ช่วงเดือนเมษายนของทุกปี จะเป็นช่วงที่หัวหน้าฝ่าย/งานของหอสมุดฯ จะได้รับบันทึกการไปราชการเพื่อแข่งขันกีฬาบุคลากร สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา ซึ่งที่ผ่านมามีเสียงสะท้อนอยู่เนืองๆ ….
หลายปีที่ผ่านมา…ตัวเองมักจะได้ยินเสียงบ่น เสียงว่า หรือเสียงอะไรต่ออะไรของหัวหน้าฝ่าย/งานต่างๆ เกี่ยวกับการที่บุคลากรหอสมุดฯ ต้องไปเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาบุคลากรสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ที่ว่าบ่นนั้นเค้าบ่น เค้าว่าอะไรกัน แล้วทำไมต้องบ่น ต้องว่า…???
จากที่ได้ยินมาหลายปี สรุปได้เป็น 2-3 สาเหตุของการบ่น การว่า นั่นก็คือ 1. เค้าไปเป็นนักกีฬากันตั้งแต่เมื่อไหร่ 2. ทำไมเค้าไม่มาบอกกล่าวหัวหน้าให้ทราบก่อนว่าจะไปแข่งกีฬา (ให้หัวหน้าทราบเองจากบันทึกไปราชการของมหาวิทยาลัยฯ 3. การเป็นนักกีฬาเนี่ยเป็นได้อย่างไร (ฝีมือดีเลยได้รับคัดเลือก, เดินไปสมัครเอง แล้วเค้ารับเลย โดยไม่ได้ดูว่าเล่นฝีมือเป็นอย่างไร และอื่นๆ)
เมื่อหัวหน้าไม่ทราบสาเหตุดังกล่าว บางฝ่าย/งาน ก็ไม่อนุญาต Feedback ที่ตามมาคือ คำว่า “ไม่ให้ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย” ส่วนบุคลากรหอสมุดฯ ก็จะพูดว่า “หัวหน้าไม่ให้ไป” โดยไม่ตามด้วยเหตุผลอันควรว่าทำไมเค้าถึงไม่อนุญาต ทำให้ในปัจจุบัน บุคลากรหอสมุดฯ จะใช้วิธีการตามข้อ 2 คือ ไม่บอกหัวหน้า รอให้บันทึกไปราชการมาเลย เป็นการมัดมือชกหัวหน้าไปในตัว
หัวหน้าฝ่าย/งานทั้งหลายมองว่า นักกีฬามหาวิทยาลัย ควรจะต้องเป็นบุคคลที่เล่นกีฬาชนิดนั้นอย่างสม่ำเสมอ มีทักษะฝีมือในกีฬาชนิดนั้นๆ เป็นอย่างดี รวมถึงต้องมีการฝึกซ้อม มีการแข่งขัน จนเป็นที่ประจักษ์ว่ามีฝีมือในการเล่นกีฬาชนิดนั้นๆ อย่างแท้เจริง ไม่ใช่แค่เคยเรียนตอนมัธยม เลยพอจะเล่นกีฬานั้นได้ แต่หลังจากนั้นมายังไม่เคยเล่นกีฬานั้นๆ อีกเลย แล้วจู่ๆ ก็จะเป็นนักกีฬากันได้ยังไง
ตัวอย่างเช่น นักกีฬาฟุตบอล หรือกรีฑา ของหอสมุดฯ ที่มีการฝึกฝน ฝึกซ้อมและแข่งขันกันอย่างต่อเนื่อง ประสบความสำเร็จบ้าง ผิดหวังบ้างก็ตาม ซึ่งเค้ามีการเล่นและฝึกซ้อมกันมาอย่างต่อเนื่อง อย่างนี้จึงสมกับเป็นนักกีฬา
อีกสิ่งหนึ่งที่หัวหน้าฝ่าย/งานบ่น ก็คือ หากไม่ได้มีฝีมือในกีฬาอย่างแท้จริง แล้วไปเป็นนักกีฬาบุคลากรมหาวิทยาลัยแล้ว เป้าหมายคืออะไร (เพื่อชนะ เพื่อแพ้ เพื่อไปฝึกฝีมือการเล่น เพื่อไปเที่ยว เป็นต้น)
ในฐานะที่ตัวเองเป็นนักกีฬามาหลายปีนับตั้งแต่เรียนที่มหาวิทยาลัยศิลปากร จนกระทั่งเป็นบุคลากรของมหาวิทยาลัย และเป็นนักกีฬาบุคลากรของมหาวิทยาลัยมากว่า 15 ปี (ประสบความสำเร็จบ้าง ไม่บ้าง เสียดายบ้าง) เล่นกีฬาได้หลายประเภท แต่ถามตัวเองดูแล้วว่าที่เล่นได้ ก็แค่เป็นการออกกำลังกาย และความสนุกสนาน แต่ถ้าจะเอาประเภทที่เหมาะสมกับตัวเองก็มีแค่เพียง 1 หรือ 2 ประเภทเท่านั้น (Confirm) และที่สำคัญทนไม่ได้ที่หัวหน้าฝ่าย/งานจะมาบ่น มาว่า กันได้อยู่ทุกๆ ปีไป (แถมบอกว่าที่ให้ไปก็จำยอมตามบันทึกของมหาวิทยาลัย…ซะอีก)
ก็อยากจะชวนน้องๆ ที่จะได้ชื่อในบันทึกไปราชการในฐานะนักกีฬาของมหาวิทยาลัยว่า…. เราควรจะแจ้งให้หัวหน้าทราบล่วงหน้าว่าเราจะไปเล่นกีฬา เพื่อให้หัวหน้า say yes หรือ say no (หัวหน้าเค้าคง say no อย่างมีเหตุผลอันควร) หากได้รับการ say yes แล้ว ก็ไปแจ้งให้ผู้จัดการทีมกีฬานั้นๆ ทราบว่าไปเล่นกีฬาได้ แต่หากหัวหน้า say no ก็ไปแจ้งให้ทราบพร้อมเหตุผลของหัวหน้าที่ถูกต้องครบถ้วน ไม่ใช่บอกแค่ว่า “หัวหน้าไม่ให้ไป”
อย่างปีนี้ตัวเองก็ไม่ได้แจ้งให้หัวหน้าหอสมุดทราบล่วงหน้า พอดีช่วงนั้นมัวแต่ไปร่าเริงอยู่กับการบริการชุมชน จนลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเลยแม้แต่น้อย…
เหนือสิ่งอื่นใด…คงต้องถามตัวเองให้ดีก่อนว่า เราเป็นนักกีฬาจริงๆ หรือไม่…??? …. เรื่องนี้มีแต่ตัวเองเท่านั้นที่จะตอบตัวเอง และตอบคำถามหัวหน้าฝ่าย/งานได้ดีที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดเสียงกร่น บ่น ให้เรารำคาญหัวใจไปตลอดทั้งกะปี… 😥
5 thoughts on “นักกีฬามหาวิทยาลัย…???”
Leave a Reply
You must be logged in to post a comment.
ไม่รู้ว่าผิดไหมที่คิดแบบนี้ แต่ขอบอกตามตรงว่าอึดอัดแบบจุกอกปีละครั้ง เพราะต้องตอบคำถามกับหลายคนบอกว่ามันคือสปิริต และกับหลายคนเช่นกันบอกว่าไมใช่ รวมทั้งเป็นหัวข้อสนทนา มีวิวาทะกันก้อหลายครั้ง แต่เอาเถอะอายุมากแล้ว ปัจจุบันพยายามจะทำตัวให้ชินกับภาวะแบบนี้ ด้วยการอ่านหรือฮัมเพลงกราวกีฬา แบบพยายามเข้าใจในความหมายและความรู้สึกของ “นักกีฬา” แบบทุกตัวอักษร ทุกคำ ทุกย่อหน้า ฯลฯ
พวกเรานักกีฬาใจกล้าหาญ เชี่ยวชาญชิงชัยไม่ย่นย่อ คราวชนะรุกใหญ่ไม่รีรอ คราวแพ้ก็ไม่ท้อกัดฟันทน
(สร้อย) อึม อึม อึม อึม กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ… ฮ้าไฮ้ ฮ้าไฮ้ กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ
แก้กองกิเลสทำคนให้เป็นคน ผลของการฝึกตน เล่นกีฬาสากล ตะละล้า
ร่างกายกำยำล้ำเลิศ กล้ามเนื้อก่อเกิดทุกแห่งหน แข็งแรงทรหดอดทน ว่องไวไม่ย่นระย่อใคร
(สร้อย) อึม อึม…
ใจคอมั่นคงทรงศักดิ์ รู้จักที่หนีที่ไล่ รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ไว้ใจได้ทั่วทั้งรักชัง
(สร้อย) อึม อึม…
ไม่ชอบเอาเปรียบเทียบแข่งขัน สู้กันซึ่งหน้าอย่าลับหลัง มัวส่วนตัวเบื่อเหลือกำลัง เกลียดชังการเล่นเห็นแก่ตัว
(สร้อย) อึม อึม…
เล่นรวมกำลังกันทั้งพวก เอาชัยสะดวกมิใช่ชั่ว ไม่ว่างานหรือเล่นเป็นไม่กลัว ร่วมมือกันทั่วก็ไชโยฯ
(สร้อย) อึม อึม…
ก็เห็นด้วยนะที่จะสนับสนุนให้เป็นนักกีฬา เพื่อจะได้รู้จักคำว่าแพ้ ชนะ ให้อภัย และจะได้มีร่างกายแข็งแรง แต่เท่าที่ผ่านมาก็มีบางท่านที่เป็นนักกีฬาแบบกระเสาะกระแสะ คือ ป่วยบ่อย ลาป่วยได้ทุกเดือน แบบมีถือว่ามีสุขภาพไม่แข็งแรงใช่หรือไม่ค่ะ ไม่ทราบว่าเป็นนักกีฬาได้อย่างไร
อ่านและร้องเพลง “กราวกีฬา” ของท่านหัวหน้าฝ่าย ไปหลายรอบ จึงขอส่งแรงเชียร์ แรงใจ เชียร์นักกีฬาศิลปากร ทุกท่าน เพื่อชัยชนะ สู้ สู้ ทำไม่นะ เราไม่ไปเป็นนักกีฬาให้กับมหาวิทยาลัยบ้าง (หลายคนเริ่มคิด ) ดังนั้น นัยนา ขอเริ่มจุดประกายฝันของท่านให้เป็นจริง โดย จะเปิดรับสมัคร “แข่งขันจัดเรียงหนังสือเข้าชั้น ” ไม่จำกัดเพศและวัย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปเพื่อเตรียมความพร้อมกำลังแขน ไว้ลงแข่งขัน ยกน้ำหนัก ดีกว่าไป ยิงนก ตกปลา ดำน้ำ ดูประการัง เสียอีก อย่าลืมนะ รีบสมัครกันไวไว ไม่จำกัดจำนวน เพราะหนังสือมีจำนวนมาก รอพวกท่านอยู่
555555555555555 วุ๊ยส์คิดได้ไงเนี่ย
เอาเข้าไป..ป้าติ๋ว..เรื่องกีฬาเอามาเป็นเรื่องจัดชั้นซะได้…