
“แปดสิบพรรษา พระราชินี ราษฏร์รัฐ ภักดี ครูศรีแผ่นดิน”
ครู มีหน้าที่อบรมขัดเกลาจิตใจของเยาวชนให้ เป็นคนดี เพราะครูมีคุณธรรม ๗ อย่าง คือ
- ปิโย ทำตนให้เป็นที่รัก
- ครุ ทำตนให้เป็นที่เคารพ
- ภาวนิโย ทำตนให้เป็นที่น่ายกย่อง
- วตฺตา จ รู้จักพูดชี้แจง
- วจนนกฺขโม มีความอดทนต่อถ้อยคำ
- คมฺภีรญจ กฤกตฺตา กล่าวชี้แจงเรื่องต่างๆ ได้ลึกซึ้ง
- โน จกฺฐาเน นิโชเย ไม่แนะนำในสิ่งที่ไม่ควร
เวลาไหว้พระสวดมนต์ก่อนนอน เราต้องกราบทั้งหมด ๕ ครั้ง คือ กราบพระรัตนตรัย กราบพ่อแม่ผู้มีพระคุณ กราบครู
ความทรงจำ ในวัยเยาว์ ก่อนเข้าเรียน ป.๑ จำได้ว่า พ่อได้สอนให้อ่านหนังสือ ก กา ก่อนเข้าโรงเรียน ตอนแรกก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่า จะเคี่ยวเข็ญทำไมยังไม่ได้เข้าโรงเรียนเลย และต้องเขียน อักษร ก ถึง ฮ และยังต้องอ่านหนังสือทุกวัน พอพ่อหลับก็หลบไปเล่นในสวนทุเรียนบางยี่ขัน พ่อคงไม่อยากให้เป็นภาระของครู ทำให้อ่านหนังสือได้ก่อนเข้าเรียน ขอย้อนรำลึกถึงครู พ่อจะให้จดชื่อคุณครูประจำชั้น และชื่อของเพื่อนๆ ในชั้นเรียน ทุกปี จำได้ว่า จะจดไปทำไม แต่ก็ต้องทำตามพ่อสั่ง เท่าที่จำได้ ครูประถมที่ได้อบรมสั่งสอน ให้อ่านออกเขียนได้ และมีคุณธรรม มีดังนี้
ครู ประจำชั้น ป. ๑ ชื่อ ครูเจริญ ชูเมือง
ครู ประจำชั้น ป.๒ ชื่อ ครูสัมผัส บุญใหญ่
ครู ประจำชั้น ป.๓ ชื่อ ครูอุบล ร่วมทอง
ครู ประจำชั้น ป.๔ ชื่อ ครู วัลดา ฤกษ์เย็น
ครูประจำชั้น ป.๕ ชื่อ ครูคล่อง กล่อมเกลี้ยง
ครูประจำชั้น ป.๖ ชื่อ ครูเรวดี คงเจริญ คุณครูใหญ่ ชื่อ ครูสารี อภัยโรจน์
ความดีที่ระลึกและจดจำ คือ ครูสอนให้อ่านหนังสือ เขียนหนังสือ ท่องสูตรคูณ บทอาขยานได้ ครูให้เสื้อหนาว ครูแจกขนมปังโดยการโรยนมข้นบนแผ่นขนมปัง ให้นักเรียนทุกคนรับประทาน (ตอนไปทัศนศึกษา) ให้หนังสือพจนานุกรมภาษาอังกฤษ ตอนจบชั้น ป.๖ และให้พรให้พวกเราตั้งใจเรียนหนังสือ เรียนให้ได้มากที่สุด และให้เป็นผู้ที่มีความกตัญญกตเวทีด้วย คือ เรียนจบแล้วให้เอาเงินเดือน มาให้ครูคนละ ๑ บาท สิ่งหนึ่งที่ได้จากครู คือ เห็นครูนำข้าวใส่ปิ่นโต มารับประทานที่โรงเรียน ทุกวัน หลังจากนั้น ครูก็เตรียมการสอน สำหรับชั่วโมงต่อไป เพราะครู ๑ คน สอนครบทุกวิชา ตอนเย็นครูก็จะตรวจการบ้าน ถ้ามีสอนนอกเหนือจากที่เรียน ครูก็จะสอนให้ด้วย เช่น วิชาประดิษฐ์ดอกไม้ เพื่อจะนำนักเรียนที่มีฝีมือในการประดิษฐดอกไม้ไปแข่งขัน วิชาที่ชอบเรียนมากที่สุดคือ วิชาศีลธรรม เพื่อนบางคนไม่มีสมุดดินสอ ถุงเท้า ครูก็หามาให้ นักเรียนบางคนไม่มีข้าวกลางวันกิน ครูก็จะแบ่งข้าวให้กินเป็นอาหารกลางวัน และสอนให้นักเรียนช่วยเหลือกันเช่น ให้คนที่อ่านหนังสือได้แล้ว สอนคนที่ยังอ่านหนังสือไม่ได้ และต้องมีการอ่านหนังสือทุกวัน เช้าไปโรงเรียนก็ต้องอ่านหนังสือ คุณครูประจำชั้น จะนำลูกๆ ที่ยังไม่เข้าเกณฑ์มาเรียนด้วย เช่น คนพี่เข้าเรียนชั้น ป.๑ น้องอีก ๒ คน ก็ตามมาเรียนด้วย เป็นวิถีชีวิต บางครั้งครูต้องพาเพื่อนๆ ไปแข่งขันกับโรงเรียนอื่น เช่น การประกวดอ่านกลอน ครูก็จะให้เพื่อนนั่งซ้อมการอ่านหนังสือตอนเย็นหลังเลิกเรียนทุกวัน
ฉันเห็นแล้วคนเป็นครูต้องเสียสละจริงๆ ครูไม่เคยเก็บเงินจากนักเรียนเลย นักเรียนมีแต่ได้ ถ้าสอบได้ที่ ๑ – ๓ ครูจะมีรางวัลให้ด้วย นึกถึงครูครั้งใด ก็น้อมรำลึกถึงความดีของครูทุกครั้ง ฉันขอกราบขอบพระคุณครู ที่ได้อบรมและสอนหนังสือให้มีวิชาความรู้ มีคุณธรรม จนประสบผลสำเร็จในการเรียน มีงานทำที่สุจริต
ขอน้อมนำบทกลอน นมัสการอาจาริยคุณ ของ พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร)
อนึ่งข้าคำนับน้อม ต่อพระครูผู้การุณย์
โอบเอื้อและเจือจุน อนุสาสน์ทุกสิ่งสรรพ์
ยัง บ ทราบก็ได้ทราบ ทั้งบุญบาปทุกสิ่งอัน
ชี้แจงและแบ่งปัน ขยายอัตถ์ให้ชัดเจน
จิตมากด้วยเมตตา และกรุณา บ เอียงเอน
เหมือนท่านมาแกล้งเกณฑ์ ให้ฉลาดและแหลมคม
ขจัดเกลาบรรเทาโม- หะจิตมือที่งุนงม
กังขา ณ อารมณื ก็สว่างกระจ่างใจ
คุณส่วนนี้ควรนับ ถือว่าเลิศ ณ แดนไตร
ควรนึกและตรึกใน จิตน้อยนิยมชม
ที่มา : นิเวศน์ กันไทยราษฎร์ . ๕๕ ปี ที่มี “วันครู” แต่วันครูควรมีทุกๆ วัน. วิทยาจารย์. ปีที่ ๑๑๒ ฉบับที่ ๓. (มค.๒๕๕๖) : หน้า ๑๑-๑๒.