ประสบการณ์ติดปีกครั้งแรก

dsc02220 ดิฉันเดินทางออกจากที่พักเวลาประมาณ 8.00น. ตามที่ได้นัดหมายไว้กับเพื่อนๆ กลุ่มที่จะเดินทางไปฮ่องกง-มาเก๊า เวลา 8.30น. มีรถตู้มารอรับพวกเราบริเวณลานจอดรถข้างอาคาร ม.ล.ปิ่นมาลากุลฯ ส่วนกระเป๋าเดินทาง สำนักหอสมุดกลางได้มีรถขนไปให้ต่างหาก รถตู้เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิในเวลา 10.00 น. พอรถสำนักฯ ขนกระเป๋ามาถึง ต่างคนก็มารับกระเป๋าของตนเองเดินเข้าไปทางประตู 9 ระหว่างนั่งรอก็พบกับกลุ่มผู้ร่วมเดินทางจากห้องสมุดวังท่าพระ
ในระหว่างรอต่างคนต่างก็ไปทำธุระส่วนตัวกัน เช่น เข้าห้องน้ำ ทานข้าว (ข้าวจากเซเว่นในสนามบินแพงกว่าเซเว่นบ้านเราเสียอีก เพิ่งจะรู้ว่าเซเว่นก็มีหลายบรรทัดฐาน) เสร็จแล้วก็นั่งรอต่อจนกระทั่งถึงเวลา ประมาณ 13.00 น.  ก็มีมัคคุเทศก์พาพวกเราเข้าไปบริเวณที่ตรวจหนังสือเดินทางและกระเป๋าเดินทาง ก่อนที่จะตรวจ  มัคคุเทศก์ได้แจกป้ายชื่อสำหรับห้อยที่กระเป๋า ซึ่งมีลักษณะเป็นป้ายสีแดงมีชื่อ นามสกุลของผู้เดินทางและชื่อสายการบิน และได้รับแจกเข็มกลัดติดเสื้อมีรูปเครื่องบินมีชื่อไกด์ และหมายเลขโทรศัพท์
ต่อจากนั้นเข้าแถวเตรียมหนังสือเดินทางและกระเป๋าสัมภาระให้เจ้าหน้าที่สายการบินตรวจ เจ้าหน้าที่ใส่ชุดยูนิฟอร์มสวยมากพร้อมหมวกที่ดูเก๋ไก๋ทีเดียว ตรวจเสร็จคืนหนังสือเดินทางพร้อมใบเลขที่นั่งเครื่องบิน และใบอื่น ๆ อีก 2ใบ ส่วนกระเป๋าเดินทางถูกตรวจอยู่ที่เจ้าหน้าที่และรอขึ้นเครื่อง ต่อจากนั้นเดินตามทางเดินที่จัดไว้ให้ไม่กว้างนักให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองตรวจ เสร็จแล้วเดินต่อไปจะพบเจ้าหน้าที่รอตรวจกระเป๋าที่ติดตัวมา เช่น กระเป๋าถือส่วนตัว โทรศัพท์มือถือ วางใส่ตะกร้าผ่านเครื่องตรวจ ส่วนคนเดินเข้าผ่านประตูตรวจอัตโนมัติแล้วไปรอรับกระเป๋า มือถือ เป็นอันเสร็จขั้นตอนการตรวจdscn04522dsc022051
ต่อไปเป็นช่วงของการรอขึ้นเครื่อง เดินไปตามทางมีทั้งทางเดินเท้าและทางเรียบเลื่อนคู่ขนานกัน ระหว่างทางได้ถ่ายรูปและเก็บภาพบรรยากาศที่สวย ๆ เมื่อเดินไปจนถึงที่พักผู้โดยสารรอขึ้นเครื่อง นั่งรอสักครู่ก็มีฝนตกลงมาอย่างหนัก ใจเผลอคิดไปว่าฝนตกหนักขนาดนี้เครื่องจะบินหรือเปล่านะ แต่พอได้เวลาขึ้นเครื่องฝนหยุดตกพอดี เจ้าหน้าที่เรียกตามอักษร A B … ที่อยู่ในใบเลขที่นั่ง เข้าแถวให้เจ้าหน้าที่ตรวจแล้วเดินไปตามทางเชื่อมที่ต่อกับตัวเครื่อง พบกับพนักงานต้อนรับสาวสวยใส่ชุดและหมวกสวยยืนยิ้มหวานให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ช่วยดูหมายเลขที่นั่งพร้อมกับคอยแนะนำว่าที่นั่งอยู่ด้านไหน
ภายในเครื่องบินดูกว้างขวางมาก มีที่นั่ง 3 แถว ด้านซ้าย – ขวาแถวละ 3 ท่าน ตรงกลาง 4 ท่าน นั่งได้ประมาณ 500 – 600 ท่าน หลังเก้าอี้ผู้ที่นั่งอยู่ด้านหน้าเราจะมีจอคอมฯอยู่ ให้เราดูหนังฟังเพลงได้ หากต้องการฟังเสียงต้องใส่หูฟัง ขณะที่ดูหนังฟังเพลงอยู่นั้น หน้าจอฯ ก็ถูกตัดเข้าสู่ Presentation แนะนำข้อปฏิบัติขณะอยู่บนเครื่องบิน ว่าจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร อย่างเช่น สาธิตวิธีรัดเข็มขัดนิรภัย การห้ามใช้โทรศัพท์ ห้ามสูบบุรี่ เป็นต้น
หลังจากนั้นมีเสียงประกาศเป็นภาษาต่างประเทศดังขึ้น (ฟังไม่ค่อยทัน แปลไม่ค่อยออก)  คาดว่าน่าจะบอกให้รัดเข็มขัด เครื่องใกล้จะได้เวลาทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้ว ความรู้สึกเหมือนว่าเครื่องบินค่อยๆวิ่งไปตามทางลาดไม่แน่ใจว่าวิ่งวนกี่รอบในระหว่างนั้นก็เกรงว่าหูจะอื้อ จึงรีบเคี้ยวหมากฝรั่งกันไว้ก่อน เครื่องบินก็ขึ้นสู่ท้องฟ้าก็ยังเป็นปกติ แต่พอขึ้นไปในระดับที่สูงขึ้นเรื่อยๆ หูเริ่มอื้อคล้ายๆ กับตอนเดินทางขึ้นบนเทือกเขาทางภาคเหนือ dscn04702แต่พอสักพักก็เป็นปกติ พอนั่งได้ที่ คลายความตื่นเต้น ความกลัวเริ่มจางหายก็เริ่มง่วงนอนเพราะอากาศกำลังดี กำลังจะพักสายตาก็มีพนักงานต้อนรับสาวสวยเดินมาถามว่าจะทานอะไรคะ มี fish and chicken
ครั้งแรกฟังไม่รู้เรื่องเพราะถามเป็นประโยคยาวและเร็วมาก พอเข้าใจจึงตอบว่า fish พนักงานก็ส่งถาดอาหารมาให้เป็นข้าวราดหน้าด้วยปลา พร้อมเครื่องเคียง สลัด ขนมเค้ก น้ำ แก้วใส่กาแฟ ขนมปังกรอบ 2 แผ่น ขนมปังกลมๆ สำหรับทาเนย มีเนย 2 ชนิด เค็มกับหวาน พนักงานถามต่อว่าจะดื่มอะไรมีน้ำผลไม้ น้ำเปล่า เซเว่นอัพกระป๋อง จึงขอน้ำเปล่า  พอทานเสร็จก็เกิดอาการง่วงนอนจึงหลับไป พอจะหลับได้ที่ก็ถึงฮ่องกงซะแล้ว ประมาณ 2 ชั่งโมง 30 นาที

img_47191

เป็นประสบการณ์ติดปีกครั้งแรก ที่ไม่เคยคิดว่าการขึ้นเครื่องบินจะมีขั้นตอนมากมายขนาดนี้ ใช้เวลานานขนาดนี้ ออกจากบ้านตั้งแต่เช้าตรู่กว่าจะได้ขึ้นเครื่องก็บ่ายเสียแล้ว แต่พอนั่งยังไม่ทันไรก็ถึงเสียแล้ว กว่าจะได้ขึ้นเครื่องมันช่างยากเย็นซะเหลือเกิน แต่เวลานั่งช่างไวเหมือนโกหก…

3 thoughts on “ประสบการณ์ติดปีกครั้งแรก

  1. พี่หนามเขียนแล้วอ่านสนุก บรรยายแล้วเห็นภาพเหมือนกับมานั่งเล่าให้ฟัง รูปประกอบอยู่ในจังหวะที่ดูสบายตา มีขนาดเหมาะสมแทนคำพูดได้หลายล้านคำ เอ++++ เลยจ้าพี่

  2. ครั้งหน้า อย่าลืมพาน้องๆไปติดปีก ดูท้องฟ้าแบบใกล้ชิดบ้างนะคะ

Leave a Reply