นิทานก่อนนอน

ใครว่าการเล่านิทานเป็นเรื่องไร้สาระ เพ้อเจ้อนั่นเป็นความคิดของคนที่จริงจังกับชีวิตเกินไปหรือเปล่า ลองกลับไปตอนที่เรายังเป็นเด็ก เรายังชอบดูการ์ตูนและให้พ่อแม่เล่านิทานให้ฟังจนหลับไป
ปัจจุบันเวลาเป็นสิ่งมีค่า พอ่แม่ต้องหาเวลาให้กลับลูกน้อยบ้างไม่ควรมองข้าม ควรใช้เวลาร่วมกัน เช่นการเล่านิทาน  หลายคนเลือกใช้ซีดี ดีวีดีเป็นตัวช่วย ไม่ได้บอกว่ามันไม่ดี แต่สัมพันธภาพระหว่างพ่อแม่กับลูกเหมือนมีอะไรมาปิดกั้นที่เรามองไม่เห็น
เทพนิยายมักจะลงท้ายด้วยการที่เจ้าชายและเจ้าหญิงได้ครองรักกันอย่างมีความสุข แม้ชีวิตจริงจะไม่เป็นเช่นนั้น แต่การที่ให้ลูกหลับอย่างมีความสุขไปพร้อมภาพฝัน รอยยิ้มและความอิ่มเอิบต้องดีกว่าให้ลูกหลับด้วยคราบนำตาว่าจริงใหม

10 thoughts on “นิทานก่อนนอน

  1. นานๆ จะมีมุมของคุณพ่อที่เขียนเรื่องแบบนี้อ่านแล้วรู้สึกดีจัง คุณแม่ลูกน้อยหอยสังข์ยืมหนังสือไปอ่านให้ลูกฟังบ้างเน้อ… ฮิฮิ

  2. เจ้าตัวเล็ก (แตงโม) ของอ้อ ปีนี้ขึ้น ป.5 แล้วยังอ้อนให้พ่อกับแม่อ่านนิทานให้ฟังเลยค่ะ เห็นด้วยกับพี่บูรณ์ค่ะ ที่ว่า การอ่านนิทานให้ลูกฟังก่อนนอนช่วยให้ลูกหลับฝันดี และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว และช่วยสร้างจินตนาการให้เด็กด้วยค่ะ

  3. ญาก็ชอบอ่านนิทานก่อนนอนนะ แล้วนึกเอาว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิงทุกที ที่รอเจ้าชาย(ในอุดมคติ)มาช่วยซะที ตื่นมาทีไรอยากหลับต่อทุกทีเลย เมื่อก่อนชอบให้ยายเล่านิทานให้ฟัง โตมาหน่อยก็ขอช่วยพี่
    แต่มาตอนนี้ไม่มีใครอ่านนิทานให้ฟังแล้วอ่ะ ต้องอ่านเอง กล่อมตัวเองนอน อิอิ

  4. การอ่านหนังสือหรือเล่านิทานให้ลูกฟัง เป็นการกระตุ้นให้เด็กอยากอ่านหนังสือและยังปลูกฝังให้เด็กรักการอ่าน เป็นความสัมพันธ์ระหว่างพ่อ/แม่ กับ ลูกที่สร้างสรรค์และสวยงาม
    ถึงแม้เด็กๆที่ยังอ่านหนังสือเองไม่ได้ แต่เขาเหล่านั้นจะจดจำเรื่องราวและเนื้อหาของหนังสือเล่มโปรดที่ผ่านหูของเขาไม่รู้จะกี่เที่ยวต่อกี่เที่ยว ได้อย่างแม่นยำ
    “……….พ่อ… เสียงลูกชายเรียกพ่อ พร้อมกับกระโงกหน้าเขามาดูหนังสือที่พ่อกำลังอ่านให้เขาฟัง เจ้าหนูทำคิ้วย่น เอามือน้อยๆมาเปิดหนังสือไปมา พลิกดูรูปภาพหน้านั้นทีหน้านี้ทีเหมือนกับกำลังหาอะไรสักอย่าง
    ………ต้องอันนี้ก่อน ลูกชายร้องบอกพ่อ พร้อมชี้บอกว่าพ่อต้องอ่านหน้านี้ก่อน
    ความจริงพ่อรู้ดีอยู่แล้วว่าตัวเองเปิดข้ามไปเพื่อหวังที่จะให้อ่านจบเร็วๆ (ก็พ่อง่วงแล้วนี่นา) เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง เด็กๆมีจินตนาการและจดจำเรื่องราวที่เขาสนใจได้อย่างแม่นยำมาก หากใครที่อยากให้ลูกรักการอ่านหนังสือ ลองนั่งอ่านหนังสือเป็นตัวอย่างให้ลูกดูซิ…………….

  5. ประสบการณ์การอ่านหนังสือให้ลูกฟัง ต้องยกให้คุณสามีค่ะ เพราะมีอยู่ครั้งหนึ่งคุณพ่อแสนดีทำแแบบพี่กวีเด๊ะๆ เจ้าตัวเล็กลืมตาขึ้นมาบอกว่า พ่ออ่านข้ามหนูรู้นะ เมื่อวานมันมีเรื่่องนี้ด้วยนะ ทำไมวันนี้มันไม่มี หรือบางวันเค้าจะทำปากขมุบขมิบตามไปด้วย แล้วหันมา”นั่นแน่พ่อเล่าผิด” เด็กเค้าจำได้ แล้วจะรู้ว่าคุณสร้างนักอ่านขึ้นมาคนหนึ่งจากกิจวัตรประจำวันที่แสนธรรมดาของคุณ เริ่มสัญญากับตัวคุณเองว่า 1 เดือน พาลูกๆ ไปร้านหนังสือสักเดือนละครั้ง ให้เค้าเลือกเล่มที่เค้าอยากอ่าน แล้วมันจะกลายเป็นกิจวัตรที่เป็นนิสัยของเด็กไปเองโดยไม่รู้ตัวค่ะ

  6. เวลาพี่ง่วงนอนพี่ใช้ไม้เด็ดว่า Once upon a time long long time ago…คล่อกฟี้ น้องเต็มจะบอกว่าแม่แบบนี้อีกแล้วนะ ห้ามข้ามห้ามเปลียนเเรื่อง เราก็อ่าน ก็พูดพร้อมกับที่เราอ่านโดยไม่ต้องอ่าน เพราะจำได้หมดแต่อยากให้แม่อ่านให้ฟัง
    น้องเต็มได้รับมรดกการอ่านมากๆๆๆ ไปไหนต้องหนีบหนังสือไปประจำกาย บางมือขวาถือแปรงสีฟัน มือซ้ายถือหนังสือ แล้วใช้หัวหนีบผ้าเช็ดตัวที่กำลังจะหลุด จนบางครั้งต้องเบรคบอกลูกว่า แม่รู้ว่าการอ่านเป็นเรื่องดีและหนูรักการอ่าน แต่หนูต้องรู้จัก แบ่งเวลาด้วย ดังนั้นจึงมีหลายๆ คนพบน้องเต็มที่เดอะบุ๊คส์เฮาส์และซีเอ็ด ส่วนพี่ตองอ่านเหมือนกันแต่จะอยู่แบบเงียบๆ สงบๆ มากกว่า
    ได้รับความรู้จากอาจารย์ชีวัน วิสาสะ กับอาจารย์ปรีดา ปัญญาจันทร์ ตอนมาที่ห้องสมุดว่าควรเริ่มอ่านตั้งแต่ปก บอกชื่อเรื่อง ชื่อผู้เขียน ชื่อผู้แต่ง ชื่อผู้เขียนภาพประกอบ สำนักพิมพ์ เพราะเป็นการปลูกฝังให้เด็กรู้จักกับผู้เกี่ยวข้องกับการทำหนังสือ ซึ่งเราเอาไปสอนต่อได้ว่าเราไม่สามารถทำงานอะไรได้ด้วยตัวคนเดียว เป็นต้น และเมื่่อเขารู้จักคนเหล่านั้นแล้วทำให้เขาสามารถตัดสินใจและรู้จักเลือกที่จะหาอ่านได้ด้วยตัวเอง
    บ้านพี่โชคดีไม่มีใครดูละครทีวีลูกก็เลยไม่ติด หากชอบเรื่่องไหนจริงๆ ก็จะจัดการอ่านหนังสือให้ลูกฟังจนหลับ (ก่อนสองทุ่มครึ่ง) แล้วพี่จึงตื่นขึ้นมาดู หรือซื้อเรื่องย่อมาอ่านซะเลย ทีวีเอาไว้ดูข่าวเช้า-เย็น กับการ์ตูนสารพัดเรื่อง การอดทนอ่านหนังสือให้ลูกฟังเถอะได้อะไรเยอะแยะจริงๆ

  7. คิดถึง วันวาน นิทานเก่าๆ สมัยอยู่กับยาย ทำให้เรามีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ หวนกลับคืนมาอีกครั้ง ใครที่ลูกๆโตกันแล็วก็ไม่ต้องอ่านหนังสือ หรือเล่านิทานให้ฟังแล้วนะ แต่ที่ลูกๆ ยังเล็กๆอยู่นะสิ เห็นด้วยกับลุงบูรณ์…ก่อนนอนลูกๆชอบให้แม่อ่านหนังสือ หรือเล่านิทานให้ฟัง มีบางครั้งแม่ก็จะเล่ารื่องแบบแต่งเอาเองบ้างก็มี คิดว่าเป็นความสุขเเล็กๆ ก่อนนอนของดวงตาคู่น้อยๆ

  8. นิทานยังทำให้เด็กมีจินตนาการ…เดี๋ยวนี้เจ้าตัวเล็กจะทำตัวเป็นเรา มาเล่านิทานให้เราฟัง…ยอมรับว่าเค้าเล่าได้สนุกมาก เป็นคนละเรื่องเดียวกันกับที่เราเล่าไปเลย อาจเพราะสื่อก็มีส่วนที่ทำให้เค้ามีจินตนาการแตกต่างจากนิทานในหนังสือ เช่น เทวดาของเรามาช่วยคนตัดฟืนให้ขวานคืน แต่เทวดาของเจ้าตัวเล็ก นอกจากเหาะเหินเดินอากาศได้ ยังเก่งแบบเรนเจอร์อีกต่างหาก…เล่าให้เราฟังจบ ก็หัวเราะคิดคัก แล้วก็หลับไป

  9. แล้ว้าแมวจะอ่านให้ใครฟังล่ะนี่ รออ่านให้ลูกเจ้ากล้วยฟัง ก็คงยากส์ หรือลูกเจ้ากา ก็ไม่ร้จะมีดอกาไหม แต่สิ่งที่แบ่งปันออกมาฝากทุกคน นำไปเล่าต่อด้วยค่ะ

  10. ยังมี้ด็กหญิง พักพิงอาศัย
    ชายป่าแสนไกล อยู่กับมารดา
    หนูน้อยหมวกแดง นามแจ้งสมญา
    รูปร่างหน้าตา น่ารักไฉไล
    นิทานประจำก่อนนอนที่ต้องอ่าน เว้นวรรคไปบ้าง หรือแกล้งหยุดอ่าน เสียงน้อยๆ ก็จะต่อให้ พอรู้ตัวว่าถูกหลอกก็จะเงียบแล้วเร่งให้เราอ่านต่อไป ต่อไป ๆๆๆๆ

Leave a Reply