เมื่อตอนเป็นเด็ก ซูซาน สตวร์ท เคยปีนป่ายจากหน้าต่างที่ชั้นสามของตึกและสไลด์ตัวลงมาตามท่อเพื่อไปหาลูกสุนัขที่ลานเด็กเล่นของโรงเรียน ในห้องเรียน เธอไม่สามารถนั่งอยู่เฉยๆ และต้องนั่งพูดจ้อไปเรื่อยๆ การมีสมาธิดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้เลย สตวร์ท ซึ่งขณะนี้อายุได้ 43 ปี และเป็นพยาบาลขึ้นทะเบียนอยู่ที่เมืองทาโคม่า, มลรัฐวอชิงตัน กล่าวว่า “โรคสมาธิสั้น (attention deficit hyperactivity disorder หรือ ADHD) มันเหมือนกับมีทั้งโทรทัศน์ วิทยุ และคนอีกสักสี่คนกำลังพูดอยู่กับคุณในเวลาเดียวกัน” ปัจจุบัน เธอใช้วิธีจดบันทึกสิ่งที่ต้องทำ, ใช้ปฏิทินอีเลคทรอนิค, รับประทานยา, และคอยกำกับควบคุมชีวิตเอาไว้เธอกล่าวว่า “ช่วยให้ดิฉันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของตัวเอง”
ราว 5 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใหญ่เป็น ADHD แต่ก็มีเพียงหนึ่งในห้าเท่านั้นที่ต้องการความช่วยเหลือ นายแพทย์ เจฟฟรีย์ แอนเดอร์ส, M.D. จากมหาวิทยาลัยแห่งวิสคอนซิน-เมดิสัน กล่าวว่าเมื่อตอนเป็นเด็ก การที่คนเหล่านั้นไม่มีการจัดระเบียบให้ตนเอง และการไม่มีสมาธิ ทำให้ถูกมองว่าเป็นเด็กขี้เกียจหรือไม่ก็ไม่เชื่อฟัง ไม่ได้มองกันว่าเกิดจากความผิดปกติในเคมีของสมองในการค้นและหาว่าเป็น ADHD ในผู้ใหญ่ ให้ทำดังนี้
* มองหาสัญญาณต่อไปนี้ หลุกหลิกเป็นอย่างมาก, ไม่มีระเบียบในตนเอง, ยากที่จะมีสมาธิและทำงานให้เสร็จ
* ให้ถามถึงแผนการรักษา การใช้ยา (Ritalin, Adderall ยาต้านอาการซึมเศร้าบางอย่าง) พร้อมเทคนิคการปรับปรุงพฤติกรรมเพื่อให้เป็นคนมีระบบ, รู้จักบริหารเวลาและรู้จักไล่เรียงความสำคัญ จะมีประสิทธิภาพมาก
ที่มา : วารสารอาหาร&สุขภาพ ปีที่ 22 ฉบับที่ 142 พ.ศ. 2553