Generation สำคัญอย่างไร

จากการที่ได้มีโอกาสไปเข้าร่วมการฟังการบรรยายทางวิชาการในหัวข้อเรื่อง “การบริหารจัดการงานห้องสมุดเพื่อรองรับผลกระทบประชาคมอาเซียน 2558” ในวันพุธที่ 26 กันยายน 2555 ณ โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ ซึ่งบรรยายโดย ดร. รัฐ ธนาดิเรก  มีหัวข้อหนึ่งที่น่าสนใจและเป็นข้อมูลสำหรับการปรับตัวเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงของห้องสมุดในอนาคต ซึ่งเป็นเรื่องของทรัพยากรมนุษย์ (คน) ไ่ม่ว่าจะเป็นผู้ใช้บริการหรือคนทำงานก็ตาม โดยท่านวิทยากรได้บรรยายเกี่ยวกับเรื่อง การจำแนก Work Force  ตาม Generation โดยแบ่งเป็น 4 Generation ด้วยกันคือ 

  1. Gen B (Baby Boomers)  ยุคระเบิดประชากร (เกิดในช่วงปี 2489-2508)  อายุระหว่าง 47- 66 ปี  เกิดหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นยุคที่มีการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการเพิ่มจำนวนประชากร เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการฟื้นฟูและพัฒนาประเทศ ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้ ประชากรในยุคดังกล่าวจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ของโลก ปัจจุบันประชากรกลุ่มนี้กำลังเคลื่อนตัวสู่วัย “ผู้สูงอายุ” พวกเขาเกิดมาท่ามกลางความยากลำบากของพ่อแม่ ผ่านเหตุการณ์ทางการเมืองที่หลากหลาย พวกเขาจึงเกิดมาเพื่อทำงาน มีชีวิตเพื่อการทำงาน เคารพกฎกติกา มีความอดทน ให้ความสำคัญกับผลงานถึงแม้ว่าจะต้องใช้เวลารอนานจนกว่าจะประสบความสำเร็จ ยอมทำงานหนักเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัว ทุ่มเทให้กับการทำงานและองค์กร พวกเขามักให้ความสำคัญกับครอบครัวลองลงมาจากการทำงาน พวกเขาให้ความจงรักภักดีต่อองค์กรอย่างสูงจึงมักไม่มีการเปลี่ยนงานบ่อยๆ ถึงจะเบื่อแต่ก็อดทน ไม่ย้ายไปไหน อยู่ที่ไหนที่นั่น พวกเขามีความมั่นใจในตนเองค่อนข้างสูง จึงมักมีการวางแผนและตัดสินใจกระทำการใดๆได้อย่างเด็ดขาดและจริงจัง โดยมีความเชื่อมั่นว่าทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ และกำหนดให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่ต้องการได้อย่างไม่ยากเย็น พวกเขามักจะมีคำพูดติดปาก คือ  “ใช่ครับพี่ ดีครับผม เหมาะสมครับเจ้านาย” ได้รับการพิจารณาตาม priority ถ้าเจ้านายยังไม่กลับ เราก็ยังไม่กลับ มาทำงานก่อนเจ้านายเสมอ คำอวยพรที่ติดปาก คือ “ขอให้รักกันนานๆ มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง” พวกเขาเมื่อได้เงิน มักจะนำมาเก็บสะสมไว้เพื่อใช้จ่ายในยามบั้นปลายชีวิต
  2. Generation X  คือ พวกไอ้มดแดง (เกิดในช่วงปี 2509-2523)  อายุระหว่าง 32-46 ปี เป็นกลุ่มประชากรที่เติบโตขึ้นมากับความบากบั่น สู้ชีวิต ทะเยอทะยานเพราะพวกเขาเกิดมาในยุคการแข่งขันสูง (ยุคอุตสาหกรรมเศรษฐกิจเฟื่องฟูหลังสงคราม)  มีลักษณะพฤติกรรมชอบอะไรง่ายๆ ไม่ต้องเป็นทางการ มีแนวคิดและการทำงานในลักษณะรู้ทุกอย่างทำทุกอย่างได้เพียงลำพังโดยไม่พึ่งพาใคร มี เป็นผู้รักอิสระ รู้จักจัดสรรเวลาทำงานและเวลาพักผ่อนให้คล่องตัว และเริ่มยืดชีวิตโสดของตัวเองออกไป  พวกเขาจึงมักจะแต่งงานช้าหรือไม่ก็ครองโสดไปตลอดชีวิต  พวกเขามีความรอบคอบในการใช้จ่ายเงินอย่างมาก หรือเรียกว่า ” ใช้เงินเป็น”  อะไรที่ไม่จำเป็นจริงๆ ก็ไม่ซื้อ ซื้อแต่อะไรที่จำเป็น  สำหรับพวกเขา ไม่มีคำว่าศาลปกครอง ไม่มีคำว่าสิทธิมนุษยชน ผู้ใหญ่อาบน้ำมาก่อน มีความคิดเปิดกว้าง พร้อมรับฟังข้อแนะนำ เพื่อการปรับปรุงและ พัฒนาตนเอง ตั้งใจเรียน อย่าเต้นกินรำกิน อาชีพดารานักแสดง/นักร้อง เป็นอาชีพที่ไม่จีรังยั่งยืน เป็นยุคสมัยที่เครื่องคอมพิวเตอร์ PC  การจะมี Pager ซักเครื่องช่างยากเย็น การจะโทรจีบกันยังต้องโทรตู้โทรศัพท์สาธารณะ พิมพ์ดีดยังต้องพิมพ์ด้วยความระมัดระวัง (ผิดแล้วต้องพิมพ์ใหม่ทั้งหมด)  ไม่พอใจ/ไม่อยากอยู่/ทนไม่ไหวก็ย้ายที่ทำงาน ไม่ทนอยู่ พวก Gen X เป็นประเภท (Work to Live)
  3. Generation Y  (เกิดในช่วงปี 2524-2543) อายุระหว่าง 12-31 ปี เกิดมาท่ามกลางความสุขสบาย เพียบพร้อม ความสับสนและสงสัย พวกเขาไม่รู้จักแม้แต่สงครามโลก 14 ตุลา ตลอดจนพฤษภาทมิฬ พวกเขาเชี่ยวชาญในการท่องเน็ต มือถือ  ชีวิตในแต่ละวันของพวก Gen Y มีอะไรทำเยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะทำอะไรก็มีใครรู้หมด แม้แต่ทำกับข้าวในครัวก็ต้องโพสต์บนหน้า facebook เป็นประเภทอยู่เฉยไม่ได้ Hyper Active การนัดกับเพื่อนๆเมื่อต้องรอนานก็ไม่เบื่อ เพราะสามารถนั่งเล่น Ipad IPhone ไปพลางๆ ชีวิตนี้มีแต่คำว่า Ctrl C, X, Y, U, A เพื่อตอบสนองความต้องการ ทุกอย่างไม่ต้องคิดก่อนทำ ทำแล้วค่อยคิด ค่อยเพิ่ม ค่อยเติม ค่อยตัดออก ยกเลิกได้เสมอ คน Gen Y มีทางเลือกเยอะ ชีวิตจึงเป็นแบบ Live then Work  คู่แข่งของการทำงานสำหรับพวกเขาคือ “การไม่ทำงาน”  คน Gen Y เอาสั้นและได้ใจความ ใช้สัญลักษณ์แทนข้อความ เช่น +_+ ^_^ ก็รู้ความหมายแล้ว พวกเขามักจะไม่ต้องการคำแนะนำ คนใน Gen Y หลายรายจึงมักจะทำงาน Freelance  เป็นกลุ่มคนที่ถูกจัดว่ามีความภักดีต่อองค์กรค่อนข้างน้อยเพราะมักจะมีการเปลี่ยนงานบ่อย ถึงแม้ว่าจะมีข้อเสียอยู่มาก แต่พลังทางความคิดของเขาก็ยังเป็นที่ต้องการของสังคม/องค์กร หากนำมาใช้อย่างถูกวิธีถูกที่และถูกทางก็จะเกิดประโยชน์มิใช่น้อย
  4. Generation Z เป็นประเภท (เกิดในช่วงปี 2544 เป็นต้นมา) อายุระหว่าง 11 ปีลงมา เป็นยุคที่โตมาพร้อมกับ Internet เป็นเด็กในยุคสังคม Digital เป็นยุคที่มีความเท่าเทียมทางเพศอย