มีผู้ใช้บริการ มาสอบถามที่เคาน์เตอร์ เห็นพี่เกค้นจาก opac ให้สักพัก ก็เข้ามาถามว่า ถ้าวิทยานิพนธ์ที่เรามี แต่ไม่มี fulltext ให้ download จะมี cd หรือเปล่า ผู้ใช้บริการต้องการ file ที่เป็น fulltext ปี 52
จึงได้อธิบายไปว่า ถ้าหากข้อมูลที่ปรากฏ ที่ opac เป็นอย่างไร ก็สามารถทำได้แค่นั้น เพราะหอสมุดไม่ได้เป็นผู้ทำ file fulltext วิทยานิพนธ์ขึ้นบนเว็บไซต์  ส่วน cd ก็ต้องแล้วแต่ทางบัณฑิตวิทยาลัยจะส่งมาให้
ซึ่งผู้ใช้บริการบอกว่า ผมกำลังเรียนอยู่จึงอยากได้ file ไปแก้ไข ผมจะได้ไม่ต้องพิมพ์มาก
ราก็  อ้าว! พูดได้จริงใจดีเหลือเกิน   จึงถามกลับไปว่า  ขอโทษนะคะ เรียนที่ไหนอยู่คะ
เขาตอบว่า ผมเรียนบริหารการศึกษา ของศิลปากรนี่แหละครับ
ไม่รู้ว่าความรู้สึกของผู้ใช้บริการ จะอยู่ประมาณว่า หากเป็นศิลปากรด้วยกันแล้วเราจะสามารถทำอะไรให้ได้มากกว่าที่เห็นหรือเปล่า ก็ไม่้รู้ แต่เรารู้สึกเหมือนเป็นเด็กประถมกำลังฟังการอธิบาย วิชาตรีโกณมิติ ที่หัวสมองเรารับไม่ได้จริงๆ  จึงได้แต่อึ้ง พูดอะไรไม่ออก  จนผู้ใช้บริการคงสงสัยว่าทำไมถึงเงียบกันไป ทั้งเราและพี่เก จึงพูดว่า
ก็บทที่ 2 บทที่ 3  คงเหมือนๆ กัน ไม่ใช่หรือครับ ผมจะได้เอาไฟล์ไปใช้ได้เลย
พี่เกก็นั่งหน้าหงิก เราก็ยังพูดไม่เป็น จนผู้ใช้บริการหันหลังเดินออกไป แต่ยังไม่วาย แวะที่เคาน์เตอร์ไปยืนดูหน้าจอวิทยานิพนธ์เล่มที่เขาต้องการ แล้วพี่เกเปิดหน้าจอไว้ คงจะดูให้แน่ใจว่า ไม่มี cd ให้บริการ ไม่มี fulltext ให้ copy
ได้พบแบบนี้จังๆ แสดงความ..กันแบบไม่รู้สึกผิด ไม่รับรู้ถึงจริยธรรม  โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เรียนไปเป็นผู้บริหารสถานศึกษา  แล้วจะมีจริยธรรมถ่ายทอดให้กับนักเรียนได้อย่างไร  ไม่รู้ว่าทางคณะจะมีวิธีการตรวจสอบและป้องกันได้บ้างหรือเปล่า   😥

6 thoughts on “ทำไงดี!!!

  1. วันหลังส่งมาหาหัวหน้าหอสมุดนะคะ…จะได้อบรมจรรยาบรรณในการเป็นนักวิจัยที่ดี สงสัยต้องแจ้งให้บัณฑิตวิทยาลัยและคณะวิชาได้รับรู้ซักหน่อย ว่ามหาบัณฑิตของเราจบไปอย่างมีคุณภาพมากน้อยเพียงใด ปกติก็ลอกก็ copy กันอยู่แล้ว นี่ถึงขนาดจะเอาไฟล์ไปแก้ไขเป็นของตัวเองเลย ยอดจริงๆ …กรณีนี้คงเกิดมาหลายครั้งแล้ว แต่บังเอิญคนนี้แสดงความชัดเจนเป็นอย่างมาก เปิดเผย ทำให้บรรณารักษ์ต้องอึ้งและอึ้ง..

  2. น่ากลัวจังพี่พัช สองสามปีก่อนเราก็คุยกันนะในเรื่องแบบนี้ อาทิตย์ที่แล้วหนูก็เพิ่งเจอมาหมาดๆ ได้แต่ร้องเฮ้ออออ ออกมาดังๆ นับวันการทำงานวิจัยหรือการทำวิทยานิพนธ์หรือการทำผลงาน จะมุ่งไปที่ผลสำเร็จกันทั้งนั้น จะได้มาแบบไหนก็ได้ แบบฉันไม่ต้องทำ/ทำน้อยที่สุด เร็วรีบแบบอาหารแดกด่วน มีวิธีการหลายแบบตั้งแต่ ถามหาว่ามีใครรับจ้างบ้าง ที่ช่างกล้าพูดแบบไม่อายฟ้าดิน หรือมาแบบเนียนๆบอกว่าให้ช่วย แต่ไม่คิดมีความคิดเลยว่าจะต้องช่วยเหลือตัวเอง หรือยอมรับตัวเองว่าขาดอะไร ต้องพยายามเรียนรู้อะไรเพิ่มเติม บอกแต่ว่าเหนื่อย ไม่เป็น ไม่เคย ไม่ถนัด แล้วก็ทำกันไป ทำกันมาจนซวยกันทั้งระบบ ผลงานที่เสร็จออกมาไม่สามารถบอกได้เลยว่าคำพูดไหนหรือข้อความไหนออกมาจากตนเอง … ที่สุดก็หาความภูิมิใจในตัวเองไม่ได้ หรือก็มีบ้างที่สร้างความภูมิใจแบบจอมปลอม ระบบก็พัง เพราะหลังจากที่ได้มงกุฎไปแล้ว รักษาให้แวววาวไม่ได้ ปัญหาเรื่องนี้เป็นเรื่องระดับชาติเลยนะพี่ คงไปบอกให้ใครเชื่อเราไม่ได้ สำคัญอยู่ที่ตัวเองอย่าเผลอเข้าไปในวังวนแบบนี้ก็แล้วกัน แล้วให้เหตุผลว่าสิ่งที่ทำเป็นการช่วยเหลือ
    รักที่จะเรียน แต่ไม่คิดเรียนรู้ … ไม่เข้าใจจริงๆ และก็ไม่อยากจะทำความเข้าใจ …อ่านแล้วเซ็งอ่ะ คงแก้เซ็งด้วยการต่อเรื่องนี้อีกสักเรื่องดีกว่าเนอะ

  3. สั้นๆ ง่ายๆ แต่ได้ใจความ…คนฟังต่างหากที่อึ้งกิมกี่ มันเกิดอะไรขึ้นกับระบบการศึกษาของไทย (ไม่ใช่สิ) ระบบมันก็น่าจะดีอยู่แล้ว แต่คนที่เป็นผู้เรียนต่างหาก ที่ขาดซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างที่ควรจะเป็น นึกถึงว่าถ้าเค้าเป็นผู้บริหารโรงเรียน นักเรียนในโรงเรียนเค้าต้องจบออกมาเป็นคนแบบนี้หรือเปล่า มักง่าย เอาแต่ได้ เห็นแก่ตัว คำว่ามหาบัณฑิตคืออะไร…(copy, paste and edit จาก master ของชาวบ้าน)…อนาจแท้…

  4. นอกจากนักศึกษาของเราเองแล้ว ยังมีผลพวงจากการสัมมนาของคณะศึกษาศาสตร์ที่จัดที่โรงแรมเวลปีละหลายๆ รุ่น รับบรรดาคุณครูทั้งหลายที่ตั้งหน้าตั้งตาทำ คศ.3 อีกที่จะเข้ามาห้องสมุดในช่วงตอนพักกลางวัน และตอนเย็นหลังเลิกสัมมนา คุณครูที่มาห้องสมุดส่วนใหญ่ และจะมากันเป็นกลุ่มๆ จะบอกว่า ทำอะไรไม่เป็นเลย ช่วยหาให้หน่อย จะเิอาแบบนี้ เฉพาะเด็กประถมนะ วิชาวิทยาศาสตร์นะ พอหาให้คนนึง อีกคนนึงก็บอกของพี่เป็นแบบนี้ ใครเคยให้บริการคุณครูเหล่านี้บ้าง ยกมือขึ้น ส่วนของตัวเองแล้วบางทีรู้สึกเพลียใจ แต่ด้วยทำความเข้าใจว่า เขาไม่มีความรู้แบบที่พวกเรามี (ถ้าเขาทำได้อย่างพวกเรา จะมีบรรณารักษ์ไว้ทำไม..ใช่มั๊ย? ดังนั้นจงทำไปอย่างภาคภูมิใจเถิด แต่ถ้าเจอแบบอีตาคนนั้นก็เซ็ง) และเราเป็นผู้ให้บริการ ก็พยายามช่วย และอธิบาย ไม่รู้เหมือนกันว่าที่อบรมที่โรงแรมเวลนั้นเขาอบรมเรื่องอะไรกันบ้าง มีเรื่องเกี่ยวกับจริยธรรม และกฏหมายลิขสิทธิ์ และการอ้างอิง การเขียนบรรณานุกรม บ้างหรือเปล่า…ช่วงนี้น่าจะมีคุณครูเข้ามาหาข้อมูลกันมากขึ้น เพราะว่าใกล้จะถึงเวลาที่ต้องส่งผลงาน
    ในมหาวิทยาลัยเราก็มีผู้รับจ้างหลายคนเหมือนกันนะ มันเป็นเรื่องของ demand และ supply ที่สมดุลกันอยู่…

  5. ขอยกมือหมดทั้งสองข้างเลยเพราะเจอกับสถานการณ์แบบพี่พัชด้วยตัวเองมาแล้ว พออธิบายความว่าเป็นเป็น pdf จะเจ้าค่ะ ยังมีคนตอบว่าไม่เป็นไรที่บ้านมีโปรแกรมแปลงเป็น word จ้า หรือบางทีก็บอกเลี่ยงๆ (แบบไม่อยากให้เค้าเอาไปใช้ในทางที่ผิด)ว่า ข้อมูลในแผ่นอาจไม่เหมือนตัวเล่มนะ เค้าว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวค่อยไปแก้ดู อุแม่เจ้า! เธอสามารถมากค่ะ ส่วนเรื่องการหาตัวช่วยไม่ว่าจะเป็นทำให้ทั้งเล่ม บางส่วน ตรวจแก้ไข ตรวจบรรณานุกรม ช่วยหาหนังสือประกอบบทที่ 2 เจอมาหมดแล้วววว (แถมมีค่าตอบแทนอีกต่างหากว่ากันเข้าไป) บางครั้งเคยมีผู้ใช้บริการแอบวางค่าข้าวพร้อมโน้ตบอกไว้ให้ วิ่งเอาไปคืนแทบไม่ทัน ส่วนท่านครูและอาจารย์ทั้งหลายนั้นอิช้าน เรียกมาพร้อมหน้ากันแล้วอธิบายเป็นกลุ่มก้อน พร้อมสรุปว่า ต้องช่วยเหลือตัวเองก่อนค่ะ มาใช้บริการครั้งหน้าจะได้ไม่ต้องลำบาก สามารถหาได้ด้วยเอง ท่านตอบว่า พี่มาครั้งนี้ครั้งเดียวแหละค่ะน้อง อึ้งๆๆๆๆไปเลยเรา (แล้วไม่คิดจะไปใช้ที่อื่นหรือน้า สรุปว่าตอนเจอเรื่องพวกนี้บรรณารักษ์อย่างพวกเราจะอึ้งปนงงๆ แกมเศร้าสลด รันทด ทอดถอนใจและ…. แต่ลูกสาวชอบชมว่าแม่เลี่ยงได้เก่งมากเลย หนูฟังแล้วยังอายแทนเลย

  6. ตอนที่คนนั้นมาถามว่ามีคนรับจ้างเลยไหม พี่บอกเลยค่ะว่าเรียนมาแล้วใช่ไหม ถ้าเรียนก็ต้องทำเองสิคะ(วะ)ให้นั่งค้นเลย คุณเธอทำนห้าตาเบื่อหน่าย ส่วนบางคนที่จบมาถามว่าตอนทำวิทยานิพนธ์มีโมเดลไง ยังตอบไม่ได้เลย บอกว่าตรงนี้เดี๊ยนไม่รู้ฮ่ะ เพราะคนนั้นคนนี้ช่วยทำ พอถามว่าบทที่สองทำไมถึงต้อง review เรื่องนี้บอกว่าไม่รู้ เวรกรรมจริงๆ
    พูดเรื่องนี้แล้วของขึ้นว่ะค่ะ

Leave a Reply