หลังจากที่พี่ตาไปไหว้พระวัดขุนอินทประมูลแล้ว เดินทางต่อไปไหว้พระที่วัดเกษไชโย เมื่อขับรถเข้าไปในบริเวณวัด มีรถยนต์เข้ามาจอดเป็นจำนวนมาก และมีผู้คนมาไหว้พระที่วัดเกษไขโยมาก วัดนี้อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศร่มรื่นดีมาก
วัดไชโยวรวิหาร อยู่บนเส้นทางสายอ่างทอง สิงห์บุรี ห่างจากอำเภอเมืองอ่างทองประมาณ 18 กิโลเมตร เป็นวัดพระอารามหลวงชั้นโท เดิมเป็นวัดราษฎร์โบราณ สร้างมาตั้งแต่เมื่อใดไม่ปรากฎ มีความสำคัญในสัยรัชกาลที่ 4 เมื่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) แห่งวัดระฆังโฆสิตาราม ธนบุรี ได้สร้างพระพุทธรูปปางสมาธิองค์ใหญ่เป็นปูนขาวไม่ปิดทองไว้กลางแจ้ง ณ วัดแห่งนี้ ถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ได้เสด็จฯ มานมัสการ และโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์วัดไชโย ในปี พ.ศ. 2430
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เจ้าพระยารัตนบดินทร์ (บุญรอด) สมุหนายก เป็นแม่กองปฏิสังขรณ์ทั้งหมด พ.ศ. 2430-2437 การกระทุ้งฐานรากเพื่อสร้างโบสถ์และวิหาร ทำให้พระพุทธรูปองค์โตพังทลายลงอีก หลังจากนั้นได้โปรดเกล้าฯ ให้พระองค์เจ้าประดิษฐ์วรการ ช่างปั้นพระพุทธรูปฝีพระหัตถ์ยอดเยี่ยมมาช่วยสร้างพระพุทธรูปขึ้นใหม่ สถปนาวัดไขโยให้เป็นพระอารามหลวงชื่อ “วัดไชโยวรวิหาร” และพระราชทานนามพระพุทธรูปว่า “พระมหาพุทธพิมพ์” อย่างไรก็ตาม คนทั่วไปยังคงเรียกว่า “วัดเกษไขโย”
ลูกสาวบอกว่าแม่ หนูเหนือยแล้ว ขอนั่งพักก่อน ที่บริเวณด้านหน้าพระวิหารฝั่งริมแม่น้ำ
ต้นสาละภายในบริเวณวัด มีหลายต้น กำลังออกดอก สวยงาม

เข้าไปไหว้พระ ในโบถส์

ปิดทองรูปหล่อพระพุทธรูปปางสมาธิ และสมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
พี่ตา่ขอบคุณมากสำหรับรูป และข้อมูลถ่ายได้ดีมาก Imageได้ ไม่มีโอกาสได้ไป ขอน้อมระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้าด้วยค่ะสาธุ พี่ตาจดลงสมุดไว้ด้วยนะ ว่าไปมากี่วัดแล้ว บุญทั้งนั้น ให้เราระลึกถึง เป็นอาจินณกรรม ระลึกถึงกรรมที่เป็นกุศลอยู่บ่อยๆ พระพุทธรูปแต่ละองค์ งดงามตามยุคสมัยของช่าง เป็นบุญของเราแท้ๆ หลวงปู่โตจำได้เหมือนวัดระฆังโฆสิตาราม