วันนี้ศุกร์ที่ 21 กันยายน 2555 เวลา 12.00-14.30 น. เป็นงานเลี้ยงอำลาพี่ๆ อย่างเป็นทางการ พี่ๆทั้ง 5 เลือกทางเดินชีวิตด้วยการเกษียณตัวเองก่อนอายุ 60 ปี
เมื่อต้นสัปดาห์นั่งเฟ้นหารูปในคลังรูปของตัวเอง เพื่อคัดรูปของพี่ๆ หวั่นใจว่าจะมีไม่ครบถ้วนทั้ง 5 คน เพราะบางคนคิดว่าห่างจากตัวเอง แต่ผลคือกลับพบทุกคนอยู่ในสารบบ จึงรู้สึกดีใจเป็นพิเศษ

พี่สุนีย์แต่งกลอนมาให้ 2 เวอร์ชั่น บอกว่าให้เลือก จึงเลือกไปให้ระหว่างอ่านก็ขำ .. พี่สุนีย์บอกว่ารู้นะว่าถูกใจตรงไหน ความว่าอย่างไรพวกเราคงได้อ่านและได้ฟังกันในงาน
รูปที่เห็นนี้พยายามเรียงตามอายุ จากการถามและจากความทรงจำ ไม่แน่ใจว่าถูกต้องหรือไม่
บางคนใกล้ชิด บางคนอยู่ห่าง บางคนใกล้ๆ หรือห่างๆ แล้วแต่เวลา โอกาสและอารมณ์ แต่ทุกคนต่างให้ประสบการณ์ และเป็นแบบอย่างให้กับเรา มีทั้งแบบที่เราและพี่อาจจะไม่รู้ตัว…
พี่ศรี มีโอกาสพบพี่ศรีครั้งแรกที่งานธุรการ ตั้งแต่สมัยที่ห้องสมุดอยู่ที่อาคารหลังเก่า 2 ชั้น เป็นการมารายงานตัวเข้าทำงาน มาร่วมงานอีกครั้งตอนที่ทำงานในงานจัดหาในระยะสั้นๆ ประมาณปี 2540 เพราะพี่ศรีย้ายขึ้นมจากงานธุรการ มาทำเรื่องการจัดซื้อวัสดุการศึกษา หลังจากนั้นห่างไป เพราะตัวเองต้องลงไปที่งานบริการ แบบอย่างที่ได้จากพี่ศรีคือความเป็นระเบียบเรียบร้อย และการไม่กล่าวถึงบุคลที่สาม
พี่จิ เรามีโอกาสได้สนทนากันแบบมากๆ ในช่วงที่ไปนั่งทำงานที่ฝ่ายบริการ ในยุคหลังจากปรับปรุงตึกแล้ว เนื่องจากห้องทำงานของพวกเราทะลุถึงกัน เรื่องแรกที่คุยกันจำได้ว่าเป็นเรื่อง “หุ่น” เพราะมีการลองกระโปรงและเราสองคนหุ่นเดียวกัน แต่ปัจจุบันดิฉันพัฒนาการไปไกลมากจนกูไม่กลับ ขนาดที่พี่จิยังคงเดิม จากนั้นก้อจะเป็นเรื่องสุขภาพ อาหารและการดูแลร่างกาย พี่จิเป็นคนมีวินัยในเรื่องสุขภาพ แนะนำหลายอย่าง แต่หลายอย่างนั้นเราทำได้เสี้ยวเดียว และนอกเหนือจากความมีวินัยในเรื่องดังกล่าวแล้ว พี่จิยังเป็นคนที่เหมาะสมกับการอยู่หน้าห้อง หน้าห้องซึ่งเป็นศูนย์รวมของเอกสารนานาชนิด ความมีวินัยคือการไม่นำไปพูดต่อ ซึ่งเป็นคุณสมบัติข้อแรกๆ ของคนที่ทำงานหน้าห้องที่จำเป็นต้องมี
พี่หน่อย เป็นพี่ที่ทำให้เรารู้จักคอมพิวเตอร์ เพราะเราต้องไป key รายชื่อวารสารทั้งภาษาไทนและภาษาอังกฤษ รวมทั้ง holding ที่มีและไม่มีในห้องสมุด เมื่อครั้งเข้ามาทำงานในปี 2530 ครั้งนั้นตอ้งไปทำงานที่คณะวิทยาศาสตร์ จากนักศึกษาที่จบใหม่ เรียนคอมพิวเตอร์มาแค่ 3 หน่วยกิต ที่ต้องมาเรียนรู้การใช้คำสั่งบนดอสเพื่อให้เข้าระบบไปทำงาน save ข้อมูล และออกจากข้อมูล เป็นงานครั้งแรกและก้อเป็นงานครั้งแรกที่ผิดอย่างมหันต์ด้วยความที่ไม่ทำตามขั้นตอนจึงทำให้ข้อมูลที่ทำไว้หายไปกับปุ่ม enter จนทำให้ตาเหลือกว่าจะทำอย่างไรดี เพระาเป็นงานเร่งด่วน พี่หน่อยแนะนำให้ไปบอก “หัวหน้า” เมื่อไปบอกคำสั่งคือไปทำมาใหม่ทั้งหมด และเราก็นั่งทำและทำจนเสร็จสิ้นแบบไม่ปริปากกล่าวโทษโน้นนี้ ภายหลังงานเสร็จ “หัวหน้า” มาบอกว่าเราได้รับคุณสมบัติขงพี่หน่อยมาแบบไม่รู้ตัวคือความอดทนในการทำงาน ขอให้รักษาสิ่งนี้ไว้ … ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง แต่สำหรับพี่หน่อยแล้ว ในวันนี้ซึ่งเป็นวันท้ายๆของเดือนกันยายนแบบนี้คือ ห้อยังเห็นภาพพี่หน่อยยังก้มหน้าก้มตา ทำงานแบบคร่ำเคร่งอยู่ที่หน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์เหมือนเช่นทุกๆ วัน … คำถามที่มีให้กับตัวเองคือในอนาคตหากเป็นเรา เราจะเป็นอย่างไร
พี่เพชร เป็นชายหนุ่มคนดียวที่เลือกเส้นทางนี้ เป็นหมอยาไทย ที่ชอบมักแซวแรงๆว่าไปค้ายา พี่เพชรได้ยินจะยิ้มเห็นฟันขาวและหัวเราะหึ หึ จากไป พี่เพชรเป็นหนึ่งในหนุ่มในฝ่ายบริการ ที่เราตั้งสมญาว่าเจ้าความคิด คิดแบบเงียบๆ แต่หากไปถามว่าทำไมถึงคิดแบบนี้จะอธิบายได้ยืดยาวมาก พี่เพชรเคยมาสนทนากับเราถึงความเป็นหัวหน้าคนว่าในมุมมองของพี่มีว่าอย่างไร ถามว่าดีไหม ดีนะ บางทีการอ่านหรือฟังนักวิชาการมากๆ ยังไม่ทะลุทะลวงเท่าคนที่มีความจริงใจกับเรา พูดย่นย่อสรุปให้เราฟังแบบจริงใจ .. ภายหลังพี่เพชรย้ายไปฝ่ายบริการ และเป็นช่วงหลังๆ ที่สุขภาพจะไม่ค่อยดี บางทีเห็นปีนป่าย ก้มๆ เงยๆ อดเป็นห่วงไม่ได้ และเป็นพี่ที่เราได้มีโอกาสสวัสดีแทบบทุกเช้าก่อนเข้าทำงาน ถามว่าสิ่งที่ฝังใจและเราได้มาแบบไม่น่าเชื่อคือ พี่เพชรมาสอนเราเรื่องการรีดผ้าว่าควรรีดอย่างไรให้ดูเรียบและเนี้ยบ ไม่ยับย่นแม้กระทั่งจุดเล็กๆน้อยๆ อย่างขอบปก ยังเคยเล่าเรื่องนี้ให้ลูกฟังเมื่อคราต้องสอนให้ลูกรีดผ้า บอกว่าลุงเพชรสอนมา …
พี่ดวง น่าจะเป็นพี่ที่ถือว่าสนิทที่สุด เพราะถึงขั้นไปนอนที่บ้านที่เชียงใหม่ และนัดกันว่าหลังจากนี้จะขึ้นไปเชียงดาวด้วยกัน พี่ดวงสมัยสาวๆ เป็นพี่ที่ไฉไลคนหนึ่ง มักมีเกร็ดของชีวิตมาเล่าให้เราฟังตลอดเวลา … ตอนไปค้นรูปสิ่งที่พบคือพี่ดวงไม่เคยหยุดนิ่ง ทำโน่นทีนี่ตลอดเวลา เคยถามพี่ดวงว่าทำไมผอม พี่ดวงบอกว่าอยู่บ้านก็ไม่ได้หยุด ในขณะที่เราชอบอยู่เฉยๆ สรีระเลยตรงข้ามกัน … ตอนช่วงยู่ 24 ชั่วโมง พี่ตาเล่าว่ามาอยู่เป็นเพื่อนพี่ดวง แต่หาได้นอนหลับไม่ เพราะพี่ดวงทำโน่นทำนี่ตลอดเวลา ประทับปั้งๆ เข็นรถ …. เมื่อนั่งดูรูปทำให้เราเผลอยิ้มออกมาแบบไม่รู้ตัว … พี่ดวงสอนให้เราเป็นคนที่หนักเอาเบาสู้ทำได้ทุกอย่าง ไม่อยู่นิ่ง ขยันและรับผิดชอบ และที่สำคัญคือสอนให้เรารักเด็กมากขึ้นกว่าเดิม
ความจริงเรื่องราวของพี่ๆ มีมากมายที่เราประทับใจ อยากขอบคุณพี่ๆ ที่ให้เราได้มีโอกาสเรียนรู้จากความเป็นตัวตนของพี่ๆ ขอบคุณที่อุ้มชู ดูแลน้องๆ ทุกคน ตั้งแต่ที่ก้าวมาทำงานที่นี่ และจนถึงวันที่พี่ก้าวออกไป …
ขอบคุณและขอบคุณ
คงไม่มีคำอธิบายใดๆ ที่สามารถบอกและอธิบายทุกอย่างว่าได้ว่าทำไมเราจุงผูกพันกัน