นักปั้น…คนสุดท้าย แห่งงิ้วราย

ได้มีโอกาสไปเก็บข้อมูลตลาดเก่าแถวๆนครชัยศรี จึงแวะไปเยี่ยมชมเครื่องปั้นดินเผาบ้านโรงหวด ม.2 ต. งิ้วรายที่ขึ้นชื่อ ได้พบกับป้าอ่อน ผู้ซึ่งมีฝีมือและเป็นนักปั้นยุคสุดท้ายและบ้านเดียวแห่ง ต.งิ้วราย หลังจากทำความรู้จักกับป้าเรียบร้อยแล้ว ป้าอ่อนไม่ทำให้เราเสียเวลาในการรอชมเลย นำดินที่เตรียมไว้มาสาธิตการขึ้นรูปเครื่องปั้นดินเผาพร้อมกับเล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนบริเวณนี้ทำนาเป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้ปั้นดินเผา จะมีก็dsc00025แต่หมู่บ้านอื่น ด้วยความผูกพันและเห็นมาตั้งแต่เด็ก ทำให้ป้าอ่อนซึมซับวิธีการทำทีละน้อย เริ่มจากการเป็นเด็กนวดดิน เพื่อให้ดินนิ่มเป็นเนื้อเดียวกัน โดยนวดให้เป็นรูปก้นหอย พอเวลาคนปั้น (สมัยก่อนส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง) หยุดปั้นเพื่อให้นมลูก ป้าอ่อนจะใช้เวลานั้นฝึกฝนค่อยๆสั่งสมเรื่อยมา จนไม่รู้ว่าเป็นเมื่อใด
การเตรียมดิน จะนำดินซึ่งมีคนนำมาขาย มาร่อนเอาเศษอิฐ หิน กรวด ไม้ ออกจากเนื้อดิน (เวลาขึ้นรูปจะได้ผิวที่เรียบและป้องกันเศษอิฐบาดมือ) จากนั้นนำไปแช่ในอ่างซีเมนต์ให้ดินนิ่ม เมื่อดินนิ่มแล้วจึงนำไปเทในบล็อกปูนพลาสเตอร์เพื่อให้ปูนดูดซับน้ำแทนการตากแดด เมื่อดินหมาดแล้วจึงแกะจากบล็อกนำไปใส่ถุงรอการปั้น
สมัยก่อนdsc000361แท่นที่ใช้ปั้นจะเป็นแท่นปูนใช้เท้าถีบเพื่อให้แท่นหมุน เมื่อแท่นหมุนแล้วก็ต้องรีบมาปั้นพอใกล้จะหยุดก็กลับไปถีบใหม่ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าจะได้สักใบ  จากนั้นเริ่มมีการใช้แท่นไฟฟ้าที่มีมอเตอร์เป็นตัวขับเคลื่อน ทำให้ปั้นได้มากขึ้น  แบบที่ปั้นก็จะเป็นกระถางใส่กุหลาบใบเล็กๆที่นิยมมากในช่วงหนึ่ง ป้าอ่อนจะปั้นได้ วันละ 50-100 ใบ แต่พอกระถางพลาสติกเริ่มเข้ามาตีตลาด ทำให้ความนิยมกระถางดินเผาเริ่มลดน้อยลงไป จึงหันมาปรับเลี่ยนแบบเป็นกระถางประดับ หม้อดินของเด็กเล่น ภาชนะใส่ขนมปลากริม เป็นต้น ลวดลายของดินเผา มีทั้งแบบที่ป้าคิดลวดลายเองและแบบที่ร้านค้ามาสั่ง ซึ่งส่วนใหญ่ลูกค้าที่มาสั่งให้เหตุผลว่าการปั้นเองเช่นนี้จะได้ความสุนทรีย์ทางศิลปะมากกว่า
ขั้นตอนการเผา นำเครื่องปั้นมาเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆใส่ในเตา ใช้ทางมะพร้าวผสมกะลามะพร้าวเป็นเชื้อเพลิงในกdsc00031ารเผา เพราะให้สีที่สวยกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่น ใส่ทีละน้อยเพื่อให้เครื่องปั้นดินเผาได้รับความร้อนที่พอดี ถ้าใส่แรงไปจะทำให้เครื่องปั้นดินเผาแตกและไม่สามารถนำกลับมาใช้หรือหล่อได้อีก
หลังจากที่ประสบปัญหาน้ำท่วมปีที่แล้ว ทำให้ป้าอ่อนต้องหยุดปั้น เพราะระดับน้ำที่สูงมากไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ ทำให้การปั้นหยุดชะงักไป กอปรกับต้องก่อเตาเผาใหม่ (พี่ชายของป้าอ่อนก่อเอง) ซึ่งถ้าน้ำท่วมในครั้งหน้า ก็ไม่รู้ว่าจะมีเครื่องปั้นดินเผาจากโรงหวด ชุมชนงิ้วรายออกสู่สายตาให้คนทั่วไปได้ชมอีกหรือไม่ ด้วยค่าวัสดุต่างๆที่แพงขึ้น และที่สำคัญขาดคนที่จะมาสานต่อให้เครื่องปั้นดินเผาคงอยู่ต่อไป

2 thoughts on “นักปั้น…คนสุดท้าย แห่งงิ้วราย

  1. สงสัยเรื่องนี้จะสำเร็จก่อนเรื่องที่ตั้งใจ ไว้พวกเราไปเยี่ยมป้ากันอีกดีกว่า ขอบคุณนะหนูเขียดที่เพียรพยายามเขียน เอาใจช่วย

  2. ดีใจนะที่ได้ “พบกับป้าอ่อน
    ผู้ซึ่งมีฝีมือและเป็นนักปั้นยุคสุดท้ายและบ้านเดียวแห่ง ต.งิ้วราย”
    ผ่านฝีมือการร่ายเวทของหนูเขียด หมั่นฝึกหมั่นทำจ้ะ อีหนู
    ทำบ่อยๆ อีกหน่อยจะได้เป็น “เวทคู”
    คำท้ายนี้อ่านแลแปลว่ากะไร ลองไปหาความหมายดู
    ทำบ่อยๆๆๆๆ คำนี้จะสัมฤทธิผลแล ^___^

Leave a Reply