ช่วงที่ผ่านมามีโอกาสได้พูดถึงตลาดน้ำเหล่าตั๊กลักกันอีกหน เรื่องราวต่างๆที่ลืมเลือนไปก็ย้อนกลับมาสู่ความทรงจำกันอีก สายน้ำ ผู้คน วิถีชีวิต รวมทั้งอาหารการกินที่นั้นทำให้เราอยากกลับไปอีกครั้ง พูดถึงอาหารที่นั้น เมนูอาหารอย่างหนึ่งที่หลายคนกล่าวถึงก็คือ “ข้าวแห้ง” บางคนติดใจในรสชาด แต่บางคนยังไม่เคยลิ้มลอง หรือหน้าตาเป็นอย่างไรก็ยังนึกไม่ออก วันนี้จะพาไปชมและชิมข้าวแห้งกันครับ
ฝนตกเกือบทุกวันแต่วันนี้อากาศดี ท้องฟ้าแจ่มใส แดดแรงมาก หลังจากเสร็จภาระกิจเรียบร้อยแล้ว มองดูนาฬิกา 10 โมงกว่าๆ แต่งเนื้อแต่งตัว เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการเดินทาง สูบลม เครื่องมือปะยาง โทรศัพท์ กระเป๋าสตางค์ น้ำดื่ม แล้วก็กล้องถ่ายรูป ทุกอย่างพร้อม ออกเดินทางกันดีกว่า
วันนี้ปลายทางอยู่ที่วัดบางพระครับ ไม่ไกลจากบ้านมากนักราวๆ12-13 กิโลฯ ออกจากบ้านตอนนี้คงได้กินข้าวแห้งมื้อเที่ยงพอดี ในช่วงระหว่างการเดินทางคงมีเวลาแวะชมนกชมไม้ไปเรื่อยๆ แบบไม่ต้องรีบร้อน สบายๆครับ
จุดแรกแวะชมคลองเจดีย์บูชา เป็นคลองที่ถูกขุดขึ้นตั้งแต่ สมัยรัชกาลที่ 4 ขุดจากแม่น้ำนครชัยศรี เข้าไปจนถึงตัวจังหวัดนครปฐม เพื่อใช้ในการเดินทางและการไปนมัสการพระปฐมเจดีย์ ในสมัยรัชกาลที่ 5 ท่านได้เสด็จประพาสพระปฐมเจดีย์โดยผ่านทางคลองนี้ด้วย ปัจจุบันคลองเจดีย์บูชาบางช่วงบางตอนตื้นเขิน ไม่สามารถใช้เป็นเส้นทางสัญจรได้แล้ว
จากคลองเจดีย์บูชา ไม่ไกลกันนัก มองเห็นสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำนครชัยศรี สะพานนี้สร้างขึ้นก่อนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ในช่วงเกิดสงคราม ถูกทหารญี่ปุ่นโจมตี โดยใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดเพื่อทำลาย เป็นการตัดเส้นทางการเดินทัพ ในช่วงที่เป็นเด็กๆ ปู่มักจะเล่าเรื่องเหตุการณ์ต่างๆของตลาดท่านาที่โดนภัยสงคราม ชาวบ้านส่วนใหญ่รวมทั้งย่าต้องพาลูกๆอพยพหนีภัยไปอยู่ที่วัด เหลือเพียงผู้ชายไม่กี่คนที่ต้องเฝ้าทรัพย์สินอยู่ที่บ้าน( เสียดายที่เกิดไม่ทันไม่งั้นคงมีโอกาสถ่ายรูปโกโบริตัวเป็นๆอวดกัน) สะพานรถไฟแห่งนี้มีเรื่องเล่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ทั้งปาฎิหารย์ ทั้งน่ากลัวหวาดเสียวที่เกิดขึ้นในช่วงสงคราม ปัจจุบันมีการสร้างสะพานขึ้นมาใหม่อีกสะพาน คู่ขนานกันไปแต่มีขนาดใหญ่กว่ากัน โดยออกแบบให้มีทางเดินอยู่ด้านข้างสำหรับชาวบ้านที่ใชัสัญจรไปมา แต่ก่อนที่ยังไม่มีสะพานอันใหม่นี้ เวลาที่ต้องเดินข้ามสะพาน บอกได้ว่าน่าหวาดเสียวที่สุด เมื่อตอนยังเรียนหนังสืออยู่ชั้นประถม มีเพื่อนคนหนึ่งบ้านอยู่เชิงสะพานแห่งนี้ เคยไปเที่ยวบ้านเพื่อนโดยต้องเดินข้ามสะพานบนทางรถไฟ เพราะไม่มีช่องทางเดินที่ทำไว้เฉพาะ สูงก็สูง เสียวก็เสียว จริงๆนะ ที่สำคัญถ้ารถไฟมาตอนกำลังเดินอยู่จะทำยังไง วิ่งเหรอ… คงไม่ไหวแน่ แค่เดินก็ยังตาลาย ขาสั่นไปหมด เพื่อนมันบอกว่าก็ปีนออกไปข้างๆยืนเกาะโครงเหล็กสะพานเอาไว้ แต่เกาะแน่นๆหน่อยนะ เพราะเวลารถไฟวิ่งผ่านมันจะสั่นๆๆๆๆๆๆมาก โชคดีวันนั้นเอาชีวิตรอดกลับมาได้ และไม่เคยเดินข้ามไปบ้านเพื่อนคนนี้อีกเลย ครั้งนี้ขณะที่ยืนถ่ายรูปอยู่บนสะพานเพลินๆ ได้ยินเสียงหวูดรถไฟดังมาแต่ไกล ตกใจเหมือนกันแต่ว่าสะพานที่เรายืนอยู่มีทางเดินเฉพาะ ไม่เกี่ยวกันกับไอ้ที่รถไฟมันจะวิ่งมานี่หว่า ค่อยยังชั่วหน่อย พยายามตั้งสติ คิดว่าจะถ่ายรูปรถไฟตอนวิ่งผ่านสะพานให้ได้ ถ่ายมุมไหนดีล่ะ ถ่ายให้เห็นหัวขบวนได้ไหม หันไปหันมา ที่ยืนก็จำกัดไม่ทันได้คิดอะไรต่อเลย รถไฟมาถึงตัวแล้ว ต้องหันหน้าหลบ กัดฟันยกกล้องขึ้นกดชัตเตอร์ได้แค่สองที ออกมาแบบที่เห็นนั้นแหละครับ
บนสะพาน เป็นจุดชมวิวที่สวยงามจุดหนึ่ง มองเห็นท้องน้ำ มองเห็นตลาดท่านาอยู่ไกลๆนี่ถ้ามีโอกาสอยู่บนสะพานแห่งนี้ในยามค่ำคืน สีแสงของตลาดท่านา คงสวยงามไปอีกแบบหนึ่ง จากสะพานปั่นจักรยานบนถนนปูนแคบๆเลาะริมแม่น้ำไป แต่ยังสามารถมองเห็นความสวยงามของสะพานกับสายน้ำอยู่ ชาวบ้านแถบนี้จะสร้างศาลาท่าน้ำไว้เกือบทุกบ้าน เห็นแล้วให้อิจฉามาก นึกถึงบรรยากาศในยามเย็นแดดร่มลมตก ได้นั่งอยู่กับคนรู้ใจ มองสายน้ำไหลไป สายลมพัดมา ถ้ามีเครื่องดื่มเย็นเจี๊ยบ…เจี๊ยบด้วยล่ะก็ ฮือ (เข้าพรรษานะ)
ทิ้งสะพานและสายน้ำไว้เบื้องหลัง เพราะดูเวลาแล้วล่วงเลยไปพอสมควร เร่งฝีเท้าเร็วขึ้น ผ่าเปลวแดดที่ร้อนจัด เพื่อข้าวแห้งที่รออยู่ข้างหน้า อีกไม่กี่อึดใจ
ถึงแล้วครับ…ร้านที่จะพามาชิมกัน หากจะพูดถึงก๋วยเตี๋ยวไก่ไทย ชื่อของ ห้วยพลู/บางพระ คงการันตีความอร่อยได้ ในตัวเมืองนครปฐมมีร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ไทยเปิดขายอยู่หลายร้าน ได้ความว่าเป็นลูกหลานของคนห้วยพลู/บางพระจริงๆ ร้านที่จะพาไปชิมกันเป็นต้นฉบับร้านหนึ่ง ขายอยู่ที่วัดบางพระ รุ่นลูกเป็นคนขาย ตัวจริงไม่อยู่แล้ว
มีก๋วยเตี๋ยวน้ำ ก็มีก๋วยเตี่ยวแห้ง มีข้าวต้ม(ใส่น้ำ) ก็คงต้องมีข้าว(ต้ม)แห้ง อย่างที่บอกไว้หลายคนเคยชิม แต่อีกหลายคนยัง… ข้าวแห้งเป็นอาหารอย่างหนึ่งที่ตัวเองชอบ จะต้องสั่งทุกครั้งเมื่อไปที่ร้าน รสชาติข้าวแห้งมันเข้มข้น หอมน้ำมันกระเทียมเจียว คนที่ชอบก๋วยเตี๋ยวแห้งคงเข้าใจดี ยิ่งถ้าได้ไก่ไทยหนังหนึบๆด้วยล่ะก็ ไม่ต้องบรรยาย
ใครยังไม่เคยลองลิ้ม รีบไปชิมซะนะ หาได้ตามร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ไทยทั่วไป รับรองจะติดใจ วันนี้ขอลากลับก่อน โอกาสหน้าจะพาเที่ยวอีก……แล้วพบกัน
Mr.V
12 สิงหาคม 2554











