ชวนอ่านหนังสือ: สัตตสิกขาทัศน์ เจ็ดมุมมองการศึกษาใหม่และการเรียนการสอนนอกกรอบ 7ประการ (ตอนที่ 2)

ทัศน์ที่ 2 เขียนโดย  ศักดา สกนธวัฒน์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญ  เขียนว่า คนในอนาคต จะมีลักษณะ 7 ประการ คือ

1. อายุวัฒนะ  เนื่องจากคนรู้จักดูแลรักษาสุขภาพ การแพทย์ดี มีเทคโนโลยีล้ำยุค ทำให้คนอายุยืนมากขึ้น
2. จักษุสั้น  เกิดจากการนั่งทำงานอยู่กับคอมพิวเตอร์นาน
3. หวาดหวั่นความแก่  เห็นได้จากการมีคลินิกศัลยกรรมด้านความงามเกิดขึ้นมาก มีความนิยมกินอาหารเสริมสุขภาพให้ผิวพรรณ หน้าตาอ่อนกว่าวัย
4. เหลียวแลธรรมชาติ  จากการเกิดภัยธรรมชาติขึ้นมากมายทำให้คนเริ่มให้ความสนใจกับการอยู่กับธรรมชาติให้กลมกลืนมากขึ้น
5.เปรื่องปราดเทคโนโลยี  ผลก็คือคนอนาคตชอบอยู่กับโลกเสมือนจริง ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ในโลกไซเบอร์ ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุย การซืิอสินค้า การทำงาน คนอนาคตจะอยู่กับเทคโนโลยีมากกว่าครึ่งหนึงของการใช้ชีวิตตั้งแต่เช้าจรดเย็น
6. มีค่านิยมหลากหลาย เนื่องจากกระแสโลกาภิวัฒน์ ทำให้เกิดการหลั่งไหลของวัฒนธรรม  คนอนาคตสามารถรับเอาวัฒนธรรมของชาติต่างๆ มาใช้ร่วมกันได้ ผลคือคนอนาคตจะอยู่ในสังคมที่ไม่ความจริงเดียว ไม่มีความเชื่อเดียว
7.อยู่ได้ด้วยตนเอง คนอนาคตสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองมากขึ้น โดยผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ผลที่ตามมาคือ คนอนาคตไม่สนใจความรู้สึกของบุคคลอื่น บูชาวัตถุนิยม มากกว่าที่จะเคารพและศรัทธาในตัวบุคคล มีจิตใจอ่อนโยนน้อยลง มีความเป็นปัจเจกขนสูง ทำทุกอย่างเพือประโยชน์ของตนเองเป็นหลัก

ทัศน์ที่ 3 เขียนโดย ภารุจีร์ เจริญเผ่า  ที่ปรึกษาโรงเรียนอัสสัมชัญ   เป็นเรื่อง เด็ก 7 แบบในยุคคอนเนกต์เจเนอเรชั่น

แบบที่ 1  : การที่เด็กในยุคปัจจุบันใช้อินเตอร์เน็ตในการสื่อสารทุกรูปแบบในชีวิตประจำวัน  ผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเด็กจะเป็นโรค Webaholic หรือโรคติดอินเตอร์เน็ต
แบบที่ 2: การเขียนและการใช้ภาษาผิดเพี้ยน
แบบที่ 3 : ห้องเรียนพลิกโฉมสู่ศตวรรษที่ 21 เป็นการเรียนการสอนยุคดิจิตอล การเรียนของเด็กต้องเปิดสู่โลกกว้าง สามารถแข่งขันได้
แบบที่ 4: หนังสือที่ใช้จากกระดาษสู่หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
แบบที่ 5: เลือกทานอาหารตามแฟชั่น
แบบที่ 6 : ต้องการเรียนรู้เรื่องเพศด้วยตนเอง และเมื่อมีอินเตอร์เน็ต เด็กก็จะสามารถหาดูเองได้ โดยแทบจะไม่สามารถควบคุมได้
แบบที่ 7 : มีอาชีพที่ใฝ่ฝัน

ทัศน์ที่ 4 : 7 Cs ของครูไทยในอนาคต หรือ seven core competencies ของครูไทย ได้แก่

1. มีทักษะในการคิดวิเคราะห์
2. ผู้สร้างสรรค์และสร้างให้เด็กสร้างสรรค์
3. มีทักษะในการเชื่อมโยง
4. มีทักษะในการร่วมมือ
5.มีทักษะในการสื่อสาร
6. มีความคิดสร้างสรรค์
7.มีความรักความห่วงใย
ครูในอนาคตจะเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ รับบทบาทเป็นผู้จัดระบบการเรียนการสอน  เป็นผู้จัดบรรยากาศหรือสภาพแวดล้อมของการเรียนรู้ เป็นผู้ชีนำหรือแนะแนวทาง ให้ผู้เรียนได้ค้นคว้าหาความรู้โดยการสังเกต การสำรวจ การทดลอง  เป็นผู้สังเกตพฤติกรรมของนักเรียน เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้อย่างราบรื่น เป็นผู้เสริมแรง ให้ผู้เรียนเกิดความมั่นใจในการพัฒนาตนเอง  เป็นผู้ตั้งคำถามกระตุ้นให้ผู้เรียนคิด และเป็นผู้ให้ข้อมูลย้อนกลับ และส่งเสริมการเรียนรู้

ทัศน์ที่ 5 : 7 อุดมคติในการเรียนรู้ เขียนโดย วัสสิกา ธุมาคม อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ ม.ปทุมธานี  สรุปได้ว่า

1. การเรียนรู้ที่พัฒนากระบวนการคิด
2. การเรียนรู้ที่ช่วยให้สามารถพัฒนาผลงานจากความคิดของตนได้
3. การเรียนรู้เพื่อสร้างแรงจูงใจเชิงรุก
4. การเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพ
5.การเรียนรู้เพื่อสร้างคุณธรรม
6. การเรียนรู้เพื่อสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
7. การเรียนรู้ที่จะดำรงชีวิตอย่างมีความสุขในโลกที่มีความแตกต่างหลากหลาย
ซึ่งลักษณะการเรียนรู้ทั้ง 7 ประการสามารถสร้างและพัฒนาได้ด้วยการบริหารจัดการการศึกษายุคใหม่

ทัศน์ที่ 6 : 7 รูปแบบสถานศึกษาในอนาคต  ควรมีลักษณะดังนี้

1. สถานศึกษาเฉพาะสาขาวิชา
2. สถานศึกษาทางเลือก
3. สถานศึกษาสถานที่สำคัญ
4. สถานศึกษาแบบเสมือน
5.สถานศึกษาจากสถานการณ์จริง
6.สถานศึกษาโดยครอบครัว
7.การเรียนรู้ด้วยตนเอง

ทัศน์ที่ 7 : ผู้บริหารในโลกอนาคต : คุณลักษณะผู้นำแห่งชัยชนะ 7 ประการ

1. มีวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่และกว้างไกล ไม่นึกแต่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องคาดการณ์ในอนาคตด้วยบนฐานของความเป็นจริงในปัจจบันผนวกกับความเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน
2.ยึดหลักธรรม ซื่อสัตย์ มั่นคง ไม่แบ่งแยก  ผู้บริหารต้องมีคุณธรรม มีจริยธรรมในการบริหารจัดการ ต้องมีความสำนึกในเรื่องความถูกต้อง ไม่ใช่จัดการเพื่อให้ตนเองอยู่รอดจากอิทธิพลแรงกดดัน แต่ต้องมีความกล้าหาญ กล้าเสี่ยงในการตัดสินใจ กล้าเลือกบนพื้นฐานของเหตุผลและความถูกต้อง เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดี
3.สนใจและส่งเสริมการสื่อสาร เจรจา แสวงหาคำตอบ ผู้บริหารต้องมีความสามารถในการสือสารอย่างมีประสิทธิภาพ มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี สามารถสื่อสารเพื่อป้องกันความขัดแย้ง มีทักษะในการเจรจาเพื่อลดความขัดแย้งที่อาจเกิดจากความต่างทางความคิด วัฒนธรรม
4. สามารถใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีที่ทันสมัย
5. มีความรอบรู้ นอกจากต้องรอบรู้ในเรื่องสังคม เศรษฐกิจ การเมืองแล้ว ผู้นำยังต้องมีหลักความรู้เป็นผู้นำทางวิชาการ สามารถให้ข้อมูลแก่ผู้อื่นในเชิงวิชาการได้
6. ส่งเสริมเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีสิ่งใหม่ๆ ที่ดีกว่าเดิม ผู้บริหารต้องมีความคิดสร้างสรรค์ ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์และปรับปรุงกระบวนการในการทำงานเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่
7. สร้างผลลัพธ์ที่เป็นเลิศ ผู้บริหารต้องมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศ โดยใช้แนวทางกลยุทธ์การบริหารจัดการ
….จบซะที หนังสือสัตตสิกขาทัศน์ เล่มนี้มีแต่เนื้อ แต่ไม่อยากให้ยาวเกิน 2 ตอน จึงทำให้ต้องพยายามตัดตอนให้สั้น หนังสือแบบนี้ดูชื่อเรื่องแล้ว อาจไม่น่าสนใจ หากไม่ใช่นักศึกษาที่กำลังหาเรื่องเกี่ยวกับทฤษฎีทางการศึกษาอ่านแล้ว อาจจะไม่มีใครคิดหยิบ แต่ตัวเองชอบหนังสือที่มีชื่อสะดุดตา อย่างเล่มนี้..พออ่านแล้ว ก็อินไปกับเรื่องได้ง่าย ในเล่มนี้ที่อินก็จะเป็นในส่วนบทนำที่ ศ.ดร.ไพฑูรย์กล่าวถึงสภาพปัจจุบันของเด็กนักเรียน ที่ตัวเองเห็นจริงกับลูก และอีกส่วนคือทัศน์ที่ 3 เด็ก7 แบบ เพราะเห็นเป็นจริงกับเด็กรุ่นโตระดับมหาวิทยาลัย เป็นเช่นนั้นทุกข้อ ส่วนทัศน์สุดท้ายสำหรับผู้บริหารก็อยากให้เป็นปัจจุบันและตลอดไปมากกว่า ไม่อยากให้เป็นสำหรับผู้บริหารในอนาคตหรือในอุดมคติเลย



One thought on “ชวนอ่านหนังสือ: สัตตสิกขาทัศน์ เจ็ดมุมมองการศึกษาใหม่และการเรียนการสอนนอกกรอบ 7ประการ (ตอนที่ 2)

  1. พี่พัช ปลูกพริก ต้องได้กินพริกค่ะ

Leave a Reply