ความกลัว… เป็นการตอบสนองทางระบบประสาทขั้นพื้นฐานอย่างหนึ่งของมนุษย์ สัญชาติญาณการเอาตัวรอดจะผลักดันให้ระบบประสาทสร้างสภาวะอารมณ์กลัวขึ้น เพื่อกระตุ้นให้มนุษย์หลีกห่างจากอันตรายหรือสิ่งที่อาจจะเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ แต่ในหลายกรณี ความกลัวกลับเกิดขึ้นอย่างไม่สมเหตุสมผล เป็นความกลัวที่ไร้เหตุผลของมนุษย์ แม้บางเรื่องที่กลัวนั้นจะดูไร้สาระ แต่กลับมีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตเป็นอย่างมาก เพราะไปรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันจนทำให้รู้สึกท้อได้
บางคนอาจจะกลัวเข็มหมุดอันเล็กๆ กลัวกล้วยหอม กลัวความสูง กลัวที่แคบ กลัวสุนัข และกลัวได้อีกหลายอย่างที่ดูไม่ค่อยจะสมเหตุสมผล ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถเห็นได้ว่าไม่มีอันตรายต่อชีวิต แต่ใครก็ตามที่มีอาการกลัวในลักษณะอย่างนี้ จะไม่สามารถห้ามใจห้ามระบบประสาทไม่ให้กลัวสิ่งเหล่านี้ได้จริงๆ
นอกจากจะห้ามไม่ให้กลัวไม่ได้แล้ว ความกลัวที่เกิดขึ้นยังมีมากมายเกินกว่าที่คนทั่วไปจะเข้าใจได้ เช่น บางคนเพียงแต่มองเห็นนกหรือหนอนตัวเล็กๆ ก็อาจจะร้องกรี๊ดลงไปชักดิ้นชักงอบนพื้นหรือวิ่งหนีกระโดดพุ่งออกจากหน้าต่างอย่างไม่คิดชีวิตบางคนเพียงแค่ผีเสื้อตัวเล็กๆ บินมาเกาะที่แขนก็อาจจะร้องไห้ตัวสั่นไม่สามารถควบคุมตัวเองเอาไว้ได้อีกต่อไป

ในทางจิตวิทยาเรียกอาการกลัวอย่างรุนแรง แบบไร้ขีดจำกัดและไร้เหตุผลเหล่านี้ว่า โฟเบีย (Phobia) สาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอาการโฟเบียนั้นยังไม่เป็นที่แน่ชัดนัก แต่จากการวินิจฉัยโดยทั่วไปแล้วพบว่าอาการโฟเบียเกือบจะทั้งหมด เกิดจากการเรียนรู้ของแต่ละบุคคลเองทั้งสิ้น เช่น กลัวทะเลเพราะเคยนั่งเล่นน้ำทะเลแล้วถูกคลื่นซัดจมน้ำ หรือกลัวที่แคบเพราะเคยติดอยู่ในลิฟท์ทั้งคืน เป็นต้น
ซึ่งความจริงแล้วมนุษย์แต่ละคนต่างก็ใช้เวลาทั้งชีวิตในการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาว่าสิ่งใดอันตรายหรือไม่อันตราย หลายๆ คนคงเคยถูกมีดบาดหรือเคยถูกสุนัขกัด แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เกิดอาการโฟเบียกลัวมีดหรือกลัวสุนัขแต่อย่างใด นอกจากจะไม่กลัวแล้วหนำซ้ำยังเรียนรู้อีกว่า จะใช้มีดให้ปลอดภัยขึ้นได้อย่างไร หรือจะเล่นกับสุนัขอย่างไรไม่ให้มันกัดเอาได้ ประสบการณ์ของมนุษย์จะถูกบันทึกและเก็บไปสร้างเป็นส่วนที่เราเรียกว่าจิตสำนึก ทำหน้าที่เป็นตัวกรองไม่ให้จิตใต้สำนึกเกิดการเรียนรู้ที่มากเกินไปนัก ทั้งนี้ก็เพราะว่าจิตใต้สำนึกทำงานโดยปราศจากเหตุผลอันจะส่งผลถึงการอยู่รวมกันเป็นสังคมของมนุษย์ได้
ดังนั้นหากบุคคลใดก็ตามเกิดได้ประสบกับเหตุการณ์ที่จะทำให้ได้เกิดการเรียนรู้ที่จะกลัวต่อบางสิ่งในช่วงเวลาที่มีเงื่อนไขอันเหมาะสม การเรียนรู้นั้นก็จะเกิดการฝักรากลึกลงไปในส่วนของจิตใต้สำนึกและพัฒนาขึ้นเป็นอาการของโฟเบียอย่างไม่ยากเลย อาการโฟเบียนั้นสามารถรักษาให้หายขาดได้ ขอเพียงให้ตระหนักได้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในตัวเอง
เมื่อพบเห็นสิ่งที่ทำให้กลัวพยายามเรียกสติกลับคืนมาให้ได้ จากนั้นพิจารณาสิ่งที่กลัวโดยใช้สติหายใจเข้าลึกๆ เผชิญหน้ากับความจริง ปล่อยตัวเองไปตามสถานการณ์ กล้าเผชิญหน้ากับความกลัว “ที่สำคัญ… ต้องมีความมั่นใจในตนเองว่าคุณสามารถทำได้”
หากทำได้เช่นนี้แล้ว อาการโฟเบียจึงจะบรรเทาเบาบางลงไปได้จนกระทั้งหมดไปในที่สุด นี่จึงนับว่าเป็นการบำบัดโดยแก้ปัญหาที่ต้นเหตุโดยแท้จริง
สงสัย Acrophobia ต้องไปโดดบันจี้จั๊ม ^^
จะเริ่มฝึก ” หยุดความกลัวที่ไร้เหตุผล ” เช่น กลัวใจตัวเอง…
พี่เห็นด้วยกับปุ๊นะ … การไปเล่นเครื่องเล่นที่ผาดโผนทำให้เราปลดปล่อยอารมณ์ที่เก็บไว้ แบบเต็มที่