สวนกล้วยไม้(ออร์คิด) ซึ่งอยู่ห่างจากเขากระโจมและน้ำตกผาแดง หากแต่เป็นหนึ่งในทริปที่ระบุอยู่ในโปรแกรมที่ต้องพาเราไป สวนกล้วยไม้แห่งนี้เป็นแหล่งที่มีพันธุ์กล้วยไม้ปลูกอยู่นานาชนิด หลากหลายพันธุ์ หลายสีสรรค์ อย่างที่นำภาพมาให้ชมกัน หากสนใจต้นไหนเป็นพิเศษเขามีบริการ ซื้อกลับไปได้ตามชอบค่ะ
ณ วันนั้นที่เราไป จำได้ว่าจวนได้เวลาอาหารเช้า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคณะของเรา เพิ่งจะได้เข้ามาเยี่ยมชม ทุกคนจึงออกอาการหน้ามืดเพราะหิวกันนิดหน่อย เจ้าของสวนผู้ใจดีได้ให้เรากินกล้วยน้ำว้าเป็นอาหารว่างรองท้องกันไปก่อนค่ะ สวนแห่งนี้ทำเลอยู่บริเวณริมถนน ทำให้หาไม่ยาก เราไปถึงพอดีกับที่คนงานเขาตัดดอกกล้วยไม้เพื่อนำไปส่งขายเสร็จพอดี ทำให้เราได้เห็นดอกกล้วยไม้ที่ถูกตัดวางกองเป็นหย่อมๆ …
Category: ธรรมชาติ/การท่องเที่ยว
น้ำตกผาแดง เป็นน้ำตก ที่มีลักษณะน้ำไหลผ่านจากที่สูงลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่างในระดับที่ลาดชัน หากมองดูด้วยตาจะเห็นว่าไม่มีแอ่งกว้างไว้สำหรับลงเล่นน้ำ บริเวณโดยรอบเป็นป่าชื้น มีสัตว์ประจำถิ่นอาศัยอยู่จำนวนมาก ได้แก่ ทาก งู หากใครโชคดีหน่อยก็จะได้บริจาคเลือดช่วยเหลือทากตัวน้อยคนละตัว สองตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็เมื่อเราเริ่มมีอาการคันบริเวณที่โดยกัดนั่นเอง
ระหว่างที่เราไปเยียมชม (29ต.ค.53)น้ำที่ไหลลงสู่เบื้องล่างยังมีลักษณะขุ่น ผลจากการที่เพิ่งผ่านพ้นช่วงปลายฝนต้นหนาว ที่ฝนหยุดตกแต่น้ำที่คั่งค้างยังคงขุ่นไม่ใส อากาศโดยรอบที่ลมพัดเย็นทำให้สัมผัสแล้ว ชวนให้หลงไหลไปกับบรรยากาศชุ่มฉ่ำ แต่ก็ต้องคอยระวังไม่เพลินไปจนลืมตัวจน โดนเจ้าทากตัวน้อยเกาะติดไปกับเราด้วย …
+++เขากระโจมเป็นหนึ่งในโปรแกรมการท่องเที่ยวที่ถูกระบุไว้ หากผู้ใดมาเยือนยังอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ตามด้วยย่องน้ำตกผาแดง จบท้ายด้วยเที่ยวชมสวยกล้วยไม้ก่อนกลับ
เขากระโจม กล่าวได้ว่าเป็นจุดชมวิวแห่งหนึ่ง ขึ้นชื่อในเรื่องการขึ้นมาชมทะเลหมอก และดูพระอาทิตย์ขึ้น เวลาที่เหมาะในการชมหมอกคือยามเช้า หากเดินทางจากไหล่เขา ต้องออกเดินทางตั้งแต่เวลา05.30น. โดยประมาณ เพื่อที่จะมาถึงที่หมายให้ได้เวลากับพระอาทิตย์ขึ้น และหมอกรวมตัว หากแต่เส้นทางในการขึ้นเขานั้น จำเป็นต้องใช้รถยกสูงหรือโฟวิว เพราะทางนั้นเป็นทางที่ขรุขระ มีอุปสรรค …
นึกว่าจบแล้วชิมิ…พี่น้อง อิอิอิ
ยากสสสสสสส์ เพราะมันยาวววววววว ยิ่งกว่าหนังไตรภาค
จะอ่านต่อ…ก็ตามมา…มะอ่านต่อ….แล้วตามมาไมล่ะ….ฮิ้วววววววววววว
ไป…ไปต่อ ให้จบๆ ป่ะ นะ..ตะเอง ไหน ไหน ก็ไหน ไหน หลวมตัวอ่านมาตั้ง 5 ตอนละ ป่ะกาน
บทที่ ๗ …
ม่ะรุ๊ม่ะชี้…ป่ะ…ต่อ
บทที่ ๖ ถึงหลักไมล์ข้างหน้า…คลองโคลน
ผละจากวัดรามัญ คณะของเราก็เดินทางต่อไปยังจุดหมายที่ไม่ได้กำหนดทิศทางใดๆ แต่ไปด้วยใจปรารถนาตามหลักกิโลที่รออยู่ข้างหน้า
ไม่พูดพล่าม…ทำแต่ระยะไมล์ เพื่อนโชว์เฟอร์บึ่งต่อไปยังคลองโคลน ที่ซึ่งก่อนจะเข้าดอนคุยกันแบบยังไม่ปั่นแปะ…อันนี้ก็ออกแนวการพนันห้าม เดิมพันนิ…เอ้า!!!แทงเสีย ๆ…เกี่ยวมั้ยเนี่ย…๕๕+
ถึงจุดหมายอีกแห่งที่ไม่อยู่ในทิศทาง มาก่อนเช่นกัน แต่ขอบอก…สุดยอด…”ศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลน คลองโคน”
ดีใจที่กลุ่มไม่ตัดสินใจเลยจุดนี้ไป…และถูกใจสุดๆ ที่เราต่างตัดสินใจ…
ลงเรือลำเดียวกัน…เพราะม่ายงั้นนนน ต้องจ่ายค่าเรือคนเดียว… …
ม่ะพูดมะจาว่าไร ต่อเลย ณ บัดnowwwwwwww
บทที่ ๕ เลี้ยวๆ หลบๆ ไปยังจุดหมายต่อไป
คณะของเราจากลากลุ่มคณะที่ยังคงนั่งๆ เดินๆ อยู่ตรงจุดที่พบกันในครั้งแรก มาถึงลานจอดรถสมาชิกทุกคนพร้อม เพื่อนโชว์เฟอร์ของเราก็ไม่รอช้าตั้งหลักไมล์มุ่งจุดหมายที่ยังไม่ใช่ปลายทางต่อไปทันที
ถึงที่หมาย…ดอนหอยหลอด…โดยยังมิได้หย่อนส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายไปสัมผัสแม้เพียงธุลีดิน ขณะขับไปคุยไป คนที่ออกเสียงเจื้อยแจ้วก็ลงความเห็นเอง…เออออเอง…หันหัวเลี้ยวรถจากออก มาซะงั้น…ไหนไหนก็ไหนไหน…ซักที่ละกัน โบสถ์ไม้ก็น่ายล จะผ่านไปเฉยๆ …
คริสสสสส เถิงงงงง เราซี๊….ตะเอง หายไป 10 วันฟ่าๆ เอ๊งงงง(เกินละ..ตานี้…โพสต์เสร็จรูปม่ะมา…นานเรยยยย)
ว่างั้นงี้เลย… นานเกิ๊นนนนนนน ถึงตอนไหนแล้วฟะ นึกม่ะออก เด๋วไปแอบดูก่อน…รุ๊เระ
บทที่ ๔ พากันเดินย่ำตลาดบก
ชาวคณะบ้างนั่ง บ้างเดิน แต่เดินคนละด้านกับที่เราเพิ่งจากมา บ้างกำลังจะลงเรือ คณะเราที่มาก่อนเที่ยวท่องล่องเรือก่อน …
