ผู้แต่ง : ไพฑูรย์ สินลารัตน์ และคณะ
ชื่อเรื่อง : สัตตสิกขาทัศน์ เจ็ดมุมมองการศึกษาใหม่และการเรียนการสอนนอกกรอบ 7 ประการ
เลขเรียกหนังสือ : LA1221 ส613
ศาสตราจารย์ ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ ถือได้ว่าเป็นบุคคลสำคัญในวงการศึกษาของไทย ที่ความคิดเห็นหรือคำพูดของท่านมักจะถูกใช้เป็นแหล่งอ้างอิงได้เสมอ ในระบบการศึกษาของไทย ศ.ดร.ไพฑูรย์ กล่าวว่า รูปแบบของการศึกษาไม่ว่าในระดับพื้นฐานหรือระดับมหาวิทยาลัยเป็นแนวคิดของทางยุโรปที่เป็นแบบ Factory Model คือเป็นสินค้ารูปแบบเดียว และโดยสังคมแวดล้อมและข้อจำกัดหลายประการทำให้ระบบการศึกษาของไทยในปัจจุบัน กลายเป็นแบบ
1. เรียนแต่ทฤษฎีด้วยการท่องจำเป็นหลัก
2. เรียนแยกส่วนความรู้ และจากครูเท่านั้น ยิ่งเรียนยิ่งไม่รู้จักตัวเอง
3. การเรียนในมหาวิทยาลัยเป็นแบบ ระบบขนส่งทางวิชาการ เป็นความรู้ของฝรั่งที่ส่งผ่านมาด้วยผู้เชี่ยวชาญ ด้วยนักเรียนนอก ด้วยตำราต่างประเทศ จึงทำให้ความรู้ไม่สามารถนำไปปฏิบัติใช้ได้เหมาะสมกับสังคมไทย
4. เป็นการศึกษา “ระบบคิดออก” นำมาซึ่งระบบการแข่งขันกันอย่างไม่ลืมหูลืมตา ทำให้ค่านิยมที่ทำเพื่อตนเองของเด็กชัดเจนยิ่งขึ้น
ศ.ดร.ไพฑูรย์ บอกว่า การเรียนการสอนในปัจจุบัน ควรจะเป็นแบบนี้
1. การเรียนรู้เชิงชุมชน เป็นการเรียนการสอนที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากชุมชนทั้งของไทยเองและของต่างประเทศ
2. การเรียนรู้จากชีวิตจริง จากการปฏิบัติของตนเองหรือจากผู้อื่น
3. สอนให้เรียนรู้วิธีการหาความรู้ ฝึกหรือสอนให้หาความรู้ด้วยตนเอง เช่น การสอนให้ทำโครงการ การสอนให้ทำวิจัย ให้ไปเรียนรู้จากชุมชน
4. สอนให้เด็กเห็นคุณค่าของการรับใช้สังคมในลักษณะของ Service Education
ส่วนการเรียนการสอนนอกกรอบ 7 ประการ ที่ ศ.ดร.ไพฑูรย์ เกริ่นนำไว้ ได้แก่
1. 7 Ms ของโลกยุคใหม่
2. 7 ลักษณะของคนอนาคต
3. เด็ก 7 แบบในยุคคอนเนกต์เจเนอเรชั่น
4. 7 Cs ของครูไทยในอนาคต
5. 7 อุดมคติในการเรียนรู้
6. 7 รูปแบบสถานศึกษาในอนาคต
7. ผู้บริหารในโลกอนาคต : คุณลักษณะผู้นำแห่งชัยชนะ 7 ประการ
สรุปแต่ละทัศน์ ได้ว่า
7 Ms ของโลกยุคใหม่… เนื่องจากการจัดการศึกษาแบบแยกส่วนทำให้เด็กไม่สมบูรณ์พร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ เด็กที่มีความสามารถทางวิชาการสามารถทำร้ายตัวเองถึงชีวิตได้เมื่อผิดหวังจากการสอบ หรือเด็กที่มีจิตสาธารณะทำกิจกรรมเพื่อสังคม ไม่สามารถผ่านการสอบแข่งขันเพื่อเข้าเรียนในสถาบันที่ต้องการได้ ซึ่งเหตุที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบนี้คือ
1.) Movable Life > ชีวิตแปรเปลี่ยน > เนื่องจากโลกเปลี่ยนแปลงจากภัยธรรมชาติ การขยายตัวของประชากรโลก การแก่งแย่งกันในสังคม ทำให้มนุษย์ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงเพื่อสามารถดำรงชีวิตอยู่ให้ได้
2.) Man Concerned > ผลย้อนกลับต่อมนุษย์> เมื่อมนุษย์ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกมากขึ้น ทำให้เมื่อจะทำอะไร ต้องเริ่มคำนึงถึงผลกระทบที่ตนเองจะได้รับมากขึ้น คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
3.) Multidisciplinary Workers > แรงงานผู้รอบรู้ > เดิมสังคมต้องการแรงงานที่่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน แต่ในอนาคตสังคมจะต้องการแรงงานที่มีความรอบรู้หลากหลายและสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ต่างๆ ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและธุรกิจโดยภาพรวม
4.) Multi Culture > วัฒนธรรมผสมผสาน > เดิมแต่ละประเทศมีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ในอนาคตด้วยสังคมโลกที่เปิดกว้างขึ้น จะต้องมีการเรียนรู้ เผยแพร่ ลอกเลียนแบบและทำตามวัฒนธรรมที่คนในสังคมอื่น ๆ ชอบ ซึ่งเราจะต้องเปิดใจและมีความยืดหยุ่นมากพอที่จะรองรับวัฒนธรรมที่แปลกใหม่เหล่านี้
5.) Micro World > โลกใบเล็ก> ที่เกิดจากการรวมกลุ่มของคนที่มีความชอบเหมือนกัน ศรัทธาในสิ่งเดียวกัน เกิดความสามัคคีจนเกิดโลกเสมือนใบเล็กซ้อนกับโลกปัจจุบัน และถ้าขาดการเชื่อมโยงโลกใบเล็กแต่ละใบเข้าด้วยกัน ความขัดแย้งก็จะเกิดขึ้นมากในอนาคต
6.) Morality Hunter > ศีลธรรมสาบสูญ> เมื่อโลกเรียกร้องความเป็นวัตถุที่จับต้องได้ คนจึงเริ่มไม่เชื่อในการทำดี เพราะการทำดีบางครั้งไม่ได้ผลตอบแทนอะไรทางวัตถุ คนไม่รู้จักความสุขที่เกิดขึ้นทางใจ ในอนาคตเมื่อต้องสอนให้เด็กรู้จัก ความดี คุณธรรม จริยธรรม อาจต้องเริ่มต้นจากพจนานุกรม ผู้สอนอธิบายไปตามความเข้าใจและประสบการณ์ ซึ่งเด็กก็อาจจะยังไม่เข้าใจอยู่ดี
7.) Mega Media >อิทธิพลสื่อ > สื่อกลายเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง มีอิทธิพล บอกความจริงก็ได้ บิดเบือนข้อเท็จจริง นำเสนอแนวคิดก็ได้ สื่อสามารถสร้างเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้
ดังนั้น สมศ. จึงตั้งเป้าหมายในการปฏิรูปการศึกษา โดยมุ่งให้คนไทยยุคใหม่ สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง รักการอ่าน มีนิสัยใฝ่เรียนรู้ตลอดชีวิต มีความสามารถในการสื่อสาร สามารถคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา สร้างสรรค์ มีจิตสาธารณะ มีระเบียบวินัย เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม สามารถทำงานเป็นกลุ่ม มีศึลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข สามารถก้าวทันโลก..
และดังนั้นเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมาย…การบริหารการศึกษาอย่างบุูรณาการจึงมีความสำคัญ ตั้งแต่การสร้างหลักสูตร รูปแบบการเรียนการสอน การสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ สื่อสารสนเทศ บุคลากรครู และเจ้าหน้าทีที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการบริหารจัดการสถานศึกษา
ในทัศน์แรกนี้ ลองคิดตามดูทั้ง 7 Ms ก็เห็นจริงว่า แนวโน้มสังคมโลกคงเป็นไปตามนั้น การสื่อสารอินเตอร์เน็ตที่ไม่สามารถปิดกั้นได้ ทำให้เกิดการผสมผสาน เลียนแบบวัฒนธรรม เกิดโลกใบเล็กๆ ของกลุ่มคนที่ชอบเหมือนกัน (เช่น กลุ่มคนบน facebook หรือ กลุ่มคนที่พบกันโดยบังเอิญบนอินเตอร์เน็ต แล้วรวมกลุ่มกันได้ มีการนัดกันไปก่อความวุ่นวาย หรือทำกิจกรรมตามที่กลุ่มชอบ) มีการหลอกลวงกันโดยไม่คำนึงถึงศีลธรรม
ในแง่มุมของการศึกษา ก็ยิ่งเห็นได้ง่ายว่า การเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก และมนุษย์ และเทคโนโลยีการสื่อสาร ก่อให้เกิดทั้งการสร้างสรรค์ความรู้ใหม่ การต่อยอดการศึกษา การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ไปจนถึงการละเมิดลิขสิทธิ์ ทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อก่อประโยชน์ส่วนตน แบบไม่เคยรู้จักคำว่าคุณธรรมและจริยธรรม ซึ่งสอนกันไม่ได้
นี่เพิ่งทัศน์ที่ 1 อีก 6 ทัศน์ จะทยอยสรุปให้อ่านอีกค่ะ
มาขยายความชื่อเรื่องเผื่ออาจมีบางท่านไม่ทราบ สัต สัตตะ แปลว่า เจ็ด …. ตรงกันหน้าร้านคุณปู่แถวบ้านพี่มีป้ายบอกว่า สัตตคาม ลูกเคยถามความหมาย บอกลูกว่าสงสัยเค้าอาจมีบ้าน7หลัง
ส่วน สต หรือ สตะ แปลว่า ร้อย แต่เรามักคุ้นกับ ศต หรือ ศตะ มากกว่า เช่นคำว่า ศตวรรษ
ชอบพี่พัชเล่าเรื่องหนังสือที่อ่านเช่นเคยค่ะ
ขอบคุณค่า..ที่ชอบ ที่จริงอยากให้มีเพื่อนคนอื่นๆ ช่วยอ่านบ้างจะได้หลายแนว ไม่เป็นวิชาการจนเกินไป (ตัวเองอ่านแต่วิชาการ)
พี่พัชดีแล้วอ่านอะไรมา มาสรุปให้ฟัง คนอื่นก็จะได้รู้ด้วยค่ะ หลักของ ศ.ดร.ไพฑูรย์ ดีแล้ว แต่การศึกษาบ้านเราไม่เข็มแข็ง แม้ัตัวท่านเองยังเคยพูดเลยว่า ผู้ที่เรียนจบ ปริญญาเอก ยังไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ตามเกณฑ์ คือมีน้อยมาก ที่ได้เกณฑ์ ไม่เหมือนประเทศเวียดนาม นักเรียนเรียนกันอย่างเข้มแข็งเพราะรัฐบาลสอนให้รักชาติ มุ่งมั่นในการศึกษา และก็มีสาขาวิชาเฉพาะที่ผู้เรียน เลือกเรียนได้อย่างสบาย เป็นประเทศที่พอเพียงในทรัพยากรของตน การศึกษาเด็กๆ เรียนทุกวัน เหมือนกับเป็นกฏเหล็ก พอดีหนูพูดภาษาเวียดนามไม่ได้ เลยไม่ได้ถามแม่บ้าน