แนวคิดของโครงการนี้มีมาหลายปีแล้ว เริ่มจากการคุยกันเรื่อยๆ แหละว่า ในบางสายงานมีการสืบทอดไปยังลูกๆ วานเวียนกันอยู่อย่างนั้น แต่ในสายงานนั้นไม่ใช่ ต่างต้องขวนขวายด้วยตัวเอง
ทุกเย็น ทุกปิดเทอมมีลูกหลาน หลายๆ คนวนเวียนอยูในห้องสมุด ป้าๆ น้าๆ มักใช้สอนให้ทำโน่นทำนี่เป็นประจำ และเด็กๆ กลุ่มนี้เองก็จะเป็นแบบฝึกหัดให้พวกเราได้ทำอะไรๆ มากมาย จนพวกเขาพ้นวัย กลายมาเป็นผู้ช่วยพวกเราก็มี
พ้นวัยพวกเรามักตีความว่าพอขึ้นมัธยม เราก็จะยกให้เป้นเด็กโต พอโตเด็กๆ ก็จะเริ่มห่างจากพวกเรา  ทั้งในเรื่องของความคิด ความเข้าใจระหว่างกัน โดยมีแม่ๆ (ไม่ค่อยมีพ่อ) มานั่งจับเข่าคุยกันว่าลูกๆ แต่ละคนเป็นอย่างไร แม่แต่ละคนมีทางแก้ไขอย่างไร ประสบการณ์ของแต่ละคนจะพรั่งพรูออกมา
เรื่องพวกนี้ดีที่พวกราคุยกันได้ เพราะแก้ได้หรือแก้ไม่ได้ หากได้ระบายได้พูดออกไป อย่างน้อยก็จะทำใ้ห้เรารู้สึกดีขึ้น
พี่แมวเห็นเราตั้งท่ามานาน เลยบอกว่าทำเสียทีเถอะ แต่ตัวเองไม่อยากให้เป็นโครงการที่ฝึกอยู่แค่การเป็นบรรณารักษ์ และทำงานอยู่ในห้องสมุด เพราะดูว่าจะแคบไปสำหรับเด็ก อยากฝึกไปที่คุณสมบัติและพฤติกรรมที่นัดบวันจะขาดไปในชีวิตของผู้คนในยุคปัจจุบัน ส่วนทักษะเฉพาะวิชาสามารถเรียนและปฏิบัติได้หากพวกเขาเข้ามาในวิชาชีพนี้
แล้วเราจะสอนอะไร ฝึกอะไร เดินวนวนไปมา จึงนึกถึงเรื่องหัวใจนักปราชญ์ สุ จิ ปุ ลิ พอได้แล้วก็ต้องมานั่งตีความอีกว่าทั้ง สุ จิ ปุ ลิ แล้วเนื้อหาจะเป้นเช่นไร ก็นึกไปเรื่อยๆ กว่าจะลงตัว พอเขียนเสร็จก็ชอบอกชอบใจกับหลักสูตรนี้ ประมาณเขียนเอง อยากเรียนเอง
สุ. สุต คือ การฟัง เลือกใช้วิธีการของสุนทรียสนทนา ทักษะหนึ่งของกระบวนการการจัดการความรู้
จิ.จินตนะ  คือ  การคิด เลือกใช้การคิดแบบแผนที่การจัดการความรู้ ด้วยการคิดแบบการดึงขอมูลเก่ามาใช้
ปุ.  ได้แก่  ปุจฉา  คือ  การถาม เลือกใช้วิธีการค้นหาข้อมูลใน Webopac เพื่อมาตอบคำุามที่เราใคร่รู้
ลิ  ได้แก่ ลิขิต  คือ  การเขียน เลือกใช้การเขียนบันทึกโดยการใช้ blog
นอกจากนี้เด็กยังมีโจทย์ที่ต้องทำ และใช้กระบวนการดังกล่าวในการแก้ปัญหาคือ ต้องพยายามสร้งเว็บไซต์ออกมาให้ได้
และประมาณผลรายบุคคลโดยให้เด็กอ่านบทความแล้วให้สรุปใจความแสดงความคิดเห็น การคิดต่อและการได้คิดในสิ่งที่อ่าน
ทุกอย่างเด็กๆ ต้องเรียนรู้กันมากมายจริงๆ เ็ด็กแต่ละคนมีความแตกต่างๆ เด็กบางคนมีความแข็งแกร่ง ขณะที่บางคนเปราะบาง เด็กแต่ละคนจะหาเกราะกำบังมาป้องกันตนเองต่างกัน โครงการนี้เป็นการย่อโลกแล้วให้พวกเขามาหลอมรวมความคิด แบ่งปัน ต่อเติม รวมถึงการสร้างประสบการณ์ใหม่
โตขึ้นอีกหน่อยพอถึงวัยทำงานพวกเขาก้อาจนึกถึงวันนี้ อาจดึงบางเรื่องบางอย่างไรปรับใช้ให้เหมาะกับชีวิต
หน้าที่ของผู้ใหญ่แบบเราๆ คือต้องพยายามเข้าใจและเป็นแบบอย่าง สอนให้พวกเขารู้จักเป็นผู้ใฝ่รู้ เรียนรู้และคิดอยู่ตลอดเวลา เพื่อหวังว่าพวกเขาจะยืนในสังคมอันหลากหลายได้อย่างมั่นคงและเข้มแข็ง
เรื่องพวกนี้ไม่ใช่ทำแบบเฉพาะกิจและอย่าเห็นว่าพวกเขายังเด็ก เพราะเราล้วนแต่แก่เฒ่าลงทุกวัน
เวลาเป็นของมีค่า ที่ทุกคนมีเท่ากัน
เราอาจโชคดีที่อยู่กับเด็กกลุ่มนี้ตลอดเวลา จึงเห็นและเข้าใจพวกเขา ศักยภาพของเด็กๆมีมากมาย เป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันดึงในสิ่งที่พวกเขามีออกมาใช้ โดยเรามีหน้าที่ดูแล บอกกล่าวในฐานะผู้ใหญ่ที่เห็นโลกมามากกว่า
การช่วยกันดูแลลูกหลาน ขจัดคำว่าลูกชั้นลูกเธออกไปสิ่งเรืองที่น่าชื่นชมและถือว่าเป็นเรื่องที่ดีงามของสังคมที่เป็นอยู่ของที่นี่
สุดท้ายของรายการก็เชิญผู้ปกครองมาดูผลงานของลูกหลาน…. เราไม่รู้หรอกว่าเด็กๆ กลับไปคุยให้ผู้ปกครองฟังอย่างไร แต่ก็หวังว่าทั้งห้าวันเด็กคงได้อะไรๆ ติดตัวไปบ้าง
แต่รู้ตัวเองว่าจบโครงการนี้แล้วหมดแรง….ส่วนเด็กกลุ่มนี้ต่อไปอยากจะส่งให้เข้าประกวดเวทีไหนสักเวทีหนึ่ง รับรองอยู่ได้ !!
รูปข้างบนเป็นฝึมือน้องโมเดล โดยมีสมาชิกโพสต์ท่าสุดฤทธิ์

One thought on “The Next Generation Staff

  1. อนาคตของชาติ ตัวจริง ดีใจกับทุกคนที่เข้าร่วมโครงการค่ะ ขอให้ตั้งใจและศึกษาต่อไป

Leave a Reply