บันทึก(ลับ)ข้างหอ………….2
ป้าจัน……ป้าจัน…………..ได้ยินเสียงคนจากข้างในหอสมุดฯ เรียกป้าคนหนึ่งที่นั่งขุดดิน ตัดแต่งต้นไม้อยู่ที่บริเวณแถวๆนี้ ทุกวันจะเห็นป้าแกยืนรดน้ำรดไม้บ้าง ขุดดินบ้าง สาละวนอยู่กับต้นไม้..ดอกไม้ ไม่เห็นไปทำอย่างอื่นบ้างเลย สงสัยว่าแกจะเป็นเจ้าของหอสมุดแน่ๆ ถึงมีเวลามาตกแต่งสวนดอกไม้ของแก งานการอื่นเลยไม่ต้องไปทำ
ผมแอบมาดูป้าจันทุกวัน ป้าแกใจดีเหมือนป้าเก เอาขนมมาให้ผมกินบ่อยๆ เห็นป้าจันอุ้มเด็กอยู่คนหนึ่ง ป้าจันเรียกเจ้าหนูน้อยว่า “นน” ผมไม่รู้ว่าเป็นลูกแกรึเปล่า ไม่กล้าถาม แต่สงสัยว่าคงใช่ เพราะว่าดูหน้าตาคล้ายๆกัน (ไม่ใช่..ก็ใกล้เคียงล่ะว่ะ) ตอนเช้าๆ เย็นๆ ป้าจันจะวิ่งไล่กวดเจ้าหนูน้อยคนนี้ ป้อนข้าวป้อนขนม เสียงดุเสียงว่ากันตลอด แต่ผมก็ไม่เคยเห็นป้าจัน ตีลูกของแกเลยสักที เหตุที่ผมคอยแอบดูเจ้าหนูน้อยคนนี้ก็เพราะว่า เมื่อเจ้าหนูน้อยซื้อขนมมากิน มักกินไม่ค่อยหมด ป้าจันแกก็จะเอามาให้ผมช่วยกิน ผมไม่ได้กินของเหลือนะ เค้าเรียกแบ่งกันกิน บางวันก็แบ่งให้ผมมาก บางวันก็แบ่งให้ผมน้อย แต่บางวันเห็นแกะขนมให้ผมกินทั้งซองโดยไม่ได้แบ่งกับเจ้าหนูน้อยเลยก็มี ป้าจันแกใจดีเนอะพวกเรา
ทุกๆวัน ป้าจันจะมานั่งตัดหญ้า ตัดต้นไม้ ขุดดินของแกไปเรื่อย ผมเห็นแกทำแบบนั้น ก็อยากจะพาพวกน้องๆของผมเข้าไปช่วย อุตส่าห์ไปยืนดูใกล้ๆ แกก็ไม่เรียกให้ช่วยสักที คงจะเกรงใจรึไงก็ไม่รู้ ผมได้แต่นึกอยู่ในใจว่าคงจะต้องหาทางช่วยป้าจันแกบ้าง ดีกว่าเอาแต่วิ่งเล่นไปวันๆ
และแล้ว เวลาที่ผมรอคอยก็มาถึง…..วันนี้ยังไม่เห็นป้าจันแกมาขุดดิน เป็นโอกาสเหมาะ ผมตัดสินใจบอกพวกน้องๆให้เริ่มปฏิบัติการทันที
ขุด…….ขุด………..แล้วก็ ขุด………………
คุ้ย………..คุ้ย……..แล้วก็ คุ้ย………………ผมทำตามอย่างที่เคยเห็นป้าจันแกขุดดิน
กัด……..กัด………..แล้วก็กัด……………..ผมไม่มีมีด ไม่มีกรรไกรแบบป้าจัน ก็เลยต้องใช้ปากแทนครับ
ภารกิจเสร็จเรียบร้อย ผมบอกให้น้องๆไปล้างมือล้างปาก เตรียมรอรับคำชมเชยจากป้า ที่วันนี้พวกเราช่วยกันทำงานแทนป้าแก……….(.ผมภาคภูมิใจมากจริงๆเลยครับ )
ไอ้ตัวไหนว่ะ………อยู่ไหนว่ะ……….เดี๋ยวเถอะ.. เดี๋ยวเถอะ………….เสียงดังมาจากบริเวณที่พวกผมช่วยกันทำงานแทนป้าจันเมื่อวานนี้ ผมไม่เข้าใจลุงคนนั้นเลย (คนที่อ้วนๆแล้วก็ไว้หนวดไง) แกจะโมโหทำไมของแก แทนที่จะดีใจ ที่พวกผมช่วยทำงานแทนป้าจันตอนป้าแกไม่อยู่ ผมไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจเลยจริงๆ
ผมกับน้องๆต้องแอบ อยู่ก่อนไม่กล้าที่จะออกไป นึกว่าจะได้รับคำชม แต่ที่ไหนได้ เกือบซวยแล้วไหมล่ะ
…………. ลุงไม่เข้าใจผม……………ลุงไม่เข้าใผม……………….เฮ้อ…..ทำดีกลับไม่ได้ดี
ผมเองแหละ
😆 🙄 😛
บันทึก(ลับ)ข้างหอ…….3
พักนี้ผมสังเกตดูแม่เปลี่ยนไป จากที่เคยพูดคุย ล้อเล่นกับลูกๆ แม่มักจะใจลอย….เหม่อมองไปอย่างไร้จุดหมาย บางครั้งผมเห็นแม่แอบร้องไห้ ผมเฝ้าดูอาการของแม่มาหลายวัน
แม่ครับ….แม่ แม่กำลังกลุ้มใจเรื่องอะไรครับ พวกผมทำอะไรให้แม่ทุกข์ใจใช่ไหมครับ..
แม่จ้องหน้ามองพวกเรา สายตาดูแปลกไปจากทุกๆวัน แม่เรียกพวกเราทั้ง 8 ให้เข้ามาใกล้ๆ แล้วบอกว่าพวกลูกๆเป็นเด็กดี ไม่ได้ทำให้แม่ทุกข์อกทุกข์ใจอะไรหรอก แต่แม่มีเรื่องหนึ่งที่ไม่สบายใจ คงถึงเวลาที่ต้องบอกพวกเราแล้วล่ะ
ฟังแม่ให้ดีนะ…….แม่ได้ยินพวกเด็กนักศึกษาที่มาเล่นกับพวกลูกๆพูดกันว่า จะพาลูกๆไปอยู่ด้วย แต่แม่ไม่รู้หรอกว่าเค้าจะพาใครไปบ้าง แม่รักลูก ไม่อยากให้ใครพาลูกๆไปจากแม่ แต่แม่ก็ไม่สามารถจะเลี้ยงดูพวกเราทั้งหมดให้มีอนาคตที่ดีได้ “บ้านเรามันจนนะ..ลูก” แม่หวังว่าคนที่จะพาพวกเจ้าไป เค้าคงรักและเลี้ยงดูลูกเป็นอย่างดี เพื่ออนาคตนะลูก
พวกเราคงต้องทำใจยอมรับกับเหตุการณ์ที่จะมาถึง…………………………………
……….และแล้ววันที่พวกเราไม่อยากให้มาถึง ก็มาถึงจนได้ พวกผมทั้ง 8 บัดนี้เหลือกันเพียง 4 เท่านั้น น้องๆอีก 4 มีเด็กๆพาไปอยู่ด้วย สงสารน้องเหมือนกัน แต่ก็ต้องทำใจ ความรู้สึกของแม่คงไม่ต่างไปจากผม คงทำได้แต่ปลอบใจตัวเอง นึกถึงคำที่แม่เคยบอกว่า เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของพวกเราครับ
ตัวผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่า จะอยู่เป็นเพื่อนแม่ได้อีกนานเท่าไร สักวันคงถึงเวลาที่ผมคงต้องจากแม่ไปเหมือนกัน เมื่อถึงวันนั้นน้ำตาที่เคยเห็นออกมาจากดวงตาของแม่ มันจะไหลออกจากตาของผมบ้างหรือเปล่านะ
ผมเองแหละ
😯 😆 🙄
บันทึก(ลับ)ข้างหอ………..4
……….เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับน้องๆผ่านไปได้ไม่กี่วัน ความรู้สึกมันยากที่จะอธิบาย ผมเองได้แต่สงสารแม่ แล้วก็นึกถึงตัวเองว่า หากวันที่ผมต้องจากแม่ไปบ้าง ผมจะเป็นอย่างไร แล้ววันที่แม่ไม่มีลูกๆอยู่ด้วยล่ะแม่จะเป็นเช่นไร ไม่อยากคิด ไม่อยากนึก ค่ำคืนนี้มันช่างยาวนานเสียเหลือเกิน ผมพยายามหลับตาไม่อยากจะคิดอะไรอีกแล้ว ทุกอย่างมันคงเป็นไปตาม
กฎแห่งกรรม…………………………………………………….
ลาก่อน…….ลาก่อนครับ……………ลาก่อนครับแม่………..ผมตะโกนสุดเสียงเพื่อบอกลาแม่…. ตัวผมอยู่ในอ้อมกอดของเด็กคนหนึ่งเค้ากำลังพาผมไปจากแม่…………………
แม่ครับ…..แม่ครับดูแลตัวเองให้ดีนะครับ
แม่พยายามวิ่งตามรถ…..ได้ยินเสียงแม่ตะโกน แต่ได้ยินไม่ชัดนัก มันคงเป็นเสียงของแม่ครั้งสุดท้ายที่พยายามบอกผม……….ผมก็รักแม่เหมือนกันครับ………………………………..
ผมเองแหละ
😥 😥 😥
ความในใจของผู้เขียน….เริ่มแรกตั้งใจว่าอยากจะเล่าเรื่องราวของน้องหมาที่อาศัยอยู่ร่วมชายคากับเรา โดยอาศัยเค้าโครงที่เป็นเรื่องจริง ผ่านตัวละครของเราชาวหอฯ โดยวางเรื่องไว้ว่าจะโพสสัปดาห์ละตอน แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเร็วกว่าที่คิดไว้มาก วันที่ไปพัทยากัน ป้าเกบอกว่า น้องหมาของเราเหลือแค่สี่ตัวแล้ว หลังกลับมาจากพัทยา รีบเขียนเรื่องน้องหมาต่อ กะว่าน่าจะได้ลงต่ออีกสักสี่ห้าตอน พอวันนี้รู้ข่าวว่าน้องหมาไม่อยู่กับพวกเราแล้ว ตัดสินใจไม่ถูกเหมือนกันว่าจะเอายังไงดี แถมเหมือนตอนเย็นก่อนจะกลับบ้านป้าเก บอกทำนองว่าหมามันไม่อยู่แล้ว ยังถ่ายรูปเอาไว้อีก ไม่อยากดู ………..ทุกคนคงเดาอาการของป้าเกออกนะครับ ผมเลยตัดสินใจได้ทันทีว่าจะลงทีเดียวให้จบเลยสงสารป้าเก อ่านกันยาวหน่อยนะ………
สวัสดี………….. Mr.V
อย่างที่บอกไว้ในตอนแรกว่า น้องหมาของเราชาวหอสมุดนั้น เป็นที่สนใจของบุคคลที่รักหมาเป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่มีคลอกไหนที่อยู่ค้างเป็นแม่สายบัว แต่ก็สงสารป้าเก กับป้าพัช ที่จะเศร้าไปซักพัก แต่ไม่เป็นไรรอสักพักแล้วก็จะมีคลอกใหม่มาให้ประคบประหงมอีก
อ่าน 2 ขำก๊าก มองเห็นภาพน่ารัก ซุกซน ของเจ้าหนูชัดเจน แต่ 3 – 4 นี่ซิ ก็ชัดเจนอีก จุก คอหอยตีบในนแง่ของความพลัดพราก ระหว่างแม่ กับ ลูก และความเหงา ของ ป้าๆ น้าๆๆ ทั้งหลาย ณ หอสมุด ป้าแมวเองคิดว่า ดีแล้ว เจ้าหนูคงได้อยู่อย่างสบาย ไม่ต้องวิ่งหนีคนจับไป…ในอนาคตอันใกล้ เพราะจะเปิดเทอมแล้ว กวี เขียนอีกนะ เรื่องอะไรก็ได้ อาจอ่านแล้ว อมยิ้ม ขำก๊าก ขำกลิ้ง
ลุงวีครับ… ตอนนี้ใครๆ ก็เรียกชื่อที่ลุงวีตั้งให้ผมหมดแล้วครับ ผมไม่สับสนอีกแล้ว แต่ก็มีบางคนที่สงสัยว่าผมหน้าเหมือนใคร เหมือนแม่ เหมือนพ่อ หรือเหมือนป้าผม (ป้าผมนะชื่อจริงว่า “จอง คาน ทอง”) ผมจึงอยากเห็นหน้าพ่อผมสักครั้งหนึ่ง ลุงวีช่วยตามหาพ่อให้ผมหน่อยนะครับ แต่ลุงวีครับ ต้องตามหาแบบเงียบๆ นะครับ ห้ามบอกสื่อสารมวลชน ผมไม่อยากให้ป้าผมรู้ เดี๋ยวป้าผมจะเสียใจ (ป้าผมร้องไห้เก่ง) เพราะผมเพิ่งจะบอกป้าผมว่า ” ผมรักป้ามากที่สุดในโลก” ไปเมื่อวานนี้เองครับ
ถูกแซวเสียแล้ว comment ผิดช่องตั้งใจcomฯ เรื่องน้องหมาของลุงวีแต่เลยไปแซวของน้องปองซึ่งยังไม่เรียบร้อยต้องขอสูมาเต๊อะเจ้าๆๆๆๆ
วัยสูงอายุแล้วปล้ำๆเป๋อๆคราวหน้าจะไม่ปล่อยไก่อีกแล้วจ๊ะ
ปี้ดวงเจ้าาาา… น้องเขียนแล้วเน้อ…ไปเม้นต์ต่อได้
ผมอ่านคร่าวๆ ไม่กล้าอ่านให้เห็นภาพทั้งหมด แต่นึกถึงว่าเมื่อใดที่เราได้รวบรวมเป็น pocket book ขึ้นมาผมจะติดตามแล้วไปหาที่นอนอ่านพร้อมผ้าขาวม้าใกล้น้ำ(ตา)ตก อย่างน้อยก็เติมเต็มในส่วนที่ช่วงหนึ่งที่ผมไม่ได้ออกไปนั่งทำงานและอ่านหนังสือที่สวนเลย อยากเห็นอย่างแรง และจะช่วยคิด ช่วยสร้าง Blook ขึ้นมา(เพื่อ “ผม” ในเรื่อง) เพื่อให้เกิด e-publishing ของแต่ละคน ที่ช่วยกันสร้าง ช่วยกันคิด และเป็นเจ้าของมัน ผมหวังว่า อย่างน้อยเราน่าจะเห็นการก่อร่างสร้างตัวของนักเขียน และกระบวนการพิมพ์ของเราเอง อาจจะไม่ใหญ่โตแต่มันพองนะ ผมเอง