แนวคิดด้านการจัดการองค์กรมีมากมายหลายทฤษฎี แต่ก็ ล้วนแต่เป็นแค่นามธรรมที่แฝงไปด้วยหลักทางวิชาการในการบริหารจัดการ ผสมกับปรัชญาและจิตวิทยาที่ลึกซึ้ง แต่แนวการการจัดการที่ดีนั้นต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของรากเหง้า ของคุณธรรมและศีลธรรมที่ผสมผสานได้ลงตัว ซึ่งจะทำให้กิจการนั้นดำเนินไปสู่จุดหมายได้อย่างยั่งยืนและยาวนาน
แนวคิดการจัดการเป็นวิถีที่ทุก ๆ คนมีขึ้นโดยธรรมชาติ เพียงแต่ว่าคน ๆ นั้นจะมีแนวความคิดในการจัดการได้เพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับว่าผู้ที่ใช้การจัดการนั้นเข้าใจในหลักของธรรมชาติขององค์กรนั้นเพียงใด ซึ่งถ้าเรามีการศึกษาระบบแนวคิดของการจัดการของหลักบริหารที่ถูกต้อง นั่นคือ มีระบบการดำเนินงานที่ดี มีการวางเป้าหมายชัดเจน การนำประสบการณ์จริงขององค์กรต่าง ๆ มาผสมกับแนวคิดการจัดการทางหลักวิชาการทางการบริหาร ได้อย่างกลมกลืนและลงตัว จะทำให้องค์กรนั้น ๆเป็นไปตามวัตถุประสงค์และบรรลุผลที่ตั้งไว้
แนวคิดการจัดการองค์กรในปัจจุบันได้นำความรู้ต่าง ๆ มาใช้ในหลายขั้นตอนสิ่งที่นิยมนำเข้ามาเสริมในการจัดการในยุคดิจิทัล ซึ่งทุกองค์กรจะต้องมีการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา คือการใส่กลยุทธ์และนำเครื่องมือการบริหารเข้าไปอย่างกลมกลืน เพื่อให้องค์กรดำเนินไปอย่างมีคุณภาพ ซึ่งปัจจุบันมีเครื่องมือที่มีหลากหลาย เช่น TQM ,SWOT, 4P, Benchmarking , IT, R&D, Internet Computer, ECONOMIC, KPI และอื่น ๆ มาใช้ในการจัดการในองค์กร แต่ถ้าเป็นแนวคิดด้านทรัพยากรมนุษย์ มักใช้หลักวิชาการของ HRM, HRD เป็นหลักในการจัดการควบคู่กับการนำหลักธรรมทางพุทธศาสนา เช่น พรหมวิหาร 4, สังคหวัตถุ, อิทธิบาท 4 เป็นเครื่องมือในการพัฒนาด้านบุคลากรได้เป็นอย่างดี เพราะการใช้หลักธรรมทางพุทธศาสนาในการอบรมจิตถือว่าเป็นเครื่องมือที่น่าจะดีที่สุด พร้อมทั้งนำประสบการณ์การชีวิตของคนในองค์กรมาบูรณาการในการจัดการองค์กร
ซึ่งแนวคิดการจัดการองค์กรในปัจจุบันนิยมดำเนินการในแนวราบ ทำงานเป็นทีม คือ ทุกคนมีส่วนร่วมในการบริการจัดการ กล้าแสดงความคิดเห็น ให้อิสระในด้านความคิดและสามารถเสนอแนะในด้านต่าง ๆ ให้กับผู้บริหารระดับสูงตัดสินใจ ซึ่งการบริหารจัดการในลักษณะนี้ทำให้องค์กรเจริญรุ่งเรืองสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น บริษัทผลิตรถยนต์ของประเทศญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง ผู้บริหารบริษัทนี้เปิดโอกาสและส่งเสริมในด้านความคิดให้อิสระด้านความคิดต่อพนักงานทุกระดับในด้านการเสนอแนะและปรับปรุงในด้านต่าง ๆ ทำให้ผู้บริหารระดับต่าง ๆ ได้ข้อมูลมากมาย แล้วนำไปปรับปรุงในด้านต่าง ๆ จึงทำให้บริษัทรถยนต์แห่งนี้เป็นบริษัทที่ได้ชื่อว่าผลิตรถยนต์ที่มีระบบการผลิตที่มีประสิทธิภาพในด้านต่าง ๆ มากที่สุดในโลก มีข้อผิดพลาดน้อยที่สุด ผลิตรถยนต์ได้เร็วที่สุด รถยนต์ที่ผลิตได้มีคุณภาพเท่าเทียมกันในแต่ละรุ่น ระบบการตรวจสอบทุกขั้นตอนมีประสิทธิภาพสูงสุด และการที่ทำได้เช่นนั้นเพราะพนักงานของบริษัทรถยนต์นั้น ทำงานบนพื้นฐานผู้มีส่วนร่วมบริหารจัดการกันทุกคน การที่ส่งเสริมในด้านความคิด ในทางหลักจิตวิทยาถ้าเราวิเคราะห์ให้ลึกลงไปจะเห็นว่าการให้อิสระในด้านความคิดนี้ทำให้พนักงานทุกคนมีขวัญและกำลังใจในการทำงานที่ดี มีความรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของทำให้เกิดความจงรักภักดีต่อองค์กร แต่ทั้งนี้องค์กรควรมีความยุติธรรมต่อพนักงาน โดยถือว่าพนักงานทุกคนเป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน ทุกคนในองค์กรได้รับผลตอบแทนที่ยุติธรรมทั่วถึงกัน ทำให้บริษัทแห่งนี้ครองความยิ่งใหญ่ของการเป็นผู้นำในการผลิตรถยนต์ตลอดมา
ข้าพเจ้ามีความเห็นว่า การพัฒนาห้องสมุดควรให้ความสำคัญกับ “คน” เป็นลำดับแรกเพราะคนเป็นตัวแปรสำคัญของความสำเร็จ และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ดังนั้นต้องปลูกฝังบุคคลในองค์กรให้มีจิตวิญาณที่รักองค์กร ให้มีนิสัยและทัศนคติที่ดีตลอดจนจงรักภักดีต่อองค์กร และมีความสามารถและความชำนาญในด้านการปฏิบัติงาน การมีส่วนร่วมในการจัดการองค์กร การทำงานเป็นทีม และให้อิสระในการดำเนินงานและอำนาจการตัดสินใจตามความสามารถในแต่ละระดับของความสำคัญของแต่ละหน่วยงาน เพราะปัจจุบันโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การใช้กลยุทธ์ในการจัดการดังกล่าว ทำให้มีผลดีต่อการปรับตัวกับสถานการณ์ของโลก อีกนัยหนึ่งทำให้บุคลากรมีความรู้สึกในความเป็นเจ้าขององค์กร การสร้างจิตสำนึกของบุคลากรให้มีใจรักงาน มีความรักในองค์กร ควรใช้หลักของ HRD, HRM ควบคู่กับการอบรมจิตใจของคนในห้องสมุด ส่งเสริม การกล้าแสดงออก กล้าแสดงความคิดเห็น กล้าซักถาม ดังนั้นองค์กรควรมีนโยบายให้เด่นชัดในการแสดงออกถึงความคิดเห็น และเสนอแนะในด้านต่าง ๆ ว่าไม่มีความผิด ใด ๆ แต่ถ้าจะให้ได้ผลดีควรให้แสดงความเห็นเป็นการเขียนข้อเสนอแนะและแก้ไขปรับปรุงในองค์กรแทนการพูดด้วยวาจา โดยมีที่รับความคิดเห็นทุกหน่วยงาน ถ้าข้อเสนอแนะใดที่นำไปปฏิบัติควรมีรางวัลใดตามระดับความสำคัญของข้อเสนอแนะ หรืออย่างน้อยต้องมีการยกย่องชมเชยเป็นการติดประกาศเกียรติคุณให้ในองค์กรรับทราบจะทำให้คนในองค์กรปฏิบัติงานด้วยความตั้งใจและสังเกต หาสิ่งต่าง ๆ ในการที่จะพัฒนาในหน่วยงานให้ดีขึ้นตลอดเวลา
ดังนั้นการบริหารจัดการองค์กรที่ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรให้เป็นผู้ที่มีทั้งความรู้ความสามารถ ความชำนาญในด้านต่าง ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันอย่างบูรณาการ ขณะที่การปฏิบัติงานก็ต้องสัมพันธ์กับผู้ร่วมงานอื่น ๆนั้น ควรนำหลักของการฝึกอบรมทางจิต ซึ่งจะช่วยขัดเกลาแต่งเติมความเป็นคนที่สมบูรณ์แบบ ตามความหมายในหนังสือธรรมนูญชีวิต ของพระธรรมปิฏก (ป.อ. ปยุตโต) ท่านอธิบายความเป็นคนสมบูรณ์แบบไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้ คนสมบูรณ์แบบจะมีลักษณะที่ถือได้ว่าเป็นคนที่ดี มีคุณค่าแท้จริงของมนุษยชาติ เป็นผู้ที่สามารถนำหมู่ชนและสังคมไปสู่สันติสุข เป็นผู้มีคุณสมบัติ 7 ประการดังนี้ 1) การรู้หลักและรู้จักเหตุ 2) รู้จักความมุ่งหมายและรู้จักผล 3) รู้จักตนเอง 4) รู้จักประมาณ หรือรู้จักพอดี 5) รู้จักการเวลาอันเหมาะสม 6) รู้จักชุมชนว่าคือรู้จักการอันควรประพฤติปฏิบัติในที่นั้น ๆ 7) รู้จักบุคคล คือรู้จักและเข้าใจในความแตกต่างแห่งบุคคล ซึ่งธรรม 7 ข้อนี้ เรียกว่า สัปปุริสธรรม คือ คนดี คนที่แท้ ซึ่งมีคุณสมบัติของความเป็นคนที่สมบูรณ์
จากหนังสืออภิมหามงคลธรรมได้บรรยายถึงประโยชน์ของการฝึกจิต คือ ทำให้คนมีคุณค่าต่อชีวิต มีสติ เป็นผู้ประเสริฐ ดังนั้นคนที่ฝึกจิตหรือสมาธิที่ถูกต้องย่อมเกิดประโยชน์คือ สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ หรือศึกษาต่อยอดและทำความเข้าในสิ่งต่าง ๆ ได้ง่าย การทำกิจการใดๆ ได้ดีขึ้น ไม่ค่อยผิดพลาด ทำงานมีประสิทธิภาพ สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกวิธีในการเผชิญกับสถานการณ์ต่าง ๆเป็นผู้มองโลกในแง่ดี อยู่ในสังคมอย่างปกติสุข มีอารมณ์เยือกเย็น มีผิวพรรณผ่องใส เป็นต้น ซึ่งประโยชน์ของการฝึกจิตที่จริงมีมากกว่านี้แต่ได้นำมาเสนอเพียงบางข้อ ซึ่งเป็นเรื่องที่พิสูจน์ได้ยากในการสื่อด้วยวาจาหรือตัวอักษรทางที่ดีต้องลงมือปฏิบัติจริงด้วยตนเองจึงจะทราบว่าเป็นประโยชน์หรือมีความสุขอย่างไร ดังนั้นแนวคิดในการพัฒนาบุคคลในองค์กรให้มีจิตใจดีหรือมีความเป็นคนที่สมบูรณ์แบบแล้ว ย่อมเป็นพื้นฐานในด้านความคิดและการกระทำในแนวสร้างสรรค์ และเกิดพัฒนาอย่างยั่งยืนตลอดไป
“In our lives. Anything that happened we have to fight with wisdom . Do not run away”