RFID อ่านว่า อาร์เอฟไอดี (Radio-frequency identification) เป็นวิธีการในการเก็บข้อมูลหรือระบุข้อมูลแบบอัตโนมัติ โดยการรับสัญญาณจากแท็กเข้าสู่ตัวส่งสัญญาณผ่านทางคลื่นวิทยุ
ในส่วนของงานห้องสมุด มีหลายๆ ห้องสมุดที่นำ RFID มาใช้ และก็ยังคงมีหลายห้องสมุดที่ใช้ระบบที่เรียกกันว่า ระบบบาร์โค้ด ที่ใช้รหัสแท่งแทนข้อมูลตัวเลข และจะใช้เครื่องอ่านบาร์โค้ดในการอ่านข้อมูล
…RFID ประกอบด้วย…
1) RFID Tags ใช้สำหรับติดกับตัววัสดุ (ในห้องสมุดก็คือ หนังสือ วารสาร หรือทรัพยากรสารสนเทศอื่นๆ) มีลักษณะเป็นกระดาษ แผ่นฟิลม์ และพลาสติก มีขนาดและรูปร่างต่างกันไป  ประกอบด้วยแผงวงจรไมโครชิปกับเสาอากาศขนาดจิ๋วที่ฝังเป็นส่วนหนึ่งของ RFID Tags
ซึ่ง RFID Tags มี 2 แบบคือ แบบมีแบตเตอรี่ในตัว (Active) มีอายุการใช้งานจำกัดตามอายุของแบตเตอรี่ เมื่อแบตเตอรี่หมดจะไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ และแบบไม่มีแบตเตอรี่ในตัว (Passive) ทำงานโดยอาศัยพลังงานไฟฟ้าที่เกิดจากการเหนี่ยวนำคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า มีอายุการใช้งานไม่จำกัด ทำงานที่คลื่นความถี่วิทยุ 13.56 MHz. มาตรฐาน ISO 15693
2) RFID Reader มีทั้งแบบอยู่กับที่ และแบบพกพา ทำหน้าที่สร้างความถี่สัญญาณวิทยุ โดยอาศัยทฤษฎีการเหนี่ยวนำสัญญาณไฟฟ้า เมื่อคลื่นสัญญาณกระทบกับแผ่น RFID Tags จะส่งข้อมูลกลับมายังเครื่อง RFID Reader และแปลงสัญญาณที่ได้รับให้อยู่ในรูปดิจิตอลเพื่อประมวลผล
rfidพอดีว่าหอสมุดฯ ของเรายังไม่มี RFID ใช้ ก็เลยไม่มีหน้าตา RFID ที่ใช้กับห้องสมุด … เพราะฉะนั้นก็ขอยืมภาพของคนอื่นมาให้ดูแทนก่อนก็แล้วกัน (ภาพจาก : http://wessonblog.wordpress.com/2011/08/22/playing-rfid-book-tag)
การนำ RFID มาใช้กับงานห้องสมุด จะนำมาใช้ประโยชน์ได้กับหลายงาน เช่น บริการยืม-คืนด้วยตนเอง (Self service) บริการรับคืนที่ตู้ Book Drop ระบบประตูรักษาความปลอดภัยของทรัพยากรสารสนเทศ (Security Gate) การแยกทรัพยากรสารสนเทศตามหมวดหมู่/ชั้น การสำรวจทรัพยากรสารสนเทศ (Inventory) เป็นต้น
ลักษณะการทำงานของห้องสมุดที่ใช้ RFID
rfid1
ภาพจาก : http://www.modern-m.com/eArticles/manufacturing/manufacturing-and-service-system-process-strategy-part-5/

Leave a Reply