เครื่องมือของเครือข่ายสังคมเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้สำหรับการทำงานในห้องสมุด และเครื่องมือเหล่านี้มักจะมีลูกเล่น มีเครื่องมืออะไรๆ มาเสริมให้ในสังคมได้นำมาใช้ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของคนที่ทำงานเกี่ยวข้อง และคนที่มีหน้าที่ดูแลจะต้องเรียนรู้ สังเกตและนำมาปรับใช้ในห้องสมุด
สิ่งแรกของการเรียนรู้คือการหมั่นสังเกต อ่าน ค้นคว้า และทดลองใช้
สิ่งแรกเช่นกันคือต้องรู้จักติดตามและแอดใครเป็นเพื่อน เพื่อนที่นอกเหนือจากชีวิตจริง และเป็นเพื่อนที่ช่วยเติมเต็มในสิ่งที่เราขาดหาย เช่น เพื่อนที่ชอบถ่ายรูป จะให้มุมมองและทักษะ เพื่อนที่ชอบไอที จะทำให้เรารู้จักเทคโนโลยี เพื่อนที่ชอบอ่านหนังสือ …
Author: Pong
สมัยก่อนการไปอยู่ต่างประเทศสิ่งที่ทุกข์ทรมานใจคือ การสื่อสารระหว่างกันจะหาย หรือความถี่น้อยลง แต่ปัจจุบันเครื่่องมือสื่อสารมีมากมายและคุณประโยชน์ของอินเทอร์เน็ต ระยะทางไม่ว่าจะไกลแค่ไหนก็ยังติดต่อกันได้แบบเดิม ผ่านทางข้อความ เสียง รูปภาพ กระทั่งภาพเคลื่อนไหว
หากพูดถึงชีวิตการทำงาน การแค่เปลี่ยนที่อยู่ แล้วมีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตก็สามารถทำงานได้อย่างเป็นปรกติสุขเช่นเดียวกับที่นั่งที่โต๊ะทำงานแบบประจำๆ อยู่ที่การจะเปิดใจและเต็มใจจะทำ จะคิดหรือไม่ก็แค่นั้น ส่วนเวลาที่เหลื่อมกัน อยู่ที่การบริหารจัดการทั้งสิ้น ไม่ได้อยู่ที่ระยะทาง
ดิฉันจึงใช้ออนไลน์เป็นเครื่องมือในการสื่อสารภารกิจทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องงาน แม้ไม่ได้ครบถ้วน ไม่ได้รับรู้ถึงอารมณ์หรือความรู้สึกขณะที่เกิดจริง …
วันนี้คริสต์มาส แต่ที่บ้านหลังที่สองของพวกเรามีการทำบุญเช่นทุกปี และมาร่วมงานนี้ทุกปีไม่เคยขาด แม้บางปีจะแหว่งๆ ไปบ้าง เวลาทำบุญแบบนี้สนุกดีคือจะเห็นพวกเราแต่งตัวสวยงาม สดใสเพื่อเป็นสิริมงคลกับตัวเอง
ปีใหม่ที่นี่หยุดติดต่อกันตั้งเก้าวัน อากาศหนาวเหน็บ แว่วว่าบ้านเราก็หนาวได้สองวัน พลันกลับไปร้อนอีกแล้ว อย่างไรก็ขอให้รักษาสุขภาพ
ช่วงนี้เป็นช่วงเคลียร์งานต้องเตรียมเอกสาร เขียนงานหลายชิ้น ชุลมุนกับชีวิตมาก ที่หยุดเก้าวันคงได้สะสางไปพอสมควร เลยไม่ค่อยได้เข้ามาเขียนอะไรเล่าให้ฟัง
หลังจากนี้ก็นับถอยหลังกลับบ้านได้แล้ว
ปีใหม่ที่จะถึงขอให้พวกเราชื่นมื่นสดชื่นตลอดไปค่ะ
วันก่อนหิมะตกเป็นครั้งแรกของเกียวโต …
ดิฉันมีความรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เขียนบล๊อกนานนนนนมาก หนักไปทางเข้ามาอ่านและคอมเม้นท์ รำพึงรำพัน ตามประสาคนอยู่คนเดียว แต่เมื่อย้อนกลับมาดูพบว่าเขียนครั้งสุดท้ายเมื่อ 1 ตุลาคม นี้เอง นั่นหมายความว่าเดือนครึ่งพอดี
เรื่องที่จะเล่าเป็นเรื่องเรื่อยเปื่อย ที่ความจริงต้งใจจะเขียนอีกเรื่องหนึ่ง แต่เขียนไปเขียนมาออกเป็นเรื่องนี้ 🙄
ช่วงเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนมีภารกิจทั้งงานหลวง (ญี่ปุ่น) และงานราษฎร์ (ไทย) มีเหตุให้ต้องเดินทางไปๆ กลับๆ เกียวโต …
วันนี้ (30 กันยายน 2557) ตอนบ่ายสอง ได้ข่าวว่าพี่ป้าจะขึ้นเวทีพูดให้พวกเราฟัง ซึ่งควรจะยึดเป็นประเพณีสำหรับพวกเราต่อไป

ดิฉันเคยเขียนเรื่อง The last lecture : ตกแต่งความคิด ครั้งเมื่อ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นรงค์ ฉิมพาลี อำลาตำแหน่งผู้อำนวยการ สำนักหอสมุดกลาง …
ข่าวของการสูญเสียอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี เมือกลางดึกของคืนวันที่ 2 ก.ย. ที่ผ่านมา ดิฉันเห็นข่าวจาก “ฟีด” ที่ไหลอย่างต่อเนื่อง ทุกคนพูดถึงความเป็นอัจฉริยภาพทางด้านศิลปะ สำหรับดิฉันสิ่งที่ชอบคือข้อเขียนและนวคิดของท่านในการมองสรรพสิ่งรอบตัว สิ่งได้จากการฟังสัมภาษณ์ตามรายการโทรทัษน์ และติดตามอ่านจากตามหน้านิตยสาร สิ่งที่จำได้คือการได้อ่าน “ปาฐกถาศิลป์ พีระศรี” ซึ่งทุกๆ ปี มหาวิทยาลัยจะเชิญท่านผู้รู้มาพูดให้เราฟัง และท่านเหล่านั้นมักเกี่ยวพันกับศิลปากรไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง …
หลังจากได้รับประสบการณ์เรื่องสายแลนที่ต้องเสียบกับแมคบุ๊คส์แล้ว สิ่งที่พบต่อไปคือปลักไฟของญี่ปุ่นจะเป็นปลั้กแบน เรื่องนี้เตรียมตัวแล้วด้วยการตั้งใจหอบปลั๊กสามตาใส่ประเป๋าไปด้วย แต่กระเป๋าหนักเกินไป จึงมีคำสั่งจากคุณที่บ้านให้รื้อของออกให้หมด แล้วบอกว่าให้ไปหาเอาข้างหน้า
เรื่องปลั๊กสำหรับเดินทางรอบโลกเคยซื้อไว้แล้วที่ร้านคุณเสือ ที่มาขายสารพัดในงานเรา แต่ด้วยความที่เดินพร้อมกับลูก เลยให้ลูกไปก่อน ส่วนตัวเองคิดว่าน่าจะไปหาแถวสนามบินได้ …. ในที่สุดก็ลืม 
แลนต่อได้แล้ว แต่ปลั๊กไปต่อไม่ได้ น้องญี่ปุ่นเลยเอามาให้ เป็นปลั้กพว่งเล็กๆ บอกว่าซื้อมาจากเมืองไทย อันละสิบบาท …. …