มะเร็งไต เป็นมะเร็งที่พบได้ไม่บ่อยนัก เมื่อเทียบกับมะเร็งชนิดอื่นๆ สำหรับประเทศไทย มะเร็งไตพบได้ประมาณ 1,000 คนต่อปี (ข้อมูลจาก globocan 2008) เทียบกับมะเร็งปอดหรือตับ ที่พบประมาณ 1-2 หมื่นคนต่อปี เกือบทั้งหมดของมะเร็งไต เป็นชนิดที่เรียกว่า clear cell carcinoma เพราะมีลักษณะเซลล์ที่ไม่ค่อยติดสี เนื่องจากมีไกลโคเจน และไขมันในเซลล์มาก
อาการของมะเร็งไต
ปัสสาวะเป็นเลือด ปวดหลัง และมีก้อนโตในช่องท้อง บางครั้งมีเฉพาะไข้สูงเรื้อรัง เบื่ออาหาร และน้ำหนักลด อาการเหล่านี้มักบ่งถึงโรคที่เป็นมากแล้ว ในปัจจุบันมะเร็งอาจถูกตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจอัลตราซาวนด์ของช่องท้อง หรือตรวจพบเลือดในปัสสาวะ โดยที่ผู้ป่วยยังไม่มีอาการ ในกรณีนี้ มักจะเป็นโรคระยะแรกมากกว่า
การวินิจฉัยโรคเบื้องต้น
จากการตรวจอัลตราซาวนด์ของช่องท้อง ซึ่งจะเห็นก้อนที่ไต นอกจากนั้นอาจทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ซึ่งจะให้รายละเอียดเพิ่มเติมได้ดีกว่าอัลตราซาวนด์ เพื่อดูว่า ก้อนมีการกดเบียด หรือลุกลามแพร่กระจายไปที่ตำแหน่งใดบ้าง ซึ่งจะช่วยในการวางแผนการรักษาโดยเฉพาะการผ่าตัด มะเร็งไตมักจะมีการแพร่กระจายไปที่ต่อมน้ำเหลือง ปอด และกระดูก บางครั้งอาจจะกระจายไปที่ตับ หรือสมองได้ แต่ไม่บ่อยนัก
การรักษาโรค
ขึ้นกับระยะของโรคที่เป็น หากพบโรคในระยะต้นๆ ที่ก้อนยังไม่มีการลุกลามออกนอกไต การรักษาที่ได้ผลดีที่สุดคือ การผ่าตัดไตที่มีก้อนมะเร็งทิ้ง ซึ่งมีโอกาสหายขาดจากโรคได้สูงถึงร้อยละ 50-90 แต่หากโรคมีการลุกลามเข้าในต่อมน้ำเหลืองข้างไต และ/หรือแพร่กระจายไปในอวัยวะต่างๆ โอกาสที่จะหายขาดจากโรคนั้น มีน้อยมาก ในอดีต การรักษามะเร็งไตระยะแพร่กระจาย (ระยะที่ 4) นั้นได้ผลไม่ดีนัก เนื่องจากเป็นมะเร็งที่ดื้อต่อยาเคมีบำบัดเกือบทุกชนิด ยาที่ใช้กันในช่วงนั้น ได้แก่ ยาอินเตอร์เฟอรอน (interferon) ซึ่งเป็นสารที่สร้างได้จากเซลล์เม็ดเลือดขาว ลิมโฟไซท์ และมีฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกันให้กำจัดมะเร็ง แต่ได้ผลไม่ดีนัก ทั้งยังมีผลข้างเคียงที่ไม่สุขสบายนัก เช่น ไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร และน้ำหนักลดได้ ผู้ป่วยมีอัตราการรอดชีวิตเฉลี่ย 15-20 เดือน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคแต่ละราย
เป็นที่น่ายินดีที่ในช่วง 4-5 ปี ที่ผ่านมา มีการค้นพบยาใหม่ๆ หลายตัวที่ทำให้ผลการรักษาโรคในระยะแพร่กระจายดีขึ้นกว่าการใช้ยาอินเตอร์ เฟอรอน ยาเหล่านี้เป็นยาในกลุ่มที่เรียกว่า targeted therapy ซึ่งมุ่งยับยั้งกระบวนการที่จำเพาะกับมะเร็งแต่ละชนิด สำหรับมะเร็งไต พบว่า มีกระบวนการสร้างเส้นเลือดใหม่ (angiogenesis) สูงกว่าปกติ ยาหลายตัวจึงผลิตมาเพื่อยับยั้งกระบวนการนี้ ตัวอย่างเช่น ยาซูนิทินิบ (sunitinib) โซราฟีนิบ (sorafenib) หรือเบวาซิซูแมบ (bevacizumab)
นอกจากนี้ ยังมียาที่ยับยั้งการเติบโตของเซลล์ที่ผ่านกระบวนการอื่นอีกด้วย ได้แก่ ยาเอเวอโรลิมัส (everolimus) ยาเหล่านี้ทำให้ผู้ป่วยมีทางเลือกในการรักษามากขึ้น นอกจากยาที่กล่าวมาแล้ว ยังคงมีการพัฒนายาใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ดียิ่งขึ้นต่อไป
———-
ข้อมูลจาก : ผศ.พญ.ธิติยา สิริสิงห เดชเทวพร หน่วยมะเร็งวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี