Blog นี้เพิ่งเปิดตัวไม่นาน แต่มีสมาชิกเข้ามาใช้บริการเขียน บอกเล่าเรื่องต่างๆ เยอะจริงๆ เลยกะว่าจะเลือกเป็นผู้อ่านให้มาก ที่ไหนได้ เผลอลืมเข้ามาแวะอ่านหน่อยเดียว เรื่องราวเกิดขึ้นอีกมากมาย แสดงว่า แต่ละคนมีแนวคิดสร้างสรรค์กันหลากหลาย มีองค์ความรู้หลายเรื่องราวรวมอยู่ในถาดใบเดียว แล้วแต่คนที่เข้ามาอ่านจะเลือกว่าอยากชิมอยากอ่านเรื่องไหนก่อน มีความรู้สึกได้เลยว่า blog เป็นหนทางหนึ่งของการสร้างทีมได้ดีทีเดียว อยากคิดอยากเขียนอะไรก็เหมือนคนที่คิดเสียงดังๆ ทำให้คนได้อ่าน แถมช่วยส่งเสริมการอ่านแบบอัตโนมัติอีกด้วยนะ
วันนี้ อังคารที่ 12 พฤษภาคม 2552 ได้ไปฟังบรรยายเรื่อง “ทีม ไม่ เวิร์ก” โดย นายแพทย์สุริยะเดว ทรีปาตี จากสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี จัดที่คณะเภสัชศาสตร์ ตอนแรกคิดว่าจะได้ฟังสัก 2-3 ชั่วโมง ถึงเวลาจริงๆ ได้ฟังแค่ประมาณ 50 นาที เพราะเหตุจากฝนตก รถติด เลยทำให้การรับวิทยากรมาถึงล่าช้ากว่ากำหนด ขณะที่หมอต้องรีบกลับ เพราะมีธุระอื่นๆ รออยู่มาก หมอบอกว่าวันๆ หนึ่งต้องทำงานแบบ 4 อิน 1 หมายความว่า ต้องทำงานเป็นวิทยากร เป็นอาจารย์แพทย์ เป็นผู้วางแผนโครงการที่รับผิดชอบ เป็นผู้ที่ต้องไปดูแลคนไข้ ยังไม่นับการต้องทำหน้าที่พ่อและหน้าที่ของลูกที่ต้องดูุแลพ่อของหมอ
หมอทำงานได้อย่างไรหรือ เพราะหมอเก่ง หรือเพราะทีมงานเก่ง หรือทั้งสองอย่าง
เรามาเริ่มที่การแข่งฟุตบอลกันดีกว่า หากทีมๆ หนึ่งมีโค้ดที่เก่งและเยี่ยมมาก ทีมงานผ่านการซ้อมมาอย่างดีก่อนลงแข่ง เมื่อถึงวันแข่ง ทีมงานพร้อมในสนาม แต่ไม่มีใครสนใจจะแย่งลูกบอล ผู้ทำหน้าที่ประตูรู้สึกเบื่อๆ กับหน้าที่นี้ ขอนอนดีกว่า ปล่อยให้อีกฝ่ายเตะบอลเข้าประตูเราแบบสบายๆ โค้ดต้องขอเวลานอก ทีมบอลก็ไม่สนใจเหมือนไม่ได้ยินที่ตะโกนบอกซะงั้น โค้ดต้องบอกว่า มากินขนมกันเถอะ เด็กๆ ที่แข่งบอลเลยรีบกุลีกุจอวิ่งมาแบมือขอ โค้ดต้องทบทวน วาดผังว่าใครควรทำอะไรๆ อย่างไร ผลเป็นอย่างไรหรือ การทำงานแบบทีมเวิร์กครั้งนี้ดีขึ้นเล็กน้อย
ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ต่อให้โค้ดเก่งแค่ไหน คนเล่นเก่งแค่ไหน เป้าหมายเลิศ แต่ถ้าคนเล่นในเกมนั้นไม่รู้ว่าจะเล่นไปเพื่ออะไร ไม่รู้ว่าทำไปแ้ล้วผลไปตกที่ใคร เขาจะได้อะไร จึงมักเจอแต่คนที่มือไม่พาย เอาเท้าราน้ำ หรือติไว้ก่อน พอใช้ให้ทำงานอะไร มักได้ยินว่า งานเดิมยังไม่ลด มีงานใหม่เพิ่ม ยุ่งเหลือเกิน
การทำงานที่ดี ต้องให้อิสระผู้ทำงาน ไม่ต้องสนใจ ไม่ต้องบังคับว่าเข้าทำงานกี่โมง ออกกี่โมง อย่าไปจุกจิก หรือทำตัวโอเว่อร์ เพราะไม่ได้ใจคนทำงานเลย ให้เปลี่ยนมาเป็นการนับเนื้องานดีกว่าไหม แต่(ทุก)คนทำเขาต้องรู้นะว่าเขาเป็นฟันเฟืองตัวไหน ถ้าขาดเขาแล้ว หน่วยงานจะพบปัญหาใด คนเราคิดต่างได้ แต่อย่าแตกแยก ผู้ทำหน้าที่ควบคุมต้องทำตัวเป็นเข็มทิศวางระเบียบการทำงาน ลำดับความสำคัญก่อนหลัง อะไรเป็นงานหลัก อะไรเป็นงานรอง ต้องมีการเตรียมงานทุกวันว่าทุกคนเข้าใจตรงกันไหม ก้าวเดินไปทางเดียวกันหรือเปล่า นำมุมต่างมาประสานความคิดให้เกิดวิํธีการใหม่ที่เป็นพลังยิ่งใหญ่
หมอยกตัวอย่างเด็กแฝดคู่หนึ่งที่รักกันมากๆ ตั้งแต่เกิด จะคิดจะเลือกทำอะไรก็จะทำเหมือนๆ กัน เมื่อจะเข้ามหาวิทยาลัย ก็จะเลือกเรียนสถาปัตย์ในมหาวิทยาลัยเดียวกัน ซึ่งยากที่จะเป็นเช่นนั้น หมอจึงต้องหาวิธีพูดคุยให้เด็กหญิิงคู่นี้ยอมรับได้ว่า ดีเหมือนกันที่คนหนึ่งจะไปเรียนสถาปัตย์ที่ศิลปากร อีกคนไปเรียนที่สถาปัตย์จุฬาฯ เพื่อจะได้นำจุดเด่นของสองที่มาสร้างเป็นจุดเด่นใหม่ เป็นการนำจุดแข็งของแต่ละหน่วยให้เกิดเป็นวินๆ เป็นผลสำเร็จที่เกินเป้าหมาย 100 % ที่วางไว้
เราลองเปลี่ยนจากจับผิดคนมาเป็นจับถูก (มองในมุมบวก) ดีไหม เรามาเริ่มจากช่วยกันเขียนข้อดีข้อเสียขององค์กรดีไหม ผลการทดสอบพบว่า ผู้ทำงานซึ่งมีถึง 80 คนหรือมากกว่า (ฉพาะบุคลากรสายสนับสนุนที่สังกัดคณะเภสัช มศก.) พบว่า จำนวนบุคคลที่เห็นว่าคณะเภสัชมีจำนวนข้อดีมากกว่าข้อเสีย มีจำนวนน้อยกว่าอีกกลุ่มมาก ซึ่งคุณหมอเดวบอกว่า ถูกต้องที่เราต้องหาข้อมผิดขององคืกรให้มากที่สุดเพื่อจะได้ช่วยกันปรับแก้ไข หาวิธีการกระบวนการจัดการและตต้องมีการสร้างให้ทุกคนมีความเข้าใจตรงกัน และทุกคนต้องมีฝันด้วยนะ ต้องเริ่มทำกิจกรรมที่ยังไม่เคยทำ เพื่อให้รู้จักวางแผนงานของตนเอง ต้องทำตัวแอคทีฟด้วยนะ
ลองดูตัวอย่างของโทนี เขาไม่มีแขน หน้าตาไม่หล่อเหลา แต่เขาสามารถใช้เท้าเล่นกีต้าร์และร้องเพลงคลอไปด้วย เขาสามารถสะกดจิตให้้พระสันตปาปาและ้ทุกคนในโถงแห่งนั้นหยุดฟัง ในเนื้อเพลงบอกให้รู้ว่า เราไม่มีทางเหมือนกันได้เลย แต่เรามีเป้าหมายเดีียวกันในพระเจ้า เราจึงได้เดินมาถึงเป้าหมายเีดีียวกันคือได้มีโอกาสเข้าเฝ้าพระสันตปาปา การไม่ท้อถอยในชีวิตทำให้โทนีกลายเป็นบุคคลเด่นสุดในโถงแห่งนั้น เช่นนี้ถือว่าเขาทำสำเร็จเกินเป้าที่คาดไว้หรือไม่
กลับมามองหน่วยงานเราบ้าง ถ้าเทียบกับภาพที่พบวันนี้ บอกได้เลยว่า คนของเราดีเยี่ยม มาพร้อมเพรียงกัน มาก่อนเวลา แต่ได้พบว่าที่นี่เขาแบ่งงานกันเยอะ ทีมหนึ่งดูแลเรื่องสถานที่ ทีมที่สองดูแลเรื่องรถ ทีมที่สามดูแลเรื่องอาหาร อีกทีมดูแลเรื่องเอกสาร เฉพาะเรื่องสถานที่ กำหนดการไว้แน่นอนแล้วว่าจะไปเพชรบุรีวันพรุ่งนี้แล้ว เขาต้องมาคุยมาถามกันอีกว่าอยากไปแวะเที่ยวที่ไหน แวะซื้อของที่ไหน ส่วนทีมดูแลเรื่องอาหาร มีการจองไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะพาไปกินที่ไหน ไปถึงแล้วใครอยากกินอะไรก็ได้ สั่งได้ตามสบาย กองกลางจ่ายให้
เมื่อพิจารณาดูเอกสารที่ได้รับแจก เอกสารที่สวยตั้งแต่ปกหน้า ปกหลัง เอกสารที่บรรจุตัวโครงการ แผนดำเนินงาน เนื้อหาที่จะใช้ในการสัมมนา รายชื่อคณะทำงาน เรียกว่าไม่ต้องกังวลว่าเเร่องไหนจะหลุดหายไปอยูุ่่ที่ไหน เพราะข้อมูลแต่ละเรื่อง (เหมือนแต่ละฝ่าย) ได้มาเย็บรวมไว้ด้วยกัน จากหลายเรื่องกลายเป็นเรื่องเดียวกัน อาจจะดูว่าเปลือง แต่ก็ดูว่าคุ้ม เพราะว่าอย่างน้อยสุดก็มีเอกสาร 1 เล่มสำหรับให้ทุกคนเป็นเจ้าของ ทุกคนได้รู้เรื่องเดียวกัน มีเอกสารประจำหน่วยงานที่้พร้อมเป็นหลักฐานตรวจประเมิน
ในเอกสารเล่มนี้ ยังมีเรื่อง “ดงผู้ดี” ด้วย ใครสนใจไปอ่านกันเอง (บริเวณที่เซ็นชื่อ) สิ่งที่รู้สึกหงุดหงิดบ้างก็คือ ในใบกำหนดการสัมมนาบุคลากรของคณะเภสัช ให้รายละเอียดต่างๆ ไว้มาก แต่ลืมบอกชื่อห้อง ชื่ออาคารไว้ในกำหนดการ แม้จะรู้ชื่อห้องจากพี่แมวแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเป็้นอาคารไหน ทำให้เข้าใจว่าเป็นตึกด้านหลัง จริงๆ เขาจัดที่ตึกหลังแรก
เขียนมาเสียยืดยาว ช่วยกันสรุปได้ไหมว่า ชื่อเรื่องกับเนื้อเรื่องเดินไปทางเดียวกันหรือเปล่า
3 thoughts on “ก้าวสู่เป้าหมาย”
Leave a Reply
You must be logged in to post a comment.
ส่วนตัวแล้วชอบคุณหมอสุริยะเดว ทรีปาตี เวลาวิจารณ์เด็กพร้อมทั้งบอกวิธีการแก้ไข ซึ่งมีประโยชน์มากทั้งตัวเด็ก หรือตัวเราเองนั่นแหละ ในรายการพลเมืองเด็ก สนใจลองดูได้ตอนเย็นวันจันทร์และวันอังคาร ที่ช่อง NBT
วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม 2552 ตอนเช้าที่ประชุมหน่วยงานซึ่งทุกคนพร้อมเพรียงกัน ขอให้พี่หน่อยเล่าให้น้องๆทุกคนฟังอย่างละเอียด เกรงบางคนไม่ได้อ่าน blog พี่หน่อยได้รับการฟังจากสุดยอดของวิทยากรด้านนี้ ซึ่งก็คือ ความเป็นจริงที่รู้ๆกันอยู่และปฎิบัติอยู่แล้วนั่นเอง ฝากให้พี่หน่อยช่วยชักชวน (คงยังมีเหลืออยู่บ้าง) ผู้ที่คิดแง่ลบ ชอบจับผิด และปรับเปลี่ยนจิตใจคนชอบคิดว่าผู้อื่นจับผิดด้วย ป้าแมวทำมานานแล้ว คาดว่ายังมีเหลือไม่เกิน 5 คนในหน่วยงานหรือองค์กรเรา ที่แน่ๆ พี่หน่อยทำได้
สรุปว่า ที่…”ป้าแมวทำมานานแล้วน่ะ” จับผิด…หรือเปลี่ยนจิตใจเจ้าค๊า
555555 อ่านแล้วฮงฮงน่ะป้า 55555 ขำขำ อย่าซีเครียด….
ป้าหน่อย ชื่อเรื่องกับเนื้อเรื่อง…มันจะ เดินไปทางเดียวกันหรือเปล่า
ช่างเหอะ…เอาสาระละกัน…เอาไป 110 จ้า
และก็อยากให้พวกเรา มาช่วยกันลดช่องห่าง ช่วยกันเติม ช่วยกันถม
เพราะอย่างหนึ่งที่ “พวกเรา” ชาวหอสมุดฯ มีกันเกิน 100 อยู่แล้ว
คือ ความรัก “ในการทำงาน” เพราะ “พวกเรา” ถือว่า “งาน คือ งาน”
ถ้าไม่มีประสบการณ์เปรียบเทียบไม่กล้ายืนยัน นอนยัน ขนาดนี้ Confirm