หลังจากรู้จักกันแล้วว่าหนังสือแนวมิส-ลิท คืออะไร เรามาดูกันซิว่า หนังสือประเภทนนี้ พวกเราเคยผ่านตา และเคยอ่านกันมาบ้างหรือเปล่าในประเทศไทยเอง ก็มีหนังสือแนวมิส-ลิทจากต่างประเทศหลายเล่มที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เช่น
Die Ek, Anna (แอนนา อย่าบอกใคร!) เรื่องราวที่ถ่ายทอดในลักษณะบันทึกความทรงจำของ Elbie Lotter เด็กหญิงคนหนึ่งในครอบครัวทางแอฟริกาใต้ที่ถูกพ่อเลี้ยงข่มขืนตั้งแต่แปดขวบ เล่มนี้เคยติดอันดับหนังสือขายดีของแอฟริกาใต้ และเมื่อแปลเป็นภาษาอังกฤษก็ติดอันดับต้นๆ ในหนังสือพิมพ์ ซันเดย์ ไทมส์
หรือเรื่องราวที่เคยสร้างเป็นภาพยนตร์ บางคนอาจเคยดูและเคยอ่านมาแล้วอย่างเช่น The White Masai (ล่ารักนักรบมาไซ) เรื่องจริงที่เกิดขึ้นในเคนยาของ โครินเน ฮอฟมันน์ สาวนักธุรกิจจากสวิตเซอร์แลนด์ ที่ตกหลุมรักนักรบมาไซ ขณะไปท่องเที่ยวในเคนยา ซึ่งเธอต้องเผชิญกับความแปลกแยกมากมาย ซึ่งขณะนี้มีสองภาคต่อเรียบร้อยแล้ว

หรือผลงานของซินหลัน ใน Sky Burial (ฝังเธอที่ปลายฟ้า) เรื่องจริงยิ่งกว่านิยายของแพทย์หญิงชาวจีน “ซูเหวิน” ที่ติดตามหาสามีผู้เป็นแพทย์ “เคอจุน” ซึ่งสูญหายไปในปฏิบัติการระหว่างจีนและทิเบตอย่างเด็ดเดี่ยวและกล้าหาญโดย ใช้เวลากว่าสามสิบปี
หรือหนังสือเรื่อง จัณฑาล ( Untouchables ) ที่แต่งโดย นเรนทรา จาดฮาฟ ผู้แปลคือวีระยุทธ เลิศพูลผลเป็นเรื่องราวของชนชั้นวรรณะในอินเดีย ซึ่งนับพันๆปีมาแล้วที่คนวรรณะต่ำสุดใน ศาสนาฮินดูอย่างจัณฑาล ถูกปฏิบัติราวไม่ใช่มนุษย์ หนังสือเล่มนี้ เป็นเสมือนหนึ่งกระบอกเสียงให้กับชนชั้นที่ถูกกดขี่ นเรนทรา จาดฮาฟ ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านคำบอกเล่าจากสมุดบันทึกความทรงจำของพ่อที่ตะเกียกตะกายฝันที่จะได้รับความเท่าเทียมในสังคมอินเดีย ความรักที่ยิ่งใหญ่ของพ่อ ความแน่วแน่กล้าหาญ และเหนืออื่นใดคือ ชัยชนะในการปลดแอกตัวเองและลูกๆจากระบบวรรณะ
ตัวอย่างหนังสือแนวนี้ยังมีอีกมากมายหากสนใจอาจดูได้ที่www.sanskritbook.com
นักเขียนหนังสือแนวนี้ส่วนใหญ่จะเปิดเผยข้อมูลในชีวิตจริงอย่างหมดเปลือก เหมือนการการปลดปล่อยพันธนาการแห่งความเจ็บปวดและความอึดอัดจากการที่ต้องเก็บงำความจริงไว้ การบรรยายเหตุการณ์อันเป็นเสมือนปมในใจของนักเขียนหนังสือแนวมิส-ลิท ซึ่งส่วนใหญ่กล่าวว่าเรื่องที่เขียนเป็น ‘บันทึกประสบการณ์จริง’ ของตัวเอง เป็นสิ่งที่คนอ่านต้องการรับรู้ เพื่อที่จะติดตามต่อไปว่าการก้าวข้ามผ่านปัญหาอันหนักหน่วงและการเยียวยาจิตใจของผู้เขียนมีกระบวนการอย่างไร และเป็นแรงขับเคลื่อนเป็นเสมือนกำลังใจให้คนอีกมากที่ต้องเจอกับปัญหาและความเลวร้ายในชีวิต และขั้นตอนการเอาชนะจิตใจเพื่อผ่านพ้นปัญหาอันเลวร้ายนี้ให้ได้
ข้อมูลและรูปภาพจาก : www.sanskritbook.com และ http://movie.mthai.com/
และ http://www.prachatai.com/05web/th/home/page2_print.php?mod=mod_ptcms&ContentID=8118&SystemModul
2 thoughts on “มิส-ลิท (Mis Lit) (2) : การเยียวยาผู้เขียนและผู้อ่านด้วยวรรณศิลป์”
Leave a Reply
You must be logged in to post a comment.
ความเห็นส่วนตัวสำหรับการอ่านหนังสือ…คิดว่าคนเราควรอ่านหนังสือที่มันหลากหลาย อ่านทุกๆเรื่อง ทุกๆแนว อย่าไปจำกัดประเภทการอ่านเท่าที่เราชอบ เพราะการอ่านแต่ในสิ่งที่เราต้องการ บางที่อาจทำให้มุมมองของเราแคบลง ส่วนที่ใครจะชอบแนวไหนนั้นก็สุดแต่ใจครับ เหมือนกับการกินอาหาร คนเราควรกินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ แต่ความชอบในรสหรือประเภทอาหารอาจแตกต่างกันไป
……..หนังสือแนวมิส-ลิท อ่านแล้ว หดหู่ ยิ้มไม่ออก แต่ก็ควรอ่าน เหมือนกินมะระ มันขม แต่มีประโยชน์นะ
เห็นด้วยกับพี่กวีค่ะ อย่างที่ comment ไว้ใน มิส-ลิท (1) ส่วนตัวอ้อเองก็เลือกอ่านเรื่องที่พออ่านได้ แล้วเอาข้อคิดจากเรื่องหรือสถานการณ์มาใช้สอนตัวเอง หรือคนรอบข้าง หนังสือแนวนี้บางเรื่องค่อนข้างหนัก อ่านแล้วเครียด และคิดมาก พวกเราคนที่ทำงานในห้องสมุดอาจโชคดีกว่าคนอื่นๆ ที่ได้พบเห็นหนังสือที่มันหลากหลายประเภท อ่านบ้างไม่อ่านบ้าง แต่ก็ผ่านตา ถือว่าเป็นกำไรของชีวิตที่ได้จากอาชีพการทำงาน