วันนี้นำเสนอเรื่องเกี่ยวกับภาษาอังกฤษทั้งๆ ที่ตัวเองก็ snake snake fish fish เรื่องที่นำเสนอเป็นเรื่องเกี่ยวกับการสอบภาษาอังกฤษ การสอบก็คือ “การวัดผลและประเมินผล” เมื่อจบการศึกษาในระบบเราอาจจะต้องเจอกับข้อสอบที่ไม่ได้ออกโดยครูผู้สอนเรา แต่ออกโดยผู้เชี่ยวชาญและผ่านการวิเคราะห์ แก้ไข ปรับปรุง เพื่อให้ข้อสอบมีประสิทธิภาพในการวัดผลได้ใกล้เคียงกับความสามารถของผู้สอบได้มากที่สุด ข้อสอบแบบนี้เรียกว่า standardized test (แบบทดสอบมาตรฐาน)
ในแวดวงภาษาอังกฤษ มี standardized test เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกอยู่จำนวนหนึ่ง ที่สำคัญๆ ได้แก่ TOEIC (Test of English for International Communication) IELTS (International English Language Testing System) และTOEFL (Test of English as a Foreign Language) โดยข้อสอบแต่ละแบบก็มีวัตถุประสงค์และรูปแบบแตกต่างกันไป กล่าวคือ
TOEIC ใช้วัดระดับภาษาอังกฤษที่ใช้ในที่ทำงาน คะแนนสอบสามารถเอาไปใช้ประกอบในการสมัครงาน เช่น งานสายการบิน  งานบริษัทต่างชาติ  โรงแรม หรือ งานอื่นๆ ที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก  คะแนนเต็มอยู่ที่ 990 คะแนน  ส่วนคะแนน TOEIC ขั้นต่ำของแต่ละงาน ก็แตกต่างกันไปตามความสำคัญของภาษาอังกฤษในงานนั้นๆ
IELTS คือการทดสอบภาษาอังกฤษระดับนานาชาติ ได้รับการออกแบบเพื่อใช้ประเมินความสามารถด้านภาษาอย่างมีประสิทธิภาพใน 4 ทักษะได้แก่ การฟัง การอ่าน การเขียนและการพูดรวมถึงความรู้ทางด้านไวยากรณ์และคำศัพท์ในการใช้ภาษาของผู้สมัครสอบที่ต้องการเรียนหรือทำงานในสถานที่ที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร  IELTS เป็นตัวสอบที่ร่วมมือกันระหว่าง The University of Cambridge ESOL Examinations ( Cambridge ESOL ) บริติช เคานซิล และ IDP : IELTS Australia
ข้อสอบ IELTS แบ่งเป็น 2 ประเภท  แบบแรกคือ academic มีวัตถุประสงค์ในการวัดระดับภาษาอังกฤษในเชิงวิชาการ ผลคะแนนมักใช้เพื่อเรียนต่อในระดับสูง เช่น การเรียนต่อในมหาวิทยาลัย โดยมหาวิทยาลัยจะเป็นผู้กำหนดคะแนนขั้นต่ำในการสมัครเข้าเรียนเอง  แบบที่สอง คือ general สอบเพื่อวัดระดับภาษาอังกฤษที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ผลสอบมักใช้เพื่อยื่นเรื่องขอย้ายถิ่น หรืออบรมวิชาชีพต่างๆ IELTS  ทั้งสองประเภทมีการวัดผลครบทุกทักษะ  แบ่งเป็น 9  ระดับ ผลสอบ IELTS ได้รับการยอมรับในหลายๆ ประเทศ เช่น อังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฯลฯ
TOEFL มีลักษณะและวัตถุประสงค์คล้าย IELTS แต่เน้นไปที่ academic ส่วนใหญ่ ใช้ผลคะแนนเพื่อการสมัครเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย  ลักษณะข้อสอบมี 2 แบบคือ paper-based test (สอบแบบเก่า โดยใช้ข้อสอบและดินสอ) คะแนนเต็ม 677 คะแนน กับ internet-based test (สอบโดยใช้คอมพิวเตอร์) คะแนนเต็ม 120 คะแนน  TOEFL ได้รับการยอมรับจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะอเมริกา
แม้ standardized test (แบบทดสอบมาตรฐาน)  จะได้รับการยอมรับว่ามีมาตรฐานและสามารถประเมินความสามารถทางภาษาอังกฤษของผู้สอบได้ดี แต่บางครั้งอาจมีปัจจัยอื่นๆ นอกจากความสามารถทางภาษาเข้ามาเกี่ยวข้อง คะแนนที่ออกมาจึงอาจไม่เป็นไปตามคาด (ต่ำเกินไปบ้าง สูงเกินไปบ้าง^-^)
Computer Today.  21, 408 (ปักษ์หลัง มิ.ย. 2554) : 68-69
http://www.edufirstschool.com/articlesielts3.html

One thought on “TOEFL, IELTS, TOEIC

  1. ดีเลย..ไม่ต้องหาอ่าน พัชคิดๆ อยู่เหมือนกันว่า มันแตกต่างกันอย่างไร (ฝันไว้น่ะว่า..เมื่อถึงโอกาสจะยัดเยียดให้เจ้าแทนลองสอบเอาไว้ เผื่อได้ใช้ประโยชน์ แรกๆ สอบตก หลายๆ ครั้งเข้าคงสอบได้) คงต้องไปดูรายละเอียดการสอบแต่ละอย่างอีกเนอะว่า อายุเท่าไหร่ สอบได้กี่ครั้ง ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่

Leave a Reply