“อำนาจ” คือ อิทธิพลที่จะบังคับให้ผู้อื่นต้องยอมทำตาม ไม่ว่าจะด้วยความสมัครใจหรือไม่ หรือความสามารถบันดาลให้เป็นไปตามความประสงค์ เช่น อำนาจบังคับตามกฎหมาย อำนาจบังคับบัญชา (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542) ดังนั้นอำนาจจึงเป็นที่ปรารถนาของผู้คนมากมาย หลายคนอยากมี อยากได้ พยายามทุกวิถีทางที่จะไขว่ขว้ามาครอบครองเป็นเจ้าของ…แล้วมีอีกสักกี่คนที่สมปรารถนา…
อำนาจนั้นมีด้วยกันหลายประเภท ซึ่งในทางบริหาร ตามแนวความคิดของเฟรนซ์และราเวน (French and Raven) ได้แบ่งประเภทของอำนาจตามที่มาของอำนาจไว้ 5 ประเภท ได้แก่
1. อำนาจการให้รางวัล หมายถึง ความสามารถในการให้รางวัลที่มีคุณค่าแก่ผู้อื่น เช่น การเลื่อนขั้นเงินเดือน
2. อำนาจการบังคับ หมายถึง ความสามารถที่จะตำหนิ ไม่ขึ้นเงินเดือน หรือลงโทษ
3. อำนาจตามกฎหมาย หมายถึง อำนาจหน้าที่ที่เป็นสิทธิตามตำแหน่งหน้าที่
4. อำนาจการอ้างอิง หมายถึง ความสามารถที่ทำให้เกิดความเคารพ ความชื่นชม ความจงรักภักดีจากผู้อื่น
5. อำนาจจากความเชี่ยวชาญ หมายถึง อำนาจส่วนบุคคลที่เกิดจากพื้นฐานความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ และความเชื่ยวชาญ
ต่อมา Raven ได้ร่วมกับ Pierro และ Kruglanski เพิ่มประเภทของอำนาจอีก 1 ประเภท คือ อำนาจทางข้อมูล หมายถึง ความสามารถที่จะเข้าถึงหรือใช้ข้อมูลที่สำคัญ หรือมีข้อมูลที่เหนือหรือมากกว่าผู้อื่น
มีผู้คนมากมายคิดว่าตนเองไม่มีอำนาจ หากพิจารณาดูดีดีจะพบว่าหลายคนมีอำนาจตามประเภทดังกล่าวข้างต้นไม่ประเภทใดก็ประเภทหนึ่ง แต่มักไม่รู้ว่าตนเองมีอำนาจ ลองมาดูคำพูดของพันโทโคลัมโบ โกเมช นายทหารหนุ่มผู้ทำการปฏิวัติยึดอำนาจจาก”พลเอกรามอน” นายกรัฐมนตรีของประเทศเอญ เควญญา กับที่ปรึกษานายก คือ “ดร.เฟอร์ดินาน” จากนวนิยายเรื่อง “อำนาจ” ของประภัสสร เสวิกุล ดูนะ
พันโทโคลัมโบ โกเมช “อาจารย์เคยเห็นสิงใตโนโรงละครสัตว์ไหมครับ”
ดร.เฟอร์ดินาน “ถูกของคุณ สิงโตหลายตัว ไม่กล้าทำอะไรคนคนเดียว”
พันโทโคลัมโบ โกเมช “นั่นเพราะมันไม่รู้ว่ามันมีอำนาจพอที่จะทำร้ายคนได้”
คนส่วนใหญ่เมื่อมีอำนาจแล้ว ระยะแรก ๆ จะใช้อำนาจไปในทางที่ถูกที่ควร เมื่อเวลาผ่านไปก็จะเกิดความเคยชินกับการใช้อำนาจ หลงไหลได้ปลื้ม หลงระเริงกับการใช้อำนาจ จึงอาจใช้อำนาจในทางที่ผิด หาผลประโยชน์ส่วนตน เมื่อถึงเวลาอันควรแล้วก็ไม่ยอมลงจากอำนาจ ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน พยายามหาเหตุผลและความยุติธรรมในการที่จะอยู่หรือใช้อำนาจให้นานที่สุด แต่ความยุติธรรมในการใช้อำนาจนั้นไม่มีใครสามารถรับรองได้ว่าถูกต้องเสมอไป ดังคำกล่าวในนวนิยายเรื่อง “อำนาจ” ของประภัสสร เสวิกุล หน้า 99 ที่ว่า “คำว่ายุติธรรมเป็นเพียงการตัดสินของคนในหมู่หนึ่ง ซึ่งไม่มีใครสามารถยืนยันได้เช่นกันว่าการตัดสินใจนั้นถูกหรือผิด ดังนั้นเมื่อความยุติธรรมตั้งอยู่บนพื้นฐานอันไม่แน่นอนแล้ว ความยุติธรรมก็ย่อมไม่ใช่การชี้ขาดอันเป็นหนึ่งเดียวของโลก ความยุติธรรมของคนหมู่หนึ่ง อาจเป็นความอยุติธรรมของอีกหมู่หนึ่งก็ได้”
คนมีอำนาจ เปรียบเสมือนคนถือดาบอยู่ในมือ หากคนถือดาบมีคุณธรรม ก็จะใช้ดาบไปในทางที่เป็นประโยชน์ต่อคนหมู่มาก ใช้ประหัดประหารคนชั่วให้หมดไป แต่เมื่อใดก็ตามที่คนถือดาบเป็นคนชั่ว ไร้ซึ่งคุณธรรม เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่ตั้งแล้ว ผู้ที่ถูกประหัดประหารจะเป็นคนดีหรือคนที่ขัดขวางเส้นทางการหาผลประโยชน์ ทำให้เดือดร้อนกันไปทุกหย่อมหญ้า แต่อย่าลืมนะว่า เมื่อใดที่คนถือดาบทำดาบหลุดออกจากมือ เมื่อนั้นคนอื่นก็จะนำดาบมาถือครอง และผลกระทบก็จะบังเกิดกับคนถือดาบคนก่อนเหมือนกัน หากเคยทำความดี ก็จะได้รับผลดีตอบแทน หากทำแต่ความชั่ว เมื่อนั้นดาบที่เคยถือก็จะกลับมาประหัดประหารตัวเองเช่นกัน ดังกวีนิพนธ์ของศรีปราชญ์ มหากวีแห่งกรุงศรีอยุธยา ที่ว่า
ธรณีนีนี้ เป็นพยาน
เราก็ศิษย์มีอาจารย์ หนึ่งบ้าง
เราผิดท่านประหาร เราชอบ
เราบ่ผิดท่านมล้าง ดาบนี้คืนสนองฯ
2 thoughts on “เรื่องของ "อำนาจ"”
Leave a Reply
You must be logged in to post a comment.
นึกว่าพูดถึง “อำนาจ”
ทีแรกพี่ตาก็คิดเหมือนปองเลยจ้ะ พออ่านไปเรื่อย ๆ มันไม่ใช่นี่ อ่านแล้วก็ให้ความรู้ดี ทำให้นึกคนที่บ้าอำนาจ มันหมายถึงคนเช่นไรกันนะ