จากการที่เข้าสัมมนา ทางวิชาการเรื่อง วิถีคิดสู่วัฒนธรรม” เมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๕ จัดโดย สภาคณาจารย์มหาวิทยาลัยศิลปากร ห้องประชุม ๑ ชั้น ๕ อาคารหม่อมหลวงปิ่นมาลากุล ประเด็นสำคัญคือ การบริหารองค์กรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงบนพื้นฐานของ วิถีคิดทางวัฒนธรรม คือ พฤติกรรม ความเชื่อ ค่านิยม วิถีคิดร่วมกันของคนใน องค์กร วัฒนธรรมในมุมมองของ คุณโสภณ สุภาพงษ์ คือ เป็นเรื่องของกระบวนการคิด บนวิถีคิดที่พาไปสู่วิถีชีวิต วัฒนธรรม สังคม ที่มีกายสุจริต มีจิตจินตนาการ บนกฎของธรรมชาติ นำไปสู่ความจริงที่มีความงดงามและเป็นไปตามธรรมชาติ ที่เราต้องทำเอง ไม่ใช่เป้าหมาย หรือ ความสำเร็จ วัฒนธรรมที่ดี ถูกต้อง ทำให้มีวิถีชีวิตที่ดีและสอดคล้องกับกฎธรรมชาติ การมีชีวิตที่สุจริต จิตที่สะอาด นำไปสู่ความคิดสร้างสรรค์ด้วยการจินตนาการ
การเรียนรู้ การเข้าถึงวัฒนธรรม คือ การเข้าถึงธรรมชาติทางกาย (คุณภาพ) ทางศาสนา ธรรมชาติ คือคุณธรรมทางกาย จิต วัฒนธรรมองค์กรศึกษาต้องเข้าสู่ธรรมชาติ ธรรมะ และการเข้าสู่ความจริงชีวิตแวดล้อม การเข้าสู่ความมีคุณภาพ เพราะ ความรู้ทางกายภาพเข้าสู่ทางจิตกระบวนการทำให้เราพบคุณค่าของธรรมชาติ (คุณธรรม คุณภาพ) ซึ่งประกอบด้วย
1.การบริหารจัดการมหาวิทยาลัยศิลปากรต้องใช้ หลักธรรมาภิบาล ซึ่งในมุมของนายแพทย์ยงยุทธ วัชรดุล เห็นว่ามีประเด็นสำคัญใน หลักธรรมาภิบาลที่เหมาะสมกับบริบทของมหาวิทยาลัยมี 3 ประการคือ ความยุติธรรม ความโปร่งใส การมีส่วนร่วม อาจารย์ในมหาวิทยาลัยยึดถือปฏิบัติกันอย่างพร้อมเพรียงกันมหาวิทยาลัยศิลปากรก็จะเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
2.การให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่าย ความร่วมมือ จากหลาย ๆ ฝ่าย หลายองค์กร เช่น จังหวัด นักการเมืองตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับประเทศ ซึ่งมองว่านักการเมืองมีบทบาทสำคัญมากในการให้ความช่วยเหลือด้านการบริหารงานให้กับองค์กร เช่น การของบประมาณสนับสนุน หรือความช่วยเหลืออื่น ๆ ด้วยวิธีการสื่อสาร พบปะพูดคุย เสนอความคิดเห็น ความต้องการ แนวคิดทางวิชาการ เป็นต้น
3.ศาสนาเป็นเรื่องสำคัญในการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม โดยจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอนที่สอดแทรก คุณธรรม เพื่อการจัดการด้านจิตวิทยา การเป็นแบบอย่างที่ดีของอาจารย์ โดยมีเนื้อหาที่เหมาะสมที่จะถ่ายทอดในสถานการณ์ปัจจุบัน
4.ความเสียสละ โดยเริ่มจากพื้นฐานการเสียสละที่ครอบครัว ภรรยา ถือเป็นจุดเริ่มต้น เพราะครอบครัวเป็นบ้านหลังแรกที่มอบความรัก ความอบอุ่น และความสุข และอยู่เคียงข้างเราตลอดเวลา
5.การรู้จักคิดแยกแยะ ระหว่างเรื่องจริงกับเรื่องสมมุติ การศึกษาเป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้คนรู้จักคิดแยกแยะ
6.การเรียนรู้จากประสบการณ์ผู้อื่นเป็นต้นแบบการเรียนรู้ ทำให้เราได้ความรู้ที่หลากหลาย เพราะเป็นการเรียนรู้ที่ผ่านการปฏิบัติหรือทดลองมาแล้วเป็นบทเรียนที่มีคุณค่ายิ่ง
7. การจัดการอุปสรรคที่เกิดจากตัวตนของเราเองสำคัญที่สุด นั่นคือ ความโลภ ความอยาก ความเห็นแก่ตัว ยโสโอหัง บ้าอำนาจ คือ เราต้องจำกัดอารมณ์ของเขาได้และเรียนรู้กฎธรรมชาติ คือ ความสงบ จิต จินตนาการ ความสุจริตเราจึงสามารถบริหารจัดการได้สำเร็จ
8.การศึกษา คือ การเข้าสู่ความจริง ความงดงาม ชีวิตจริง คือ How to win ไม่ใช่ How to do เพราะ win คือ การเอาชนะตัวเอง เราต้องทราบว่า ชีวิตเราต้องการหาอะไร ชีวิตต้องหาให้ครบว่าเราต้องการหาอะไร
9.การจัดการสิ่งที่ไร้สาระเป็นเรื่องสำคัญ คือเราต้องสามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ เราคือใคร มาจากไหน มาทำไม อยู่เพื่อใคร กำลังจะไปไหน ของกฎธรรมชาติหรือสสารที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วซึ่งมีผลกระทบต่อวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยต้องมองเห็นภาพของการเปลี่ยนแปลงต่างๆที่เกิดการเข้าใจกฎธรรมชาติจะนำไปเราไปสู่การปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลงต่างๆได้มากขึ้น เราต้องสอนให้คนรู้จักจัดการตัวเองก่อนจึงจะจัดการคนอื่นได้ การเข้าใจตัวเองเป็นสิ่งสำคัญมากเพราะคนอื่นๆ ก็ไม่ต่างกับเรามากนัก
10.จิต เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งมักเกิดจากอารมณ์เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งมาจากการสั่งการของจิต สมองทำให้ความจริงเปลี่ยนไปซึ่งเกี่ยวข้องกับอารมณ์ การสร้างภาพเสมือนความจริง หรือ การเปรียบเทียบ ส่งผลต่อความรู้ ความคิด ที่มาจากการสมมุติทั้งสิ้น ฉะนั้น อารมณ์จะเข้าไปละเมิดกฎธรรมชาติทำให้เกิดทุกข์
11.การให้ความช่วยเหลือ การเห็นคุณค่าและมีน้ำใจต่อเพื่อนมนุษย์เป็นสิ่งสำคัญในธรรมชาติ ธรรมชาติของมนุษย์ที่มนุษย์ต้องมีคุณธรรมนั่นคือ ผู้ที่แข็งกว่ามีหน้าที่คอยช่วยเหลือผู้ที่อ่อนแอกว่า
12.ตันแบบการบริหารของแม่ คือแม่บริหารจัดการด้วยความเที่ยงธรรมเสมอ ด้วยการใช้คุณธรรม ช่วยคนอ่อนแอ ดูแลลูก แม่เป็นผู้ให้ ทำหน้าที่ตามธรรมชาติของมนุษย์ ดังนั้น การบริหารจัดการองค์กรโดยใช้การบริการจัดการตามต้นแบบของแม่ องค์กรนั้นจะมีความสุข
13.การใช้กฎธรรมชาติในการกำจัดเรื่องสมมุติโดยที่เราต้องเข้าถึงกฎธรรมชาติ ซึ่งก็คือ ธรรมะ ธรรมชาติทางจิต กาย กฎธรรมชาติของ สสาร เช่นเรื่องของเงิน ทรัพย์สินต่าง ๆ กฎธรรมชาติในทางพุทธศาสนา คือ ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม พันธุกรรม การกำหนดจิต ผลของการกระทำ ความสัมพันธ์ กฎธรรมชาติทาง Physics คือ การเรียนรู้การเข้าถึงคุณภาพของชีวิต
14.การศึกษาเกิดจากจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งความคิดสร้างสรรค์ มาจากจินตนาการ อำนาจของจินตนาการสำคัญกว่าความรู้ ดังนั้นการศึกษาต้องเข้าถึงธรรมชาติจึงจะเข้าสู่วัฒนธรรมการพัฒนาจิตสำนึกให้มีคุณธรรม ความสุจริต มีคุณภาพ จึงจะช่วยเหลือผู้อื่นได้ การที่จะมีคุณภาพได้ต้องเข้าใจธรรมชาติของคุณธรรมและคุณภาพ
15.ผู้บริหารคือ ทาส ผู้ดูแลทาส การบริหารมหาวิทยาลัยต้องคิดนอกกรอบต้องมีบรรยากาศแห่งการจินตนาการทาง ความคิดสร้างสรรค์
16. จินตนาการ คือ mind eyes เป็นตาของจิตใจ จินตนาการเป็นการสร้างความรู้ใหม่ ๆ สู่สมอง การเป็นผู้นำขึ้นอยู่กับการกระทำ พลังของการจินตนาการที่มาจากจิต มาจากสมอง ทางกาย ส่งไปยังจิต ธรรมชาติทางศาสนาเข้ามาทางจินตนาการจากจิตเข้าสู่ความคิดสร้างสรรค์
17. วิถีคิด การมีชีวิตของมนุษย์อยู่ได้ด้วยจิต ธรรมชาติของจิตที่มีความเข้าใจ ประกอบด้วย การเป็นผู้มีน้ำใจดี อารมณ์แจ่มใส การให้โอกาสและความช่วยเหลือคน การตอบแทนบนคุณคน มีความกตัญญู ความซื่อสัตย์ การเป็นแบบอย่างการปฏิบัติที่ดี เป็นบทเรียนที่มีคุณค่าหรือเป็นการมอบมรดกที่มีคุณค่ากับคนรุ่นต่อ ๆ ไปชีวิตที่ประสบความสำเร็จคือ ชีวิตที่มีคนเห็นคุณค่าเป็น วิถีชีวิตสำคัญกว่าเป้าหมายและความสำเร็จ
สรุป การบริหารจัดการองค์กรที่มี วิถีคิดสู่วัฒนธรรม คือ กระบวนการคิดที่ต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจกฎธรรมชาติ การใช้จิต ที่มีจินตนาการในการเข้าถึง วัฒนธรรมที่มีคุณธรรมต่อกัน การสร้างคุณภาพ ด้วยความรับผิดชอบต่อหน้าที่ การสร้างคุณค่าในตัวเอง ด้วยการมีน้ำใจต่อเพื่อนมนุษย์ ช่วยเหลือผู้ที่อ่อนแอกว่า
วิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่มีคุณธรรม คุณภาพต่อหน้าที่ เป็นการสร้างคุณค่าให้กับผู้อื่น ซึ่งสำคัญกว่าเป้าหมายและความสำเร็จ การบริการจัดการที่นำตัวแบบของ ความเป็นผู้นำตามต้นแบบการบริหารจัดการของแม่ ที่มีความเข้าใจในกฎของธรรมชาติคุณธรรม คุณภาพ ความเสียสละ ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ด้วยการเป็นผู้ทำหน้าที่ของผู้ให้ และเป็นนักจัดการที่สุจริตต่อหน้าที่ ตามธรรมชาติของมนุษย์ และเป็นแบบอย่างของผู้นำที่ใหญ่ยิ่ง
การบริหารจัดการห้องสมุดด้วยการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เน้น ให้ความสำคัญในเรื่องของความเป็นผู้เสียสละ ผู้ให้ มีเมตตา(ความรัก) ความเข้าใจในกฎธรรมชาติ และการใช้จินตนาการของตนเอง ด้วยจิตที่บริสุทธิ์ มีความรักความเมตตา สามัคคี ช่วยกันทำงาน มีน้ำใจให้กับผู้อื่น มีความสุข เปลี่ยนวิถีคิด แบบ How to win เป็น แบบการสร้างคุณค่า (value) ให้กับตนเอง เพื่อนร่วมกันและองค์กร ความสำเร็จขององค์ก็จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เช่น การจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม การจัดมุมนสารสนเทศด้านคุณธรรม ในห้องสมุด เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการปลูกฝังให้ผู้ใช้บริการ บุคลากรในองค์กร ได้มีจิตสำนึก ด้านคุณธรรม จริยธรรม ในการใช้ชีวิตที่ทำงาน ครอบครัว สังคม
“การอยู่ร่วมกันด้วยความรัก คือ สายใยสร้างความผูกพัน การเห็นคุณค่าซึ่งกันและกัน สังคมโลกก็จะน่าอยู่”