ชีวิตของคนทำงานต้องยอมรับกันว่า ในวันๆหนึ่งนั้นมีงานยุ่งนุงนังกันน่าดู โอกาสที่จะหาเวลาว่างไปดูแลตัวเองหรือคนที่ตัวเองรักและครอบครัวย่อมเหลือน้อยตามไปด้วย แล้วยิ่งสมัยนี้ด้วยแล้ว สถานการณ์ ทางด้านเศรษฐกิจก็ไม่ได้อู้ฟู่ซู่ซ่า จนทำให้คนทำงานมีรายได้เหลือกินเหลือเก็บซะด้วย เราจึงมักได้จะยินคนทำงานบ่นถึงเรื่องของแพง เรื่องหนี้สินไปจนถึงเรื่องไม่มีเวลาเจอแฟนให้ได้ยินเป็นประจำ ในปัจจุบันมักจะมีคำถามว่า คนทำงานจะสามารถสร้างความสมดุลระหว่างชีวิตการงานกับชีวิตส่วนตัวได้ไหม เพราะถ้าชีวิตของใครไม่ถูกสถานการณ์รอบด้านบังคับ (หรือบางทีก็ทำตัวเอง) ให้สับสนวุ่นวายเกินไปละก็ ทุกคนย่อมสามารถเอนจอยกับชีวิตการทำงานไปพร้อมๆกับชีวิตส่วนตัวทั้งนั้น
ลองมาดูกันว่าเราจะสร้างความสมดุลย์ให้แก่ชีวิตการงานกับชีวิตส่วนตัวได้อย่างไร?
ใครที่บ่นว่าไม่ค่อยมีเวลาดูแลสุขภาพตัวเอง โดยเฉพาะในเรื่องของอาหารการกินเพราะต้องฝากท้องเอาไว้ที่ร้านข้าวแกงข้างบ้าน ข้างออฟฟิศหรือร้านค้ารถเข็น ซึ่งก็อย่างว่า มักมีขายแต่อาหารมัน ๆ ทอด ๆ เพราะเป็นอาหารยอดนิยม ขายง่ายสะดวกกิน เช่น ไก่ทอด หมูทอด หมูปิ้ง ไข่เจียว ฯลฯ ไปยันร้านขายข้าวมันไก่ ที่มีเยอะมากๆ ดังนั้นในเมื่อวันธรรมดาเราต้องรับประทานอาหารสะดวกซื้อที่ไขมันสูง และไม่ค่อยมีผักผลไม้สดเป็นองค์ประกอบแล้ว พอถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ เราน่าจะแวะไปซุปเปอร์มาร์เกต ซื้อผัก ผลไม้มาทำสลัดรับประทานกันบ้าง แล้วอย่าลืมทำแบ่งปันให้สมาชิกคนอื่น ๆ ในครอบครัวด้วยนะ อ้อ! อย่าลืมเพื่อน ๆ ด้วยนะคะ
คนทำงานมักได้รับเชิญไปในงานต่าง ๆ เป็นประจำ บางงานเราก็อยากไป บางงานก็ไม่อยากไป ดังนั้น ถ้าเราชั่งน้ำหนักดูแล้วว่างานไหนไม่ควรไป ก็ต้องบอกปัดหรือปฏิเสธไปเลย บางครั้งเราก็เกรงใจที่จะบอกปฏิเสธ แต่ถ้าเราต้องไปทั้งๆที่ไม่อยากไปและไม่สบายใจ สู้เราเอาเวลาไปทำกิจกรรมอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์กับตัวเราเสียดีกว่า เช่น ออกกำลังกาย เป็นต้น
หาให้เจอว่าจะมีความสุขในชีวิตทำงานได้อย่างไร เพื่อไม่ทำให้รู้สึกเซ็งกับงานที่ทำ เช่น คิดเสียว่ามีงานให้ทำก็ยังดีกว่าตกงาน ยังมีคนอีกมากมายที่ตกงานและอยากได้งานทำ หรือคิดเสียว่า งานนี้ก็ดีนะ เพราะมีเพื่อนร่วมงานดี เห็นอกเห็นใจกัน ไม่ใส่ร้ายป้ายสีกัน เป็นต้น
คนทำงานที่ฉลาดจะรู้ว่าควรกลับบ้านเมื่อไร ในเมื่อเราอุทิศเวลาให้กับการทำงานพอสมควรแล้ว ไม่จำป็นที่จะอยู๋มืด ๆ ค่ำๆ ทุกวันตลอดสัปดาห์ แต่ก็ไม่ใช่ว่ากลับตรงเวลาทุกวัน หรือบางครั้งกลับก่อนเวลา เราควรจะอยู่ดึกบ้างเป็นบางวันตามความสำคัญของงาน เพื่อให้งานให้เสร็จตามที่ตั้งใจไว้ เราควรจะหาเวลากลับไปหาคนที่คุณรักที่บ้านจะดีกว่า
เมื่ออยู่บ้านจงให้ความสำคัญกับครอบครัวเป็นอันดับแรก แต่ถ้าเราจะคว้างานกลับไปทำที่บ้านบ้างก็คงจะไม่เป็นไร เพียงแต่เราต้องจัดสรรเวลาให้ดี เช่น เราจะต้องไม่ทำงานจนลืมทำกิจกรรมร่วมในครอบครัว
รู้จักให้รางวัลกับตัวเอง อาจจะหาดอกไม้หรือรูปสวยๆ มาประดับไว้ที่โต๊ะทำงาน หรือนัดหวานใจไปเที่ยวต่างจังหวัดบ้าง เช่น ไปทานอาหารทะเล ไปเที่ยวทะเล หรือไปทำผม ทำเล็บ และซื้อเสื้อผ้าใหม่ ๆ หรือทำอะไรก็ได้ที่ให้ตัวเองมีความสุข และถูกต้องตามครรลองครองธรรม